- 09 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(9 ต.ค.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบร้านขายขนมเขมรโบราณพื้นเมืองสุรินทร์ ตั้งขายอยู่ริมถนน บริเวณสามแยกบ้านอาลอ ม.10 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ลักษณะเป็นเพิงหมาแหงน แบบเรียบง่าย เปิดขายขนมเขมรโบราณพื้นเมืองสุรินทร์ เริ่มหารับประทานได้ยากในปัจจุบันนี้ คือ ขนมโกรจ หรือ ขนมผลส้ม หรือคนทั่วไป รู้จักว่าขนมไข่หงห์ กล้วยทอดใบเตย ขนมโชก(ภาษาเขมร)หรือขนมฟักบัว ขนมเทียน และสินค้าพื้นบ้านตามฤดูกาล มีนางหุน พิมพ์กร อายุ 47 ปี สามี และลูกสาว เป็นเจ้าของร้านเจ้าของร้านขนมเขมรโบราณพื้นเมืองสุรินทร์ เป็นร้านเล็กๆเปิดขายมานานกว่า 20 ปี บริเวณหน้าบ้านของตนเอง ติดถนนลาดยาง ภายในหมู่บ้าน
เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ไปจนกว่า ขนมจะหมด ส่วนใหญ่จะไม่เดินเวลา 14.00 น.ของทุกวัน แต่บางวันขายดิบขายดียอด หมดเกลี้ยงก่อนเที่ยงวันก็มี ด้วยความขยัน ขันแข็ง หนักเบาเอาสู้ จากครอบครัวที่มีฐานะยากจน หันมา ก้าวตามรอย บาทศาสตร์พระราชา ในหลวง รัชกาลที่ 9 ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่พอกิน ไม่ไปเป็นหนี้เป็นสิน กู้เงินนอกระบบ เอาเงินอนาคตมาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ทำไร่ ทำนา ตามหลักเศรษฐ์กิจพอเพียง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก และทำขนมแต่พอขาย มีรายได้เลี้ยงครอบครัว อยู่ได้อย่างไม่ลำบาก มีบ้าน มีรถยนต์ ลูกๆมีงานทำไม่อดตาย โดยในแต่ละวัน จะทำขนมโกรจ มี 2 ไส้ คือ ไส้มะพร้าว สังเกตง่ายๆจะโรยหน้าด้วยงาดำ และ ไส้ถั่วเหลือง จะโรยหน้าด้วยงาขาว นอกจากนี้ยังมี กล้วยทอดใบเตย ขายเสริมอีกด้วย ในแต่ละครอบครัวนี้ ประกอบด้วย พ่อแม่และลูกสาว จะแบ่งหน้าที่ช่วยกันผสม แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวจ้าว น้ำตาลปี๊ป มะพร้าวทึนทึก ถั่วเหลือง น้ำมันพืช
แยกหน้าที่โดยฝ่าย ผู้เป็นพ่อจะเป็นคนหาวัตถุดิบ ทุกอย่างๆ เพื่อเตรียมไว้สำหรับ การทำขนมขนมโกรจ กล้วยทอดใบเตย ส่วนลูกสาวจะเป็นคนปั้นขนมโกรจ ทำไส้มะพร้าว โรยด้วยงาดำ ไส้ถั่วเหลือง โรยหน้าด้วยงาขาว ขนาดพอดีคำ เมื่อเสร็จก็จะทอดขนมโกรจ จนสุกเหลืออร่าม ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนนำมาเสียบด้วยทางมะพร้าว ไม้ละ 5 ลูก ขายในราคาไม้ละ 20 บาท ส่วนผู้เป็นแม่ก็จะมีหน้าที่ผสมแป้ง ปาดกล้วยน้ำมา แล้วทอดใบเตยในน้ำมันพืชเดือดๆ แล้วค่อยนำ กล้วยน้ำว้า ชุบแป้ง มาทอดกล้วยแขกใบเตย จนเหลืองกรอบ แล้วนำขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ขนมกล้วยแขกใบเตย จะเป็นสีน้ำตาลทอง น่ารับประทาน แถมรสชาติอร่อย หอมกลิ่นใบเตย สูตรเด็ดที่ถ่ายทอดมาจากรุ่นปู่ย่า ตายาย หลายชั่วอายุคน จึงทำมีลูกค้าขาประจำเป็นจำนวนมาก ขายหมดเกลี้ยงทุกวัน กำไรงามกว่าละ 500 บาทเลยทีเดียว
นางหุน พิมพ์กร อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 261 บ้านอาลอ ม. 10 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ เจ้าของร้านขนมเขมรโบราณพื้นเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า ตนทำนาไม่ได้ เพราะตากแดดานๆจะเป็นลม ก็เลยบอกสามีให้ทำนา ส่วนตนจะมาทำขนมขายที่หน้าบ้านแทน เพื่อช่วยงานหาเงินส่งลูกทั้ง 3 คนเรียนหนังสือ ทำขนมขายมานานกว่า 20 ปี ตั้งแต่ลูกชายคนโตอายุได้เพียง 9 ขวบ ตอนแรกๆไม่ได้มาขายแบบนี้ ตนแรกทำวุ้นขาย ใส่ถาดแล้วขี่มอเตอร์ไซด์ขาย มือหนึ่งบิดคันเร่ง มือหนึ่งก็ถือถาด ปากก็ตะโกนขาย ภายในหมู่บ้านอาลอแห่งนี้ บางทีก็เชื่อมมะละกอให้ลูกชายคนโตเอาไปขายที่โรงเรียน ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ให้เขาไปขายถุงละ 1 บาท แล้วก็ให้เงินลูกไปเรียนวันละ 2 บาท ลูกชายก็จะขายได้วันละประมาณ 20 บาท
ตนจะบอกลูกทุกๆคนว่า แม่ไม่มีรายได้ ต้องรู้จักใช้เงินอย่างประหยัดนะ ลูกทั้ง 3 คน ก็เชื่อฟังแม่ คุยเรื่องชีวิตน้ำตาจะไหล ขนมที่ขายในร้านจะมี กล้วยแขก ขนมโชก(ภาษาเขมร)หรือขนมฟักบัว ขนมเทียน และขนมโกรจ ก็ทำมาเรื่อยๆจนลูกเรียนจบ แม้ว่าจะไม่ได้สูงอะไร แต่ก็พอมีวุฒิการศึกษาสามารถไปสมัครงานได้ มีรายได้พออยู่พอกิน ยอดขายกำไรกว่าวันละ 500 บาท นอกจากนั้นก็มีของที่ชาวบ้านเอามาฝากขายด้วย บางวันจะเอาจิ้งหรีดมาทอดขาย แต่ช่วงนี้เพิ่งล้างคอก รอเลี้ยงใหม่อีกรอบ
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
