- 08 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เกษตรกรนครพนม พัฒนาอาชีพการเลี้ยงปลาในกระชังสร้างรายได้ ภายใต้โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน
นายสุวิทย์ มีมา กำนันตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม ประธานชุมชนตำบลอาจสามารถ โครงการเลี้ยงปลาในกระชุมริมแม่น้ำโขง เล่าว่าเดิมเกษตรกรในพื้นที่มีการดำเนินกิจกรรมการเลี้ยงปลาในกระชังอยู่แล้วเพียงแต่ยังมีจำนวนน้อยและประสบปัญหาด้านการตลาด ซึ่งจากการที่โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ชุมชนเองได้มีการจัดเวทีชุมชนในการคัดเลือกกิจกรรม ซึ่งคนในชุมชนเองมองว่าการเลือกกิจกรรมการเลี้ยงปลาในกระชังเป็นกิจกรรมที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากเกษตรกรในพื้นที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาอยู่แล้ว อีกทั้งสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมมากเพราะอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำโขงทำให้การดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความสะดวก ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 103 ราย ชนิดปลา 3 ชนิด ได้แก่ ปลานิล ปลาเผาะ และปลาหมอไทยแปลงเพศ รวม 50 กระชัง โดยชุมชนได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินงานโครงการ ชุมชนเองมีแหล่งอาหารที่ปลอดภัย เกิดความสมัคสมานสามัคคีของคนในชุมชน และการลดต้นทุนและสร้างรายได้แก่คนในพื้นที่ และในอนาคตชุมชนเองต้องการที่จะพัฒนาไปสู่การรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอาชีพด้านการเลี้ยงปลาในกระชังอย่างเข้มแข็ง
ด้านนายชาญชัย อุดมเทียนทอง คณะกรรมการ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการใช้การดูแลรักษากระชังปลา และการให้อาหาร ทางชุมชนได้จัดตั้งเวนยามในการดูแลโดยหมุนเวียนกันภายในชุมชน ทั้ง 11 หมู่บ้านจากตัวแทน ซึ่งจะทำให้คนในชุมชนเกิดมีความรู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของที่จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน และในส่วนของอาหาร ทางชุมชนได้ทำ MOU ร่วมกับทางร้านค้าซึ่งจะทำให้ได้อาหารที่มีคุณภาพและราคาที่ถูกลงจากท้องตลาดทั่วไป ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตด้านอาหารลดลง ในการนี้นายชาญชัย อุดมเทียนทอง ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าทางชุมชนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ในการเลี้ยงปลาในกระชังให้แก่กัน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ซึ่งในการจำหน่ายปลา ปลานิลจะอยู่ที่ ราคา 61 บาท/กก. ปลาเผาะราคา 100 บาท/กก. และปลาหมอไทยแปลงเพศ ราคา 70-80 บาท/กก. โดยทางกลุ่มมีการวางแผนการผลิตปลาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ทำให้ไม่ประสบปัญหาด้านของราคาที่ตกต่ำ จากการดำเนินโครงการ “ผมขอขอบคุณที่มีโครงการดีๆอย่างนี้ ที่ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีโอกาสในการแสดงความสามารถและศักยภาพการทำงานร่วมกัน ในการช่วยคิด ทำและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ชุมชนด้วยตัวเอง”
นางศรัณยา ชูรัตน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองนครพนม เล่าว่า ในการดำเนินงานโครงการครั้งนี้ทางชุมชนเองได้ขออนุญาตใช้พื้นที่จากทางกรมเจ้าท่า ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินการริมฝั่งแม่น้ำโขง ยาวประมาณ 200 เมตร จำนวน 50 กระชัง ขนาดกระชัง 3x3x1.8 เมตร โดยทางชุมชนให้ความสนใจในการเลี้ยงปลาในกระชังเพราะเป็นกิจกรรมที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่และสามารถช่วยสร้างอาชีพและรายได้แก่คนในชุมชนได้เป็นอย่างดี จากการรวมกลุ่มทำให้ชุมชนเองต้องการที่จะพัฒนาให้เป็นจุดเรียนรู้ด้านการเลี้ยงปลาในกระชังแบบครบวงจร ซึ่งในขณะนี้ได้ดำเนินการสร้างบ่ออนุบาลปลาเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์ปลาเอง ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนในส่วนของพันธุ์ปลาลงได้ โดยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินงานในการบริหารจัดการโครงการ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยั่งยืนของการพัฒนาอาชีพต่อไป นางศรัณยา ชูรัตน์ กล่าวในตอนท้าย
าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครพนม
