- 08 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 เวลา 09.30 น.ที่ศาลาการเปรียญวัดโนนศิลาเลิง ตำบลโนนศิลาเลิง อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำสมาชิกสภานิติบัญญัติ เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนในโครงการสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชน ซึ่งเป็นโครงการสัญจรมาถึงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดที่ 69 โดยมี นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายเธียรชัย อัจฉริยพันธ์ รองผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.อ.ประวัติ จารุตัน เสนาธิการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้การต้อนรับและนำเสนอปัญหาพร้อมเปิดเวทีภาคประชาชน
บนเวที มี นายพีระศักดิ์ พอจิตร รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ นางตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. นายชาญวิทย์ วสยางกูร สมาชิก สนช. และ นส.อรนุช ศรีนนท์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมอภิปรายและตอบข้อซักถามประชาชน โดยใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ประชาชนเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำโดยเฉพาะข้าว และปัญหาปากท้องรวมถึงสาธารณูปโภคในด้านต่างๆ มีการนำเสนอโครงการด้านการกีฬา การนำเสนอให้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ
นายพีระศักดิ์ พอจิตร รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้ประชาชนก็มีการตั้งคำถามถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนั้น ขณะนี้เชื่อว่าทุกอย่างได้ดำเนินการตามแผนที่ทางรัฐบาลกำหนด โดยขณะนี้เส้นทางสู่การเลือกตั้งก็จะขึ้นอยู่กับการออกกฎหมายลูกที่ต้องผ่านกระบวนการคัดกรองและมีประกาศในราชกิจจานุเษกษา และแน่นอนว่าหากมีกระบวนการพิจารณาก็จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน จากนั้นก็จะต้องให้มีประกาศ แต่ในขณะนี้ทุกอย่างกำลังดำเนินการ ซึ่งคาดว่าทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่นโยบายของรัฐบาลได้แถลงเอาไว้
สำหรับความต้องการในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะกาฬสินธุ์ จะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะปัญหาด้านอุทกภัย สนช. ก็จะมีหน้าที่ในการเสนอให้รัฐบาล เร่งดำเนินการแก้ไข ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องการรับค่าชดเชยความเสียหาย และการต่อยอดโครงการในด้านต่างๆ ที่หลังจากรับฟังแล้วก็จะมีการนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป
ในการพบปะประชาชนในครั้งนี้ สนช. ยังมีการแบ่งกลุ่มลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วมและได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ อำเภอฆ้องชัย โดยในขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่เริ่มลดปริมาณลงแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือในลำน้ำชี ปรากฏระดับน้ำเพิ่มขึ้น และกลับมาแตะระดับวิกฤตอีกครั้ง และในขณะนี้ชาวบ้านและผู้นำชุมชนได้ช่วยกันระวังในเขต อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย และอำเภอร่องคำ ขณะที่เขื่อนลำปาวล่าสุดมีปริมาณน้ำวันนี้อยู่ที่ 1,725 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 87 ของความจุอ่าง ซึ่งในปีนี้เขื่อนลำปาวยังระบุบว่า มีปริมาณน้ำเข้าเขื่อนมากกว่าสามพันล้าน ลบ.ม. ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบ 50 ปีตั้งแต่มีการกักเก็บน้ำในเขื่อนลำปาว จึงทำให้พื้นที่ด่านล่างซึ่งติดกับลำน้ำปาว ลำน้ำพาน และลำน้ำชี อาจจะเกิดปัญหาน้ำหนุนสูงและเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมขังขึ้นได้
ภาพข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง / ข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
