- 08 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เวลา 19.50 น. วันที่ 8 ตุลาคม 60 ร.ต.อ. สุพัตร บุญเรือง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้ง เกิดมีคนร้ายเข้าไป งัดบ้านที่บ้านเลขที่333 ม. 5 บ้านหนองหัวหมู ต.นาดี อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว โดยมี พ.ต.ท. วาทชัย สัมนวนชี สวป. สภ. โพนพิสัย จ. หนองคาย อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน พาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่คนร้ายใช้เป็นช่องทางในการเข้าไปขโมยทรัพย์สิน โดยคนร้ายใช้เสาปูนพาดไปยังผนังหลังบ้าน จากนั้นเปิดหน้าต่างแล้วใช้ของแข็งงัดเหล็กดัดจนพังเสียหายออก ก่อนที่จะปีนเข้าไปรื้อค้นหาทรัพย์สินตามลิ้นชักต่างๆภายในห้องนอนของตน
โดยคนร้ายได้พระพุทธรูปบูชาไปสามองค์ มีหลวงพ่อพระใสหน้าตักกว้าง7 นิ้ว 1 องค์ หลวงพ่อเปิ่นหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว 1องค์ ,หลวงปู่ขาว หน้าตัก 3นิ้ว 1องค์ ,พระเครื่อง อีกกว่า 150 องค์ มูลค่าประมาณ45,000บาท และคนร้ายได้เข้าไปขโมยกระปุกออมสินขนาดใหญ่ของหลาน มีเงินประมาณ 10,000 บาท และหัวแหวนเพชรตาแมว ซึ่งเป็นมรดกที่พ่อให้ไว้ เครื่องประดับอื่นๆ มูลค่า5,000บาท รวมทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นเงิน 60,000บาท พ.ต.ท. วาทชัย สัมนวนชี ให้การว่า ปกติแล้ว ตนเองกับภรรยาจะไปทำงาน อยู่ที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้มาสร้างบ้านหลังนี้นานแล้ว จะมีเพียงหลานชายพักอาศัยอยู่คนเดียว โดย 2-3สัปดาห์จะกลับมาบ้าน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาได้ว่าจ้างให้ช่างมาซ่อมแซมบ้าน ตนก็จะไปมาบ้านในช่วงที่ช่างมาทำงานตลอด และเมื่อวันที่ 4 ตุลาที่ผ่านมา ได้กลับไปทำงานเพราะเป็นช่วงออกพรรษา จะมีประชาชนมาชมบั้งไฟพญานาค ที่ อ.โพนพิสัยเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนต้องไปอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
ส่วนภรรยาและหลานก็เดินทางไปด้วย บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนอยู่ และวันนี้ ตนกลับมาส่งหลานที่บ้าน แล้วพบว่าบ้านโดนงัดภายในบ้านถูกรื้นค้นกระจัดกระจาย จึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อปี 2557 บ้านหลังนี้ก็เคยถูกคนร้ายเข้ามางัดแล้วครั้งหนึ่ง ได้ทรัพย์สินไปเป็นธนบัตรเก่าที่ตนเองสะสมเอาไว้ ร.ต.อ. สุพัตร บุญเรือง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้เสาปูนมาพิงด้านหลังบ้าน เพื่อปีนไปงัดหน้าต่างและลูกกรง ก่อนที่จะเข้าไปภายในบ้าน เพื่อรื้อค้นหาขโมยทรัพย์สิน ซึ่งคนร้ายอาจจะดูราดราวก่อนนี้ ว่าบ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่ จึงฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุ ทางด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลัดฐานได้ตรวจสอบและเก็บลายนิ้วมือแฝงของคนร้ายแล้วพบว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่าสองคนและมีอาชีพ เพราะจากการตรวจลายนิ้วมือพบว่าคนร้ายสวมถุงมือ เข้ามาก่อเหตุ ซึ่งทางชุดสืบสวน จะได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสคนร้ายต่อไป
กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
