- 06 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ลุ้นระทึกพิธีอัญเชิญนพปฎลสุวรรณฉัตรสู่ยอดพระเมรุมาศจำลอง ท่ามกลางท้องฟ้ามืดครึ้มเมฆบดบังแสงพระอาทิตย์ ฝนตกรอบวัดแต่ภายในพิธีกลับไม่มีฝน ด้วยพระบารมีมากล้นรำพัน ดำเนินการแล้ว 90% ไม่เกิน 5 วันเสร็จสมบูรณ์ทุกอย่าง
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่วิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายเสฐียรพงศ์ มากศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงอัญเชิญนพปฎลสุวรรณฉัตร ฉัตรทอง 9 ชั้น ประดิษฐานขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศจำลอง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยในวิหารหลวงและหน้าวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จุดธูปเทียนพร้อมโปรยดอกไม้ พิธีบวงสรวงและอัญเชิญนพปฏลสุวรรณฉัตร ขึ้นประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศจำลองของจังหวัดอุตรดิตถ์ พระวินัยสาทร เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัด(ธรรมยุต) พิษณุโลก – อุตรดิตถ์ ประธานฝ่ายสงฆ์เจิมนพปฎลสุวรรณฉัตร จากนั้นประธานในพิธีปิดทองและคล้องพวงมาลัยนพปฎลสุวรรณฉัตร พระสงฆ์จำนวน 9 รูป ร่วมเจริญชัยมงคลคาถา ในพิธีมีข้าราชการระดับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและอำเภอ ข้าราชการและนักการเมืองท้องถิ่นเทศบาลตำบลทุ่งยั้ง-ไผ่ล้อม, เทศบาลตำบลพระเสด็จ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนแต่งกายไว้ทุกข์ร่วมในพิธีครั้งนี้ โดยมีนายสุเทพ ศรีก้อน พราหมณ์ ทำพิธีอ่านโองการและพิธีบวงสรวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการระหว่างอัญเชิญนพปฎลสุวรรณฉัตร ฉัตรทอง 9 ชั้น ประดิษฐานขึ้นสู่ยอดพระเมรุมาศจำลอง ด้วยรถเคลนยกขนาดใหญ่ ผู้เข้าร่วมในพิธีต่างลุ้นระทึกว่า จะมีฝนตกลงมาหรือไม่ในระหว่างทำพิธี เนื่องจากก่อนพิธีจะเริ่มขึ้นท้องฟ้าเกิดมืดครึ้ม มีก้อนเมฆบดบังแสงพระอาทิตย์ตลอดเวลา และเกิดฝนตกโดยรอบด้านนอกวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ขณะที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ เมฆที่บดบังแสงพระอาทิตย์ได้จางหายไป มีแสงแดดส่องสว่างในพื้นที่ ระหว่างพิธีอัญเชิญนพปฎลสุวรรณฉัตร ฉัตรทอง 9 ชั้น ขึ้นประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศจำลอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์และเจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัด (ธรรมยุต) พิษณุโลก – อุตรดิตถ์ เริ่มขึ้นอย่างราบรื่น
แต่ต้องมาลุ้นระทึกอีกครั้งว่า ฝนจะตกลงมาหรือไม่ เนื่องจากมีก้อนเมฆจำนวนมากลอยมาอยู่โดยรอบ เหนือพิธีขณะนพปฎลสุวรรณฉัตรกำลังจะประดิษฐานปลายยอดพระเมรุและเป็นช่วงที่พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จบแล้ว ทุกคนที่เข้าร่วมพิธีต่างลุ้นระทึกอีกรอบ ขอพระบารมีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ช่วยดลบันดาลให้นพปฎลสุวรรณฉัตรประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศจำลองของจังหวัดอุตรดิตถ์ ประดิษฐานสำเร็จลุล่วงโดยไม่มีอุปสรรคใดเกิดขึ้น จนทุกอย่างเสร็จสิ้นลุล่วงด้วยดี เพราะบารมีมากล้นรำพันของพระองค์ ทำให้เจ้าหน้าที่อัญเชิญนพปฎลสุวรรณฉัตรประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศจำลองจนเสร็จสมบูรณ์ โดยไม่มีอุปสรรคใดเกิดขึ้นในระหว่างทำพิธี
พระเมรุมาศจำลองมีลักษณะเป็นทรงบุษบก ปลายยอดเป็นนพปฎลสุวรรณฉัตร ฉัตรทอง 9 ชั้น ความสูงจากระดับพื้นถึงปลายยอดฉัตร ชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ซุ้มบันแถลงและซุ้มรังไก่ โครงสร้างเหล็ก องค์พระเมรุมาศ ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส สูง 22.35 เมตร ฐานย่อเก็จบนพื้นยกทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 16 เมตร ภายในประกอบด้วยแท่นวางดอกไม้จันทน์และพระบรมฉายาลักษณ์
จังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดให้วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นพื้นที่ก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง โดยดำเนินการก่อสร้างแล้วถึง 90% ตั้งแต่ระดับพื้นบุษบกจนถึงปลายยอดบุษบก ซุ้มบันแถลงและซุ้มรังไก่ กระจังมุมตัวใหญ่,ตัวเล็ก กราบกลางเสา คงเหลือแต่การปรับแต่งรอบฐานตั้งแต่ราวบันได พื้นบันไดทั้ง 3 ทิศ ชุดฐานสิงห์รอบบุษบกและพื้นล่างของพระเมรุในรัศมีวงกลม 16 เมตร คาดใช้เวลาไม่เกิน 5 วันจึงแล้วเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่าง
ภาพ/ข่าว สมภพ สินพิพัฒนฤดี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุตรดิตถ์
