- 09 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560 จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่ 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรเป็นบริเวณกว้างนานกว่า 2 เดือน ซึ่งสถานการณ์หลายพื้นที่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติและบางพื้นที่สถานการณ์กำลังคลี่คลายระดับน้ำลดลงเรื่อยๆตามลำดับแล้ว เนื่องจากเขื่อนลำปาวลดปริมาณการระบายน้ำเหลือวันละ 8 ล้าน ลบ.ม.แต่ล่าสุดสถานการณ์ในพื้นที่ อ.กมลไสย อ.ร่องคำ และอ.ฆ้องชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่ติดกับแม่น้ำชี กลับต้องเสี่ยงกลับสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำรอบสอง เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำชีหนุนสูง เนื่องจากมวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิ และเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่นไหลเข้ามาสมทบ ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณเขื่อนระบายน้ำวังยาง อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเข้าสู่ระดับวิกฤติอีกครั้ง ซึ่งทางจังหวัดต้องประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงภัย และเจ้าหน้าที่ต้องปักธงสีแดงเป็นสัญลักษณ์เตือนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ล่าสุดนายคารม คำพิทูรย์ นายอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ นายพิชิต ศรเสนา กำนัน ต.ลำชี พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น เข้าตรวจสอบพนังกันน้ำบริเวณบ้านหนองคล้า ม.7 ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ หลังจากถูกกระแสะน้ำในแม่น้ำชีกัดเซาะจนขาดทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 5 หลังคาเรือน พร้อมกับมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น จากนั้นนายคารม คำพิทูรย์ นายอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้นำชุมชนร่วมกันออกตะเวนตรวจสอบจุดเสี่ยงตามแนวพนังกั้นแม่น้ำชีตลอดระยะทาง 22 กม. หลังจากปริมาณน้ำแม่น้ำชีเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยวันละ 10 ซม.โดยจากการตรวจสอบตลอดระยะทางมีจุดเสี่ยงจากเดิม 12 จุด เพิ่มขึ้นอีก 2 จุด รวมทั้งหมด 14 จุด เนื่องจากถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนทำให้น้ำรั่วซึมเข้ามา แต่ขณะนี้ทางอำเภอฆ้องชัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้นำท้องถิ่นเร่งทำการอุดรอยรั่วเสร็จแล้ว
นายคารม คำพิทูรย์ นายอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ภายหลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ที่เกิดจากการะบายน้ำของเขื่อนลำปาว กำลังเริ่มคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ปัจจุบันกลับพบว่าระดับน้ำในแม่น้ำชีกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณเขื่อนระบายน้ำวังยาง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 140.25 ม.รทก.(เมตรเทียบกับทะเลปานกลาง) จากระดับกักเก็บปกติ 137 ม.รทก.ซึ่งกลับเข้าสู่ภาวะวิกฤติอีกครั้ง จากที่เคยมีระดับสูงเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องปักธงแดงเตือนไว้ที่เขื่อนระบายน้ำและตามจุดเสี่ยง พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังจุดเสี่ยงตามแนวพนังกั้นแม่น้ำชี ระยะทางกว่า 22 กม. ซึ่งจากเดิมมี 12 จุด และขณะนี้มีจุดเสี่ยงเพิ่มอีก 2 จุด เนื่องจากถูกกระแสะน้ำกัดเซาะ ซึ่งจะต้องมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำให้เฝ้าระวัง และจัดเตรียมอุปกรณ์ให้การช่วยเหลือหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำชีนั้นมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ เพราะจะมีมวลน้ำจาก จ.ชัยภูมิและเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่นเพิ่มปริมาณการระบายน้ำ ซึ่งจะไหลมาสมทบกัน จึงต้องมีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสถานการณ์เขื่อนลำปาวล่าสุด มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,731 ล้าน ลบ.ม.จากความจุด 1,980 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 87 % ปัจจุบันระบายน้ำลงสู่ลำน้ำปาวเฉลี่ยวันละ 8 ล้าน ลบ.ม.
ภาพ/ข่าว ชมพิศ ปิ่นเมือง สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
