เข้าใจตรงกันนะ..! นายอำเภอเขวาสินรินทร์ แจงผู้บังคับบัญชา-สื่อ กรณี"โคมยักษ์" ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันที่ 7 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีประเด็นดังในโลกโซเชียลแชร์โคมลอย ที่วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ด้านนายวันชัย ศรีวงษ์ญาติดี นายอำเภอเขวาสินรินทร์ ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชาและสื่อมวลชนผ่านเพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์ ว่า "เรียน ผู้บังคับบัญชา ด้วย www.phenkhao.com/contents/9996 โพสต์ข้อความ "เหมาะสมหรือไม่" โลกโซเชียลจวกยับ วัดดังเมืองช้างปล่อยโคม "ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9" หวั่นกระทบการบิน และไฟไหม้ ได้ไม่คุ้มเสีย จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นวัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ พระอธิการสายแพร กตปุญโญ เจ้าอาวาส ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 คณะสงฆ์ และญาติโยม ร่วมกันจัดทำโคมลอย เพื่อปล่อยหลังการตักบาตรเทโว เป็นประจำทุกปีตามความเชื่อของชาวบ้าน และในปีนี้ได้ติดข้อความดังกล่าวข้างตัวโคม เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชการที่ 9 และกล่าวว่า

1 ตัวโคมทำด้วยกระดาษย่น เมื่อถูกความชื้นมากๆก็จะขาดและตกลงพื้น

2 ใช้การจุดไฟที่พื้นดินแล้วปล่อยควันไฟเข้าไปจนเต็มโคมแล้วปล่อยลอยขึ้นฟ้า โดยไม่มีการจุดไฟเลี้ยงโคมขณะลอยบนท้องฟ้า จึงไม่เกิดเพลิงไหม้อย่างแน่นอน

3 โคมมีขนาดกว้าง×ยาว×สูง 1×1× 2 เมตร รัศมีการลอยไปไม่เกิน 5 กม. (ในสภาพอากาศปกติ) จึงน่าจะไม่กระทบการบิน

ทั้งนี้ ได้ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และขอให้ทำความเข้าใจกับญาติโยมเกี่ยวกับความคิดความเชื่อดังกล่าวที่อาจส่งผลกระทบกับการบินที่อาจมีขึ้นในอนาคต และจะชี้แจงกับสื่อดังกล่าว

เพื่อโปรดทราบ ครับ"

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า Somrak Somboon‎ ได้นำภาพการปล่อยโคม โพสต์ ภาพและคลิป ในตัวโคม ระบุข้อความว่า ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 ณ วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ลงในสื่อโซเซียลมีเดีย และมีการแชร์ลงในเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ทำให้สังคมออนไลน์ ได้ออกมาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างพากันวิพากษ์ วิจารณ์ และแชร์ เป็นจำนวนมาก ได้ไม่คุ้มเสีย พบว่ามี คนกดไลท์กว่า 2.7 K และออกมาแสดงในทางติดลบ ตำหนิ ติเตียน ถึงการกระทำดังกล่าว ว่าไม่เหมาะสม เพราะต่างพากัน เกรงว่า การโคมจากสร้างอันตรายต่อทัศนะการบิน และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ง่ายและรวดเร็ว  ขณะที่ ผู้สื่อข่าว ได้รับการติดต่อจาก พระสมรักษ์  อายุ 20 ปี พระลูกวัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์  หรือผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า Somrak Somboon‎  ได้นำภาพการปล่อยโคม โพสต์ ภาพและคลิป ในตัวโคม ระบุข้อความว่า ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 ณ วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ลงในสื่อโซเซียลมีเดีย และมีการแชร์ลงในเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ทำให้สังคมออนไลน์ ได้ออกมาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างพากันวิพากษ์ วิจารณ์ และแชร์ เป็นจำนวนมาก ได้ไม่คุ้มเสีย พบว่ามี คนกดไลท์กว่า 2.7 K และออกมาแสดงในทางติดลบ ตำหนิ ติเตียน ถึงการกระทำดังกล่าว ว่าไม่เหมาะสม เพราะต่างพากัน เกรงว่า การโคมจากสร้างอันตรายต่อทัศนะการบิน และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ง่ายและรวดเร็ว ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น จนกลายเป็นกระแส สุดดราม่า ในโลกออนไลน์ ระหว่าง คนต่างถิ่นที่ไม่เข้าใจประเพณีต่างรุมด่า ขณะญาติ โยม นอนไม่หลับทั้งหมู่บ้าน หลังกลายเป็นข่าวดังเพียงข้ามคืน

เข้าใจตรงกันนะ..! นายอำเภอเขวาสินรินทร์ แจงผู้บังคับบัญชา-สื่อ กรณี"โคมยักษ์" ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 

พระสมรักษ์ อายุ 20 ปี พระลูกวัดศาลาเย็น เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อถ่ายภาพโคมยักษ์ จากวัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ซึ่งจัดประเพณี ที่งดงาม สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุ และทางวัดได้มีการจัดติดต่อกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว  หลังพิธีตักบาตเทโวฯ ได้มีการปล่อยโคม รูปทรงต่างๆมากมาย ตามประเพณีงานบุญวันออกพรรษา ประจำปี 2560 ณ วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ท่ามกลางสายฝน และชาวบ้านเป็นจำนวนมาก   จึงอยากขอวิงวอนผ่านสื่อขอบิณฑบาต ถึงชาวโซเซียลมีเดีย และสังคมออนไลน์ ที่กำลังออกมา วิพากษ์ วิจารณ์ อย่างหนักหน่วง อยู่ในขณะนี้ว่า โคมที่ทางวัดใช้ลอย ทำจากกระดาษสา กระดาษแก้วธรรมดา ใช้วิธีการลอยโคมยักษ์แบบโบราณ พร้อมกับติด รางวัลเป็นปัจจัย และรางวัล ต่างๆให้กับชาวบ้านที่เก็บโคมได้ มารับได้ที่วัดแห่งนี้  ซึ่งเป็น การใช้ควันรมโคมจนโป่งพองไม่มีการติดหรือจุดไฟติดกับโคมยักษ์ทุกชนิด  จึงปล่อยให้ลอย ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีเหตุเพลิงไหม้และไม่รบกวนการบินของอากาศยาน แน่นอนเพราะ โคมลักษณะนี้จะขึ้นไม่สูง และจะตกอย่างรวดเร็ว ไม่ห่างไปจากวัด อย่างไกลสุดไม่เกิน 5 ก.ม.  ซึ่งทางวัดศาลาเย็น ผู้นำชุม และชาวบ้าน ได้ให้ความสำคัญต้องตระหนักไว้เสมอว่า “ลอยทุกข์โศกให้ตัวเองแล้ว จงอย่าสร้างบาปด้วยการนำพาทุกข์ไปสู่ผู้อื่น” และ safety first ไว้ก่อนไม่ประมาทเป็นดีที่สุด

เข้าใจตรงกันนะ..! นายอำเภอเขวาสินรินทร์ แจงผู้บังคับบัญชา-สื่อ กรณี"โคมยักษ์" ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เข้าใจตรงกันนะ..! นายอำเภอเขวาสินรินทร์ แจงผู้บังคับบัญชา-สื่อ กรณี"โคมยักษ์" ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

เข้าใจตรงกันนะ..! นายอำเภอเขวาสินรินทร์ แจงผู้บังคับบัญชา-สื่อ กรณี"โคมยักษ์" ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

(ภาพ  Somrak Somboon‎ และ เพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์)

เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์  จ.สุรินทร์