- 10 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(10 ต.ค.60) หลังจากเมื่อวานนี้ ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และเปิดเผยว่า กรมชลประทานจะปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากต้องเร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรองรับปริมาณน้ำจากทางภาคเหนือ และฝนที่จะตกหนักทางภาคเหนือและภาคกลางในช่วงวันที่ 13-15 ต.ค.60 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราสูงสุดประมาณ 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้
เช้าวันนี้ ปริมาณน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำสะแกกรัง ที่ไหลมารวมกันที่ จ.ชัยนาท มีปริมาณ 2,858 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากวาน 86 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับ 16.80 เมตร(รทก) ขณะที่ เขื่อนเจ้าพระยา ได้เพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนจากวานนี้ 188 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,188 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน ที่ อ.สรรพยา น้ำสูงขึ้นจากวาน 42 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 14.90 เมตร(รทก)
ส่งผลทำให้น้ำที่ท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำใน อ.สรรพยา ขยายวงกว้างมากขึ้น มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 400 หลังคาเรือน ระดับน้ำที่ท่วมสูงขึ้น ทำให้ ชาวบ้าน ต.ตลุก(ตะ-หลุก) ต้องเร่งเสริมคันกระสอบทรายกั้นน้ำบริเวณหน้าวัดอินทราราม เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ชั้น เป็น 6 ชั้น และต้องทำคันกระสอบทรายกั้นน้ำในจุดเสี่ยงของหมู่บ้านเพิ่มเติมอีกหลายจุด
ข่าว/ภาพ ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยนาท
