- 05 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 ต.ค. 2560 นางสุมาลี คำจริง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/3 หมู่ 1 บ้านกำแพงดิน ต.กำแพงดิน อ.สามง่าม จ.พิจิตร มีอาชีพทำนาโดยเช่านาเพื่อนบ้านจำนวน 16 ไร่ เพื่อทำนาโดยที่ยาตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 11 บ้านวังปลาทู ต.กำแพงดิน ซึ่งขณะนี้นาข้าวกำลังถูกน้ำท่วม นางสุมาลี ต้องไปขอแรงญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านมาช่วยกันเกี่ยวข้าว ซึ่งปลูกมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2560 โดยหวังว่าเมื่อข้าวมีอายุครบ 120 วัน ก็คือข้าวจะแก่และเกี่ยวได้ในช่วงหลังวันออกพรรษาดูแลใส่ปุ๋ยเป็นอย่างดี ข้าวทั้งท้องทุ่งออกรวงชูช่อรอการเก็บเกี่ยวซึ่งถ้าจะให้ต้นข้าวสมบูรณ์อีกประมาณ 10-15 วัน ก็จะแก่เต็มที่ แต่ก็ต้องมาผิดหวังเมื่อนาข้าวทั้งหมดถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร จะปล่อยให้ข้าวถูกน้ำท่วมก็สงสารแม่โพสพที่จะต้องจมน้ำตายไปเสียเปล่าๆ จึงต้องระดมขอแรงญาติพี่น้องรวมด้วยกัน 4 ชีวิต มาช่วยกันเกี่ยวข้าวเพื่อหวังว่าเผื่อจะนำไปตากแล้วขายเอาทุนคืนก็ยังดี
นางสุมาลี ชาวนาที่นาข้าวถูกน้ำท่วมเล่าถึงความยากลำบากของชีวิตชาวนาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนกับจะร้องไห้ โดยเธอเล่าว่าทำนา 16 ไร่ โดยเช่านาเพื่อนบ้านทำใช้แรงกายอาบเหงื่อต่างน้ำไถหว่านปลูกข้าวไปกูเงิน ธกส. มาลงทุนหมดไปกว่า 2 หมื่นบาท หวังว่าถ้าข้าวได้เกี่ยวก็จะพอลืมตาอ้าปาก แต่พอมาถึงวันนี้เห็นนาข้าวถูกน้ำท่วมถึงกับเข่าอ่อนแทบจะเป็นลม เพราะรู้ชะตาชีวิตตนเองและครอบครัวดีว่าปีนี้นาล่มหนี้สินก็ต้องพอกพูนเป็นดินพอกหางหมู แต่ทำอย่างไรได้ชีวิตชาวนาเกิดมาต้องสู้เพราะถ้าไม่ทำนาก็ไม่รู้จะทำอะไรกิน การที่ออกมาเล่าเรื่องความทุกข์ระทมในครั้งนี้ไม่ได้ออกมาต่อว่าหรือเรียกร้องใดๆเพียงแต่อยากบอกให้สังคมได้รู้ว่าชีวิตชาวนามันลำบากจริงๆ ข้าวที่เกี่ยวในครั้งนี้ก็ยังแก่ไม่เต็มที่จะได้ถึงเกวียนหรือเปล่าไม่รู้แต่คาดว่าถึงเกี่ยวข้าวมาได้ก็คงขายไม่ได้เพราะเมล็ดข้าวยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็จะเอาไปตากเพื่อเก็บเอาไว้ให้ไก่กินเผื่อจะขายไก่ที่เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้านมาเป็นทุนซื้อพันธุ์ข้าวปลูกไว้ทำนาในฤดูกาลต่อไป
แต่ถ้าอธิษฐานขอพรได้ก็อยากให้ทางราชการหาแนวทางช่วยเหลือเรื่องหนี้สินและเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกที่จะใช้ทำนาในฤดูกาลต่อไปบ้างไม่มากก็น้อยก็ยังดี นี่คือเสียงครวญจากชาวนาพื้นที่ลุ่มน้ำยมพิจิตร
ภาพ/ข่าว สิทธิพจน์ เกบุ้ย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พิจิตร
