- 08 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีประเด็นดังในโลกโซเชียลแชร์โคมลอย ที่วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ด้านนายวันชัย ศรีวงษ์ญาติดี นายอำเภอเขวาสินรินทร์ ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ต่อผู้บังคับบัญชาและสื่อมวลชนผ่านเพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์ ว่า "เรียน ผู้บังคับบัญชา ด้วย www.phenkhao.com/contents/9996 โพสต์ข้อความ "เหมาะสมหรือไม่" โลกโซเชียลจวกยับ วัดดังเมืองช้างปล่อยโคม "ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9" หวั่นกระทบการบิน และไฟไหม้ ได้ไม่คุ้มเสีย จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นวัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ พระอธิการสายแพร กตปุญโญ เจ้าอาวาส ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 คณะสงฆ์ และญาติโยม ร่วมกันจัดทำโคมลอย เพื่อปล่อยหลังการตักบาตรเทโว เป็นประจำทุกปีตามความเชื่อของชาวบ้าน และในปีนี้ได้ติดข้อความดังกล่าวข้างตัวโคม เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชการที่ 9 และกล่าวว่า
1 ตัวโคมทำด้วยกระดาษย่น เมื่อถูกความชื้นมากๆก็จะขาดและตกลงพื้น
2 ใช้การจุดไฟที่พื้นดินแล้วปล่อยควันไฟเข้าไปจนเต็มโคมแล้วปล่อยลอยขึ้นฟ้า โดยไม่มีการจุดไฟเลี้ยงโคมขณะลอยบนท้องฟ้า จึงไม่เกิดเพลิงไหม้อย่างแน่นอน
3 โคมมีขนาดกว้าง×ยาว×สูง 1×1× 2 เมตร รัศมีการลอยไปไม่เกิน 5 กม. (ในสภาพอากาศปกติ) จึงน่าจะไม่กระทบการบิน
ทั้งนี้ ได้ขอให้เจ้าอาวาสพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และขอให้ทำความเข้าใจกับญาติโยมเกี่ยวกับความคิดความเชื่อดังกล่าวที่อาจส่งผลกระทบกับการบินที่อาจมีขึ้นในอนาคต และจะชี้แจงกับสื่อดังกล่าว
เพื่อโปรดทราบ ครับ"
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า Somrak Somboon ได้นำภาพการปล่อยโคม โพสต์ ภาพและคลิป ในตัวโคม ระบุข้อความว่า ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 ณ วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ลงในสื่อโซเซียลมีเดีย และมีการแชร์ลงในเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ทำให้สังคมออนไลน์ ได้ออกมาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างพากันวิพากษ์ วิจารณ์ และแชร์ เป็นจำนวนมาก ได้ไม่คุ้มเสีย พบว่ามี คนกดไลท์กว่า 2.7 K และออกมาแสดงในทางติดลบ ตำหนิ ติเตียน ถึงการกระทำดังกล่าว ว่าไม่เหมาะสม เพราะต่างพากัน เกรงว่า การโคมจากสร้างอันตรายต่อทัศนะการบิน และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ง่ายและรวดเร็ว ขณะที่ ผู้สื่อข่าว ได้รับการติดต่อจาก พระสมรักษ์ อายุ 20 ปี พระลูกวัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ หรือผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า Somrak Somboon ได้นำภาพการปล่อยโคม โพสต์ ภาพและคลิป ในตัวโคม ระบุข้อความว่า ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 ณ วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ลงในสื่อโซเซียลมีเดีย และมีการแชร์ลงในเพจ YouLike (คลิปเด็ด) ทำให้สังคมออนไลน์ ได้ออกมาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างพากันวิพากษ์ วิจารณ์ และแชร์ เป็นจำนวนมาก ได้ไม่คุ้มเสีย พบว่ามี คนกดไลท์กว่า 2.7 K และออกมาแสดงในทางติดลบ ตำหนิ ติเตียน ถึงการกระทำดังกล่าว ว่าไม่เหมาะสม เพราะต่างพากัน เกรงว่า การโคมจากสร้างอันตรายต่อทัศนะการบิน และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ง่ายและรวดเร็ว ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น จนกลายเป็นกระแส สุดดราม่า ในโลกออนไลน์ ระหว่าง คนต่างถิ่นที่ไม่เข้าใจประเพณีต่างรุมด่า ขณะญาติ โยม นอนไม่หลับทั้งหมู่บ้าน หลังกลายเป็นข่าวดังเพียงข้ามคืน
พระสมรักษ์ อายุ 20 ปี พระลูกวัดศาลาเย็น เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อถ่ายภาพโคมยักษ์ จากวัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ ซึ่งจัดประเพณี ที่งดงาม สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุ และทางวัดได้มีการจัดติดต่อกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว หลังพิธีตักบาตเทโวฯ ได้มีการปล่อยโคม รูปทรงต่างๆมากมาย ตามประเพณีงานบุญวันออกพรรษา ประจำปี 2560 ณ วัดศาลาเย็น ต.ตากูก อ.เขวาสินทร์ จ.สุรินทร์ ท่ามกลางสายฝน และชาวบ้านเป็นจำนวนมาก จึงอยากขอวิงวอนผ่านสื่อขอบิณฑบาต ถึงชาวโซเซียลมีเดีย และสังคมออนไลน์ ที่กำลังออกมา วิพากษ์ วิจารณ์ อย่างหนักหน่วง อยู่ในขณะนี้ว่า โคมที่ทางวัดใช้ลอย ทำจากกระดาษสา กระดาษแก้วธรรมดา ใช้วิธีการลอยโคมยักษ์แบบโบราณ พร้อมกับติด รางวัลเป็นปัจจัย และรางวัล ต่างๆให้กับชาวบ้านที่เก็บโคมได้ มารับได้ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งเป็น การใช้ควันรมโคมจนโป่งพองไม่มีการติดหรือจุดไฟติดกับโคมยักษ์ทุกชนิด จึงปล่อยให้ลอย ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีเหตุเพลิงไหม้และไม่รบกวนการบินของอากาศยาน แน่นอนเพราะ โคมลักษณะนี้จะขึ้นไม่สูง และจะตกอย่างรวดเร็ว ไม่ห่างไปจากวัด อย่างไกลสุดไม่เกิน 5 ก.ม. ซึ่งทางวัดศาลาเย็น ผู้นำชุม และชาวบ้าน ได้ให้ความสำคัญต้องตระหนักไว้เสมอว่า “ลอยทุกข์โศกให้ตัวเองแล้ว จงอย่าสร้างบาปด้วยการนำพาทุกข์ไปสู่ผู้อื่น” และ safety first ไว้ก่อนไม่ประมาทเป็นดีที่สุด
(ภาพ Somrak Somboon และ เพจ ชุมชนเขวาสินรินทร์)
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
