- 07 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 7 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 4 ต.บ่อแร่ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านของอาจารย์สุรเดช เดชคง อายุ 65 ปี ครูภูมิปัญญาไทย สาขาศิปกรรมการแทงหยวก หลังทราบว่าอาจารย์สุรเดชได้รับการคัดเลือกจากส่วนกลางให้จัดหาต้นกล้วยตานีจำนวน 9 ต้น เพื่อนำไปใช้ในงานแทงหยวกเครื่องสด ประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศท้องสนามหลวง โดยต้นกล้วยตานีที่จะใช้ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในวันที่ 26 ตุลาคมนั้น จะใช้จำนวน 99 ต้น กล้วยตานีจากสวนที่จังหวัดอ่างทองถือเป็น 9 ใน 99 ต้น โดยเมื่อเดินทางไปถึงบ้านดังกล่าวได้พบกับอาจารย์สุรเดชอยู่ภายในบ้าน หลังพบกับผู้สื่อข่าวก็ได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังสวนกล้วยซึ่งอยู่ใกล้ ๆ บ้าน โดยสวนกล้วยดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่เป็นสวนกล้วยน้ำว้า มีกล้วยตานีอยู่เพียง 4-5 กอเท่านั้น จากการสอบถามอาจารย์สุรเดช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้มีโอกาสถวายงานเรื่องการแทงหยวกกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งการแทงหยวกนั้นมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยรุ่นปู่ รุ่นพ่อของตนได้มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมา จนรุ่นตน ก็ได้ฝึกหัดมาจนถึงปัจจุบัน และได้มีโอกาสเข้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นำเรื่องการแทงหยวกไปให้ทอดพระเนตร จะกระทั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรับสั่งให้อนุรักษ์การแทงหยวกเอาไว้ และได้ให้ตนไปถวายงานที่ศูนย์การเรียนรู้งานจักหยวก วิทยาลัยในวัง และที่บ้านตนก็ได้เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทย ศิลปะการแทงหยวก สกุลช่างแทงหยวกอ่างทองด้วย
อาจารย์สุรเดช กล่าวต่อว่า และเมื่อก่อนหน้านี้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ตนได้ทราบข่าวว่าทางส่วนกลางได้มีหนังสือมายังตนว่าทางส่วนกลางต้องการต้นกล้วยตานีเพื่อไปใช้ในงานแทงหยวกเครื่องสด ประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศท้องสนามหลวง จำนวน 99 ต้น และได้ให้ตนทำการคัดเลือกต้นกล้วยตานี จำนวน 9 ต้น ไปใช้ประกอบในพิธีดังกล่าว ซึ่งจะใช้ทั้งสิ้นจำนวน 99 ต้น โดยส่วนที่เหลือนั้นให้จังหวัดเพชรบุรี และจันทบุรีเป็นคนคัดเลือกเข้าไป
โดยส่วนตัวตนนั้นหลังทราบข่าวถึงกับขนลุก ตกใจ ปลาบปลื้มใจ และภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสคัดเลือกนำต้นกล้วยตานีจำนวน 9 ต้นเข้าไปใช้ประกอบในพิธี ซึ่งจะมีสักกี่คนที่ได้มีโอกาสแบบตน และที่ตนตกใจนั้น เพราะว่าปกติที่สวนของตนไม่เคยปลูกต้นกล้วยตานีไว้เลย จะปลูกไว้เพียงกล้วยน้ำว้าเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อปีก่อนตนคิดอยากปลูกต้นกล้วยตานีติดสวนเอาไว้ ซึ่งนับจากวันที่ปลูกจนถึงวันนี้ก็เป็นระยะเวลาปีกว่าแล้ว และต้นกล้วยตานีก็กำลังงอกงาม ยืนต้นสวย ซึ่งพอทราบข่าวจนก็ได้เดินเข้ามาดูกล้วยในสวนแล้วก็คัดเลือกเอาไว้แล้ว ซึ่งคุณสมบัติได้ตามที่ต้องการพอดี คือต้นสูงประมาณ 3-4 เมตร ลำต้นแข็งแรง สวยงาม เหมาะแก่การนำไปใช้ในพิธี
สำหรับเหตุผลที่ใช้กล้วยตานีไปประกอบในพิธีนั้น เนื่องจากกล้วยตานีมีคุณสมบัติพิเศษคือลำต้นตรง สูง กาบกล้วยมีจำนวนมาก ไม่บางจนเกินไปและไม่หนาจนเกินไป กาบกล้วยมีสีอมชมพู ภายในกาบกล้วยมีรังผึ้งจำนวนมากและละเอียด ซึ่งรังผึ้งนี้ช่วยเก็บสะสมน้ำเอาไว้ภายในกาบเยอะ ทำให้เมื่อตัดไปใช้แล้วกาบกล้วยไม่เหี่ยวง่าย และอีกประการหนึ่งคือขนาดความกว้างของกาบกล้วยกว้างเสมอกันตลอดทั้งกาบ ไม่ต้องมาแต่งอะไรมากนัก ส่วนการคัดเลือกต้นกล้วยนอกจากจะเลือกที่ขนาดแล้ว ยังต้องดูว่ากล้วยตานีต้นนั้น ๆ จะต้องยังไม่ออกเครือถึงจะใช้ได้ อาจารย์สุรเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทองรู้สึกปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้มีโอกาสถวายงานในครั้งนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น ทรงเป็นพ่อหลวงที่ตน ประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง และประชาชนทั่วประเทศ รวมถึงทั่วโลกเลยก็ว่าได้ต่างรักและเทิดทูนยิ่งสิ่งใด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตัดต้นกล้วยตานีเพื่อนำไปประกอบในพิธีนั้น ก่อนที่จะตัดต้องมีการบวงสรวงต้นกล้วยเสียก่อน โดยทำพิธีพร้อมกันทุกจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกให้จัดหาต้นกล้วยตานีเข้าไป ซึ่งในพิธีดังกล่าวนั้นมีข้อห้ามคือระหว่างที่ทำพิธีบวงสรวงห้ามผู้หญิงเข้าไปยกหรือเดินข้ามโดยเด็ดขาด ฤกษ์ที่ใช้ทำพิธีบวงสรวงคือในวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09.14 น. และนำเข้าไปส่วนกลางพร้อมกันในวันที่ 18 ตุลาคม ก่อนที่จะนำไปประกอบในพิธีในวันที่ 26 ตุลาคมนี้
สุรศักดิ์ หริ่มสืบ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดอ่างทอง
