- 09 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 9 ต.ค. 60 ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยา โดยได้เข้าร่วมประชุม ร่วมกับ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 10 ,11,12 และผู้อำนวยการโครงการชลประทานในลุ่มเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาช่วงปลายฤดูฝน ณ สำนักงานชลประทานที่ 12 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
ซึ่งหลังจากใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง อธิบดีกรมชลประทานได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้กรมชลประทาน จะเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระบายอยู่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากในช่วงกลางสัปดาห์นี้คาดว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำจากทางภาคเหนือไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการผันน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ไม่สามารถทำได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากมีฝนที่ตกทางตอนล่าง ทำให้มีน้ำไหลเข้าระบบชลประทานจำนวนมาก จึงต้องใช้การบริหารจัดการน้ำด้วยการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยจะค่อยๆเพิ่มการระบายน้ำขึ้นวันละ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาทลงไป มีระดับสูงขึ้นจากเดิมอีกวันละ 25 เซนติเมตร และจะทำให้พื้นที่ริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำ ที่ถูกน้ำท่วมอยู่แล้ว ได้รับผลกระทบมากขึ้น
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้โครงการชลประทานที่อยู่บริเวณเชื่อมต่อกับอ่าวไทย รวมทั้งคลองระพีพัฒน์ ที่มีหน้าที่จะต้องลำเลียงน้ำจากเหนือลงใต้ จะต้องเพิ่มขีดความสามารถในการรับน้ำให้มากขึ้น สถานีสูบน้ำทุกแห่งที่ติดกับอ่าวไทย หรือติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จะทำการเดินเครื่องเต็มที่ และใช้เครื่องผลักดันน้ำมาช่วย เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด
