โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

จากกรณีที่ที่มีการจัดสร้างเพจระบุขอความขอรับบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือ ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ ขวัญขาว อายุ 30 ปี อดีตตำรวจ สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ที่โดนวางตะปูเรือใบและยิงถล่มทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน เมื่อปี พ.ศ. 2556  โดยเฉพาะ ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ พิการเป็นเจ้าชายนิทรา แต่ต่อมาเจ้าของเพจได้ออกมาชี้แจง ขอโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมระบุข้อความสรุปว่า “ใครพูดจริงใครโกหก หรือผมถูกหลอก แต่เจตนาผมหวังเพียงแค่ช่วย พรประสิทธิ์ แค่นั้นเอง ในฐานะมันเคยเป็นลูกศิษย์ผม ปัญหาภายในครอบครัว พ่อแม่ลูกสะใภ้ อันนี้ผมไม่ทราบ หรือปัญหาการดูแลจากองค์กร ที่เขาชี้แจงมาว่าเขาจ่ายทุกเดือน สุดท้ายเรื่องเงินทองก็ไม่เข้าใครออกใคร ถ้าวันนี้คุณหลอกสังคม วันหน้าสังคมก็จะไม่มีทางช่วยคน การหากินกับคนตายคนพิการ ถึงจะเป็นพ่อแม่ มันก็ไม่สมควร และขอปิดเพจการรับบริจาคทันที”  ในขณะเดียวกัน น.ส.สุวรรณดี ขวัญขาว ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับ ส.ต.ต.พรประสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมลูก 2 คนเดินทางเข้าชี้แจงกับสื่อมวลชน ยืนยันไม่รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเงินบริจาค ทราบเพียงยอดช่วง 4 เดือนแรกกว่า 4 ล้านบาทแต่ต่อมาบัญชีสามีถูกปิดและเปิดบัญชีใหม่อีก 2-3 บัญชีรับบริจาค โดยตัวเองไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องใด ๆทั้งสิ้น จนถูกพ่อตาประกาศตัดขาดจากกันและห้ามเหยียบเข้าบ้านเพื่อดูแลปรนนิบัติสามี จึงหอบลุก 2 คนพร้อมพ่อแม่เดินทางเข้าร้องเรียนกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชผ่านศูนย์ดำรงธรรม  เมื่อเช้าวานนี้ ( 6 ต.ค.) ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

(7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทาง พ.จ.อ.ถาวร ขวัญขาว พ่อตาของนางสุวรรณดี  ได้นำเดินทางไปยังศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมนำสมุดบัญชีธนาคารที่ พ.จ.อ.ถาวร เปิดบัญชีตนเองเพื่อหลาน 2 คน โดยพบว่ายอดเงินในบัญชีที่เปิดมาตั้งแต่วันที่ 2 เดือนมีนาคม 2552 ในปัจจุบันยอดเงิน  615,000 บาท และบัญชีเพื่อหลานสาว เปิดบัญชีฝากให้ครั้งแรก วันที่ 11 มีนาคม 2559 ปัจจุบันยอดเงิน 530,000 บาท  เข้าชี้แจงสื่อมวลว่าผมได้ช่วยเหลือลูกชายมาโดยตลอดตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นตำรวจ  เพราะผมเองมีลูกชายแค่ 2 คน ลูกหลานก็น้อย ผมทำทุกอย่างมาเพื่อเขาตลอด ก่อนที่ลูกชายผมจะเป็นตำรวจ เขาไปอยู่บ้านภรรยาเลขที่บ้านเลขที่ 69/8 หมู่ 2 ตำบลเสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ผมก็ได้จัดการลงทุนให้ลูกค้าขายข้างต้น 80,000 บาท แต่การค้าขายไม่ดีต้องหยุดกิจการ  ลูกต้องการจะเรียนสายอาชีพ โดยลูกชายไปเรียนช่างตัดผมชาย ลูกสะใภ้ไปเรียนช่างเสริมสวย ผมก็ดูแลเรื่องค่าเล่าเรียนให้ตลอด พอหลังจากเรียนจบกลับมาเปิดร้าน ค่าอุปกรณ์ทุกอย่างผมก็ต้องดูแลจัดหาให้

                “ลูกชายผมสอบเข้าเป็นตำรวจและความตั้งใจสอบหลายครั้ง จนสอบครั้งที่ 3 ลูกชายก็สอบได้ หลังจากสอบผ่านก็ได้ไปเรียนนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากจบมาลูกชายก็ไปบรรจุ สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส  และรับราชการอยู่ไม่นานลูกก็ประสบเหตุรถโดนตะปูเรือใบพลิกคว่ำเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2556 หลังจากนั้นลูกชายผมก็ได้มาทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เป็นเวลา 3 เดือนกว่า ทุกอย่างความยากลำบากมาตกอยู่ที่พ่อแม่ ซึ่งตอนนั้นลูกสะใภ้ได้ตั้งท้องลูกคนที่ 2  หลังจากนั้นรักษาตัวอยู่ 3 เดือนกว่า ก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้าน ผม  ซึ่งจากใจจริงผมก็อยากให้เขาอยู่ครอบครัวเดียวกัน แต่ภาระหลายอย่างเขารับไม่ได้ ผมก็เลยให้คนมาทำที่พักพิเศษให้กับลูกชายที่บ้าน หลังจากรักษาตัวที่บ้านทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก็ได้นัดลูกทุกเดือนผมก็ได้พาลูกชายไปพบแพทย์ตามนัดจากนครศรีธรรมราชไปหาดใหญ่ไป ๆ มา ๆ หลายเดือน หลังจากนั้นมาผมก็ทำการรักษาลูกชายด้วยวิธีการฝังเข็มเป็นเวลา 6 - 7 เดือน ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งครั้งละ 2,000 บาท”

                พ.จ.อ.ถาวร ขวัญขาว  กล่าวอีกว่า ในเวลาต่อมาทางโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก็นัด 2 - 3 เดือนครั้ง แต่ล่าสุดปัจจุบันนัด 6 เดือนครั้ง แต่ข้อเท็จจริงทุกอย่างที่ลูกสะใภ้ไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน มันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดที่เขาพูดทั้งหมด ซึ่ความถูกต้องทั้งหมดผมดูแลครอบครัวนี้มาโดยตลอด กรณีหลานชายผมเปิดบัญชีฝากเงินให้หลานชายครั้งแรกวันที่ 2 เดือนมีนาคม 2552 จนถึง ณ ปัจจุบันยอดเงินบัญชีอหลานชายมียอดจำนวน  615,000 บาท และบัญชีฝากให้หลานสาววันที่ 11 มีนาคม 2559 ถึง ณ ปัจจุบันตอนนี้ ฝากเงินฝากให้หลานสาวเป็นจำนวนเงิน 530,000 บาท  และอีกบัญชีของหลานชายเป็นเงินทุนการศึกษารายเดือน ก็เปิดฝากให้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2556 โดยสิทธิ์ที่เขาได้ตรงนี้คือสิทธิ์ที่ทางราชการให้มาเดือนละ 1,500 บาท ถึงตอนนี้ยอดรวมในบัญชี 43,825 บาท ผมยืนยันว่าที่กล่าวมาเป็นความจริงทุกอย่าง โดยลูกสะใภ้พูดไม่เป็นความเป็นจริงหลายเรื่อง แต่ผมเองผมอยากจะเรียนชี้แจงให้สื่อได้เข้าใจในความรู้สึก ลูกสะใภ้ผมเคยไปเรียกร้องสิทธิ์ประโยชน์ในส่วนที่เขาควรได้เมื่อ 2 ปีก่อนเคยเรียกร้องมาแล้วครั้งหนึ่ง ต่อมาลูกสะใภ้ผมบอกจะไปเรียน ป.ตรี ผมเองผมก็พูดว่าสามีป่วยจะไปเรียนทำไม เขาก็บอกว่าไม่เรียนแล้ว แต่พอรับรู้ภายหลังเขาแอบไปเรียน ผมกับภรรยาจึงบอกว่าถ้าจะเรียนก็จะไม่ส่งเสียให้ เพราะว่าลูกชายผมยังนอนอยู่แบบนี้ ผมต้องดูแลรักษา กรณีแบบี้ต้องใช้ระยะเวลา ลูกชายผมไม่รู้เมื่อใดจะดีขึ้นหรือหายเป็นปกติ  ความเป็นพ่อผมก็ต้องดูแลขนาดลูกชายผมเป็นแบบนี้ผมยังไม่แจ้งขึ้นทะเบียนให้ลูกชายผมเป็นคนพิการเลย  โดยตอนนี้ลูกชายผมตอนนี้ยังรับราชการอยู่ได้สิทธิ์รับเงินเดือน ซึ่งต้องขอขอบคุณต้นสังกัดที่เขาทำให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นขอบคุณมากจริง  ๆ  ผมไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์จะเป็นแบบนี้ ผมช่วยเหลือทุกอย่างผมดูแล ที่อยู่ความสุขสบายที่ลูกสะใภ้แจ้งว่าเขาตกทุกข์ได้ยาก แต่ความจริงเขานอนห้องแอร์มีสิ่งอำนวยความสะดวกเรียบร้อยทุกอย่างผมทำให้หมด บ้านปูกระเบื้อง ซื้อเตียงซื้อของใช้ภายในบ้านให้ครบถ้วน  แต่ผลสุดท้ายที่ออกมา คือลูกสะใภ้ออกมากล่าวหาจนผมเสียหาย ซึ่งในส่วนที่ดีที่พ่อสามีให้ไม่พูดไม่กล่าวถึง

                “เหตุการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมาผมต้องออกจากราชการเออร์รี่มาดูแลลูกชาย ก็เพราะลูกสะใภ้ไม่เข้าไปบ้านตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม -มกราคม 2557   เนื่องจากมีปากเสียงเล็กน้อยกับแม่ของสามี จึงไม่เข้าบ้านดูแลปรนนิบัติสามีเลย  ตอนที่ลูกสะใภ้ท้องก็อยู่ที่บ้านผมก็ดูแลทุกอย่าง ท้องมาจนคลอดคลอดแล้วผมไปซื้อของให้หลานเกือบ 20,000 บาท แต่รุ่งเช้าผมต้องพาลูกชายที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เมื่อกลับมาตอนเย็นลูกสะใภ้ขนของกลับไปหมดแล้วโดยไปอยู่บ้านเลขที่ 69/8 หมู่ 2 ตำบลเสาธง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช  แต่ผมเองผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเนื่องจากลูกสะใภ้คลอดใหม่อยู่บ้านที่บ้านไม่ได้เกรงว่าลูกจะติดเชื้อบ้างอะไรบ้างหลายเรื่องพูดไปตามประสาเขา ผมก็ไม่ว่าอะไร โดยช่วงที่ลูกสะใภ้ท้องและคลอดใหม่ ๆ ผมยังรับราชการอยู่ผมต้องจ้างคนดูแลวันละ 300 บาท เป็นระยะเวลาหลายเดือนคิดก็เป็นจำนวนเงินไม่น้อย ผมจึงตัดสินใจลาออกจากราชการมาดูแลลูกชาย”

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

พ่อตำรวจผู้กล้าเหยื่อไฟใต้ กล่าวต่อไปอีกว่า ทุกอย่างที่ผมกล่าวไปมันเป็นความจริงทุกอย่าง ผมดูแลความทุกข์สุขของลูกหลานผมมาตลอด ลูกชายผมทำความดีจนต้องเจ็บป่วยอยู่ในขณะนี้ ชีวิตที่เหลือผมก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมด ชีวิตลูกและชีวิตหลานและเพื่อสร้างอนาคตให้กับหลานผมทำมาตลอดตั้งแต่ก่อนที่ลูกชายผมจะเป็นตำรวจ ผมเสียดายที่ลูกสะใภ้ทำไปแบบนี้  ผมอายสื่ออายสังคมเพราะว่าคนที่รู้ความจริงเขาก็โทรมาถามผม และตำหนิลูกสะใภ้หลายเรื่องที่ไปออกข่าวทางสื่อมวลชนซึ่งมันเกินความจริงทุกอย่าง ผมจึงต้องออกมาชี้แจงให้เข้าใจ เพื่อความถูกต้องและคนสังคมจะได้รู้พ่อตาไม่ได้ใส่ร้ายลูกสะใภ้แม้แต่นิดเดียว สำหรับเรื่องที่ลูกสะใภ้อ้างว่าคนใกล้ชิดทำให้เขาเดือดร้อน  ตนขอเรียนว่าเป็นเพราะตัวลูกสะใภ้เองนั้นแหระที่ชวนทะเลาะกันหมดแม้แต่พี่น้องของตัวเอง  เขาทำไม่ถูกต้องที่ออกมาต่อต้านจนส่งผลมาถึงภาพลักษณ์โดยรวมในครอบครัวของตน และบางครั้งที่ลูกสะใภ้เอาลูกเอาหลานมาออกสื่อ ผมสงสารลูก สงสารหลาน เพราะเด็กไม่ได้รับรู้เรื่องแบบนี้เลย  รู้แต่ว่าคุณปู่ดีทุกอย่าง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเกิดของหลานชายผมก็ซื้อโทรศัพท์ให้ ส่วนลูกสะใภ้เข้ามาในระยะหลัง ๆ ก็มาแค่สร้างภาพ  แต่ผมก็ไม่นึกเอะใจสักนิดเพราะว่าความเป็นผัวเมียของเขาผมก็ต้องปล่อย แต่ความเป็นจริงแล้วเหมือนกับชาวนากับงูเห่าเลยนะ  ผมขอเรียนชี้แจงลูกผมไม่เคยขอร้องร้องสิทธิ์อะไรสักอย่างผมไม่ได้ออกสื่ออะไรเพราะโลกโซเชี่ยลอะไรทุกอย่างผมไม่ค่อยทันเหตุการณ์  และผมก็ชี้แจงว่า ผมขอขอบคุณทุกคนสังคมไทยที่ให้การช่วยเหลือในเรื่องที่เป็นความจริงเหตุการณ์จริง ไม่ได้หลอกลวงกันจึงได้รับความร่วมมือช่วยเหลือมาด้วยดี ผมขอขอบคุณทุกท่านในสังคมผ่านสื่อมวลชน ผมขอขอบคุณมากๆ

                “ลูกชายผมพิการนอนเป็นเจ้าชายนิทรามานาน 4 ปี เขาพูดไม่ได้แม้กระทั่งเรียกพ่อสักคำก็ยังทำไม่ได้ แต่ความเป็นพ่อต้องทนต้องทำให้ได้ถ้าชีวิตยังอยู่พ่อต้องต่อสู้และดูแลกันตลอดไป คำว่าพ่อสามารถดูแลลูกได้ตลอดจนถึงที่สุด และตัวพ่อก็มีหวังความที่จะเกิดปาฏิหาริย์ เพราะลูกชายผมตอนนี้มีความรับรู้ มีความรู้สึก มีการตอบสนองที่ดีขึ้นมาก  แต่เนื่องจากลูกชายผมได้รับความกระทบกระเทือนด้านสมองอย่างรุนแรงคงต้องใช้เวลา ซึ่งคุณหมอท่านก็บอกว่าคุณพ่อต้องใช้เวลานะ ต้องทำกายภาพ ต้องทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้  เพราะเวลาสมองกลับมาเป็นปกติแขนขาจะได้ไม่ติดขัด  ผมจึงทำกายภาพบำบัดให้ลูกชายทุกวัน โดยที่ลูกสะใภ้บอกว่าเขาทำทุกอย่างทำหลายเรื่อง ซึ่งความเป็นจริงผมก็ไม่ได้ใส่ร้ายเขา เพราะเขาเข้ามาดูแลสามีในตอนเช้าทุกวันจริง  แต่หลังจากที่เขาไปเรียกร้องกับสื่อมวลชนเขายังไม่เข้าบ้านผม ถึงวันนี้ก็ยังไม่เข้ามา  โดยส่วนตัวผมอยากจะบอกลูกชายผมที่นอนแน่นิ่งว่า พ่อรักลูกพ่อทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูกได้เสมอ ขอให้ลูกมีกำลังใจที่เข้มแข็งและลูกต้องสู้ด้วยเราต้องทำให้ได้ เราต้องพยายาม ผมบอกลูกทุกวันว่า “เราทำได้ เราทำได้ สำหรับตัวลูกสะใภ้ความจริงแล้วผมไม่อยากให้ออกมาร้องเรียนกับสื่อมวลชน พฤติกรรมแบบนี้เพราะถ้าสังคมเขารับรู้ความจริงทุกอย่าง ลูกสะใภ้ผมจะถูกสังคมต่อว่าและผมก็ไม่อยากเห็นเรื่องที่ว่าไม่เป็นเรื่อง เรามาคุยกันในความเป็นจริงดีกว่า โดยความเป็นจริงแล้วลูกของผมถึงไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาใดๆ เลย  ผมก็ดูแลลูกของผมได้ ความพยายาม ความมานะความอดทนที่ผมสะสมผมทำมาทุกอย่าง และผมก็มีกำลังใจในการดูแลลูกได้ทุกอย่าง ซึ่งยืนยันว่าจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด.

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

โต้เดือด!! พ่อตร.ผู้กล้า เหยื่อไฟใต้ เข้าพบสื่อโต้เดือดลูกสะใภ้ อ้างช่วยเหลือทุกอย่าง อยู่อย่างสุขสบาย เปรียบเทียบเหมือนชาวนากับงูเห่า..!?

ภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช

ข่าว /  ยุทธนะ  เตมะศิริ    สำนักข่าวทีนิวส์   จังหวัดนครศรีธรรมราช