- 05 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 ตุลาคม เวลา 11.11 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานกพ.ผู้แทนเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch) ในนาม 102 องค์กรเครือข่ายทั่วประเทศ นำโดยคุณสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานฯยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ผ่านรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สมภาส นิลประพันธ์
ซึ่งในหนังสือ ดังกล่าว ระบุ เรื่อง ให้นายกรัฐมนตรีเร่งปฏิรูปตำรวจ ตามเสียงเรียกร้องของประชาชน และแสดงความรับผิดชอบกรณีการดำเนินงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจครบ 3 เดือน ไม่ตรงเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
เรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เนื่องจากการปฏิบัติงานของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ตาม รัฐธรรมนูญ หรือ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ได้ดำเนินมาเป็นเวลา 3 เดือนในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 โฆษกคณะกรรมการและกรรมการดังกล่าวได้ แจ้งให้ประชาชนรับรู้ถึงแนวโน้ม ผลของการปฏิรูปไปบ้างแล้ว ทางเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) หรือ Police Watch ซึ่งเป็นองค์กรภาคประชาสังคมได้ติดตามผลการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้มาอย่างใกล้ชิด ล่าสุดได้ประเมินการทำงานของกรรมการปฏิรูปตำรวจ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม 2560 ที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร
โดยที่ประชุมเห็นว่า คณะกรรมการฯ ไม่ได้ดำเนินการตามเสียงเรียกร้องต้องการของประชาชน แต่ยังรักษาโครงสร้างเดิมที่สร้างปัญหาต่อประชาชนเอาไว้ต่อไป จึงได้ประเมินคะแนนการทำงานเพียง 1จาก 10 คะแนน และมีความกังวลว่า จะไม่สามารถปฏิรูปตำรวจได้ตามที่ประชาชนคาดหวัง และไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ หรือ ขัดรัฐธรรมนูญ จึงมีความห่วงใยอย่างยิ่งว่าหากไม่รื้อโครงสร้างตำรวจครั้งใหญ่ การแก้ปัญหาจะไม่สำเร็จ ประชาชนจะต้องเดือดร้อน ตกเป็นเหยื่อต้นทางกระบวนการยุติธรรมที่ล้าหลัง และการฉ้อฉลของตำรวจต่อไปไม่สิ้นสุด
สาเหตุที่ การดำเนินงานของคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชนนั้น เนื่องมาจากองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ จำนวน 36 คน ส่วนใหญ่เป็นและเคยเป็นตำรวจซึ่งไม่มีเจตจำนงในการปฏิรูประบบตำรวจเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง และกรรมการส่วนใหญ่ ไม่มีความรู้เรื่องการปฏิรูปตำรวจ ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม จึงไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเนื้อหาสาระสำคัญ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จึงขอให้นายกรัฐมนตรี ทบทวนการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้โดยเร่งด่วน
ทั้งนี้การทำงาน 3เดือนที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามบิดเบือนเนื้อหาการปฏิรูปที่เสนอจากประชาชนในเวทีรับฟังจากภาคต่างๆ และยังเร่งรัดสรุปแนวทางการปฏิรูปโดยที่ยังรับฟังประชาชนไม่ทั่วถึงและรอบด้าน เช่น การให้แยกการสอบสวนออกมาเป็นอิสระจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็สร้างความสับสนด้วยการให้ควบรวมงานสืบสวนกับสอบสวน การให้อัยการมีอำนาจควบคุมตรวจสอบสำนวนคดีตั้งแต่เกิดเหตุและคดีสำคัญ ก็พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ การ โอน 11 หน่วยงาน ให้กระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ ซึ่งผ่านมติ ครม. มา 2 ปีแล้ว ก็ยื้อเวลาถึง 5 ปี เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อให้การปฏิรูปตำรวจสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของประชาชน และเป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ และองค์กรภาคประชาชนทั่วประเทศ ที่มีรายชื่อแบบท้ายนี้ รวมทั้งหมด 102 องค์กร ขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการปฏิรูปตำรวจ 8 เรื่อง ดังนี้
1.เร่งดำเนินการตามมติสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และมติ ครม. 30 ก.ย. 2558 ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 6 ที่ให้โอนตำรวจ 11 หน่วยไปให้กระทรวง ทบวง กรม ที่รับผิดชอบ เป็นการกระจายอำนาจตำรวจไปยังหน่วยงานที่จำเป็น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเฉพาะด้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเวลาสองปี
2.แยกระบบงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีระบบการบังคับบัญชาแบบมีชั้นยศเหมือนทหาร สร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความเป็นสากลเป็นที่เชื่อถือของประชาชนและนานาอารยประเทศ
3.ให้พนักงานอัยการมีอำนาจตรวจสอบควบคุมการสอบสวนคดีที่มีโทษจำคุกเกินห้าปี หรือคดีที่เห็นว่าจำเป็น หรือกรณีมีการร้องเรียนตั้งแต่เกิดเหตุ เพื่อให้การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความสุจริตและครบถ้วน เกิดความยุติธรรมต่อประชาชนอย่างแท้จริง
4.การสอบสวนต้องกระทำในห้องสอบสวนที่จัดเฉพาะ มีระบบบันทึกภาพและเสียงอัตโนมัติเก็บเป็นหลักฐานไว้ให้อัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้เมื่อจำเป็นทุกคดี
5.ยุบกองบัญชาการทุกภาค เพื่อลดความซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นในระบบการบังคับบัญชาของตำรวจ ซึ่งงานทั้งหมดจบสิ้นที่สถานี จัดตำรวจกระจายไปประจำสถานีตำรวจต่างๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานไม่เพียงพอ
6.ปรับโครงสร้างเป็นตำรวจจังหวัด ตามดำริของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2560 ที่ให้ตำรวจอยู่ประจำพื้นที่จังหวัด ตรวจสอบประเมินผลโดยคณะกรมการจังหวัดและการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด
7.กำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่ง และโยกย้ายตำรวจทุกระดับ ให้พิจารณาตามอาวุโสการครองตำแหน่ง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสร้างความเป็นธรรม ลดการวิ่งเต้น แม้กระทั่งการซื้อขายตำแหน่ง อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูขวัญและกำลังใจให้กับตำรวจส่วนใหญ่
8.การเปรียบเทียบปรับความผิดจราจร ซึ่งเป็นอำนาจตุลาการ ต้องกระทำโดยดุลยพินิจของศาล เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อประชาชน และยกเลิกรางวัลค่าปรับซึ่งไม่มีเหตุผล เนื่องจากไม่ใช่การกระทำผิดที่ซับซ้อน และก่อให้เกิดปัญหาตำรวจแจ้งข้อหาจราจรต่อประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม เนื่องจากผู้บังคับบัญชากำหนดให้ทำยอดจับเพื่อหวังเงินรางวัล
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
1. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (Police Watch)
2. มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.)
3. มูลนิธิเพื่อนหญิง
4. คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35
5. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.)
6. คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)
7. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
8. เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก
9. สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.)
10. สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)
11.. สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)
12. คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)
13. มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
14. เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน จังหวัดนนทบุรี
15. มูลนิธิผู้หญิง
16. สมาพันธ์คนงานรถไฟ (สพ.รฟ.)
17. มูลนิธิสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (มธ.สรส.)
18. เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ ภาคประชาชน
19. เครือข่ายสตรี 4 ภาค
20. มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN.)
21. สมาพันธ์แรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย
22. มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ
23. เครือข่ายประชาคมลุ่มน้ำยัง
24. สถาบันสังคมประชาธิปไตย (Social Democracy Think Tank)
25. เครือข่ายคุ้มครองสิทธิชุมชนและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม จังหวัดสระแก้ว
26. เครือข่ายศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบ
27. สหภาพเยาวชนแรงงาน (ํYoung Worker Union)
28. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
29. ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา (ผสพ.)
30. เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.)
31. กลุ่มศิลปินพิทักษ์สยาม
32. เครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม
33. สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย
34. วิทยุชุมชน ส่งเสริมเยาวชน ข่าวสารวัฒนธรรมและบันเทิง (๙๙.๒๕ และ ๙๗.๗๕)
35.เครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพมหานคร (อพม.กทม.)
36. เครือข่าย ปปส. วัฒนาร่วมใจ กทม.
37.คณะทำงานส่งเสริมบทบาทหญิงชายในการพัฒนาจังหวัดพะเยา
38. เครือข่ายแม่หญิงพะเยา
39. สมาคมประชาสังคมชุมพร
40. มูลนิธิพิทักษ์สตรี (AAT.)
41. องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน (ARR.)
42. เครือข่ายพลังทนายความเพื่อความเป็นธรรม
43. พรรคสานแสงทอง ม.รามคำแหง
44. สหภาพแรงงาน วัฒนไพศาล
45. เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบล
45. เครือข่ายสื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะภาคใต้
47. สมาคมสื่อชุมชนภาคใต้
48. เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน
49. เครือข่ายลุ่มน้ำทะเลสาบ
50. เครือข่ายปัจจัยเสี่ยง 14 จังหวัดภาคใต้
51. เครือข่ายเกษตรทางเลือก
52. เครือข่ายการศึกษาทางเลือก
53. เครือข่ายการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน
54. เครือข่ายสตรี จ.นครศรีธรรมราช
55. เครือข่ายประชาชนกำแพงเพชร (คปก.)
56. กลุ่มพลังใหม่เปลี่ยนประเทศไทย
57. เครือข่ายคนรักแก่งสะพือ
58. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (YPD)
59. องค์กรชุมชมคนตราด
60.เครือข่ายญาติผู้ถูกฆ่าตัดตอนสูญหายและทารุณกรรมแห่งประเทศไทย
61. เครือข่ายเเม่หญิง จ.บุรีรัมย์
62. เครือข่ายสิทธิเพื่อแรงงานข้ามชาติ
63. สถาบันพัฒนาพลังสังคม (SEDI)
64. เครือข่ายทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
65. มูลนิธิข้าวขวัญ
66. มูลนิธิสถาบันวิจัยและปฏิบัติการสังคม
67. ศูนย์ส่งเสริมสิทธิชุมชน-ชมรมคนจนในเมือง
68. เครือข่ายเพื่อนหญิงแม่ฮ่องสอน
69. เครือข่ายผู้หญิงลุ่มน้ำเจ้าพระยา
70. เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ(ANM )
71. กลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน(กพส.)
72. เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น(คปต.)
73. เครือข่ายโรงเรียนดีไม่มีอบายมุข
74. เครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุข
75. กลุ่มการเมืองสีเขียว (Green Politics)
76. สมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
77. เครือข่ายแม่หญิงอีสานจังหวัดอุบล
78. เครือข่ายเพื่อนหญิงล้านนาจังหวัดอุตรดิตถ์
79. กลุ่มนักศึกษาเพื่อประชาชน (นพช.)
80. ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์
81. มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน
82. สถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม (สสป.)
83.สมาคมองค์กรสาธารณะประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง(สxส)
84. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเหนือ (กป.อพช. เหนือ)
85. มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ
86. ชมรมอาสาสมัครแรงงาน จ.นครศรีธรรมราช
87. เครือข่ายฝายมีชีวิตแห่งประเทศไทย
88. สถาบันเรียนรู้เพื่อการจัดการตนเอง
89. เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน จ.นครศรีธรรมราช
90. เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคใต้ตอนบน
91. สมาคมท่องเที่ยวชุมชนภาคใต้
92. เครือข่ายรักษ์เขาหลวง
93. เครือข่ายดับบ้านดับเมือง
94. สมาคมกองทุนสวัสดิการ จ.สุราษฎร์ธานี
95. เครือข่ายธนาคารต้นไม้ จ.สุราษฎร์ธานี
96. เครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนภาคใต้
97. เครือข่ายเยาวชนคนลิกอร์
98. เครือข่ายประมงพื้นบ้าน
99. เครือข่ายสื่อเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะภาคใต้
100.สมาคมศิลปินพื้นบ้าน จ.นครศรีธรรมราช
101.เครือข่ายศูนย์รับมือภัยพิบัติภาคใต้
102. กลุ่มคนลุ่มน้ำเพชร
สมศรี หาญอนันทสุข
ผู้ประสานงาน
มือถือ : 081-810-5306
บัณฑิต แป้นวิเศษ
มือถือ : 081-869-5193
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
