- 10 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เปิดใจทนายความเจ้าบ่าววัย17 วิวาห์ล่ม อาสาว่าความฟรี ไม่ได้อยากดัง ต้องการช่วยเหลือเพราะเข้าใจหัวอกเดียวกัน เผยเคยสู่ขอแฟนสาวแต่ตกสินสอดกว่า 2แสน ไม่มีให้ ขณะที่แฟนสาวท้อง สุดท้ายพ่อตาแม่ยายเห็นใจยกให้ฟรี เตือนเป็นอุทาหรณ์เยาวชนไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง
จากกรณีมีการจัดงานแต่งงาน ที่ ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ระว่าง เจ้าบ่าววัย 17 ปี และเจ้าสาววัย 15ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน แต่เมื่อถึงวันงาน ทางฝ่าย เจ้าบ่าวกลับไม่ได้มาในงานพิธีแต่อย่างใด โดยอ้างว่า ไม่สามารถหาสินสอดได้ครบตามจำพนวน 1.5 แสนบาท สร้างความโศกเศร้าแก่เจ้าสาว และญาติพี่น้องเป็นอย่ามาก เนื่องจากได้มีการลงทุนเตรียมงาน ไปเป็นเงินกว่า 3 แสนบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาฝ่ายเจ้าสาว จึงได้แจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ และเตรียมฟ้องร้องเสียค่าเสียหาย จากฝ่ายชาย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกระบี่ ในข้อหาพรากผู้เยาว์อายุเกินกว่า 15ปี ไปเสียจากบิดามารดาฯ โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามรถขัดขืนได้ ก่อนที่ศาลจะอนุญาตให้ประกันตัวเป็นเงินสด 1หมื่นบาทตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 10 ต.ค.60 ร.ต.อ.บุญส่ง ล่องวารี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เขาพนม จ.กระบี่ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อวานนี้ได้นัดให้ผู้ต้องหา คือเจ้าบ่าววัย 17 ปี มารับทราบข้อกล่าวหาที่สภ.เขาพนมนั้น ทางเจ้าบ่าววัย 17 ปี ก็เดินทางมาพร้อมกับญาติ และทนายความ ซึ่งทางตนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามที่ทางฝ่ายพ่อเจ้าสาวแจ้งความไว้คือ พรากเยาว์ และกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา โดยเบื้องต้นเมื่อได้แจ้งข้อกล่าวหา ก็ได้นำตัวไปส่งที่ศาลเยาวชนครอบครัว จ.กระบี่ เพื่อควบคุมตัวไว้ โดยทางญาติได้ขอยื่นประกันตัว วงเงินประมาณ 1 หมื่นบาท และได้ปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว
ร.ต.อ.บุญส่ง เปิดเผยอีกว่า ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้ ได้เตรียมนัดหมายกับทางอัยการ และหน่วยที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันสอบปากคำตามกระบวนการกฎหมายต่อการพิจารณาคดีความที่เกี่ยวกับเยาวชน โดยคาดว่าจะนัดสอบปากคำผู้ต้องหาได้ประมาณสัปดาห์หน้า ส่วนเรื่องของคดีนั้นคงต้องให้ทางศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะตัดสินอย่างไร เนื่องจากเป็นคดียอมความไม่ได้ แต่สามารถขอความปราณีต่อศาลได้หากมีการตกลงไกล่เกลี่ยกัน เนื่องจากคดีนี้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายก็รับทราบมาโดยตลอด มีการจัดงาน แจกการ์ดเชิญ แต่ที่เจ้าบ่าวไม่ได้มาเพราะสินสอดงานแต่งไม่ครบ
ด้านนายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของนายบี(นามสมมุติ) เจ้าบ่าวที่ตกเป็นผู้ต้อง หาในคดี เปิดเผย ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าง รอพนักงานสอบสวน เรียกตัวนายบี ไป ให้ปากคำ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ ซึ่งจะมีพนักงานอัยการ นักสังคมสง สงเคราะห์ นักจิตวิทยา และที่ปรึกษากฎหมาย ร่วมสอบปากคำ ก่อนที่ดำเนินการส่งฟ้องศาล เนื่องจากผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน คาดว่าประมาณ 2-3 พนักงานสอบสวน ก็จะนัดวันไปให้ปากคำ และในวันที่8 พ.ย.นี้ศาลก็จะนัดผู้ต้องหาให้ไปรายงานตัว
นายเกรียงศักดิ์ เปิดเผยอีกว่าสำหรับเรื่องของคดี ก็คงต้องรอกระบวนการ ของชั้นศาล แต่ตนเชื่อว่า ฝ่ายชายไม่ได้ มีความผิด ทั้งสองข้อกล่าว เนื่องจากมีการไปสู่ขอฝ่ายหญิง ด้วยความตั้งใจที่จะอยู่กินอย่างสามีภรรยา และฝ่ายชายเองก็ยังเป็นเยาวชนอยู่ ตนหวังว่า เรื่องนี้คงจะจบลงด้วยดี อยากให้ทั้งสองคนสมหวัง เพราะเด็กมีความรักซึ่งกันและกัน และอยากฝ่ายชายเก็บเงิน1แสนไว้ให้ ฝ่ายหญิง หลังจากเรื่องนี้จบลงด้วยดี ส่วนสาเหตุที่ตนได้มาเป็นทนายให้ เจ้าบ่าววัย17 ปี เพราะได้รู้จักกันฝ่ายทางเฟซบุค จึงได้ให้คำแนะนำไปว่าไม่ต้องกังวล และได้มาช่วยโยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆแต่ ไม่ใช่ว่าอยากดัง แต่ รู้สึกสงสารน้องเขา ที่ฐานะยากจน แต่ถูกเรียกค่าสินสอดแพง ซึ่งชีวิตน้องเขาก็เหมือนผมเมื่อ10กว่าปีที่แล้ว ที่ทางฝ่ายพ่อตาแม่ยาย เรียกสินสอด 2แสนบาท ซึ่งตอนนั้นยังเรียนอยู่ ไม่มีเงินแต่ง แต่สุดท้ายแฟนท้อง ระหว่างที่เรียนยังไม่จบ แต่สุดท้ายพ่อตาแม่ยายใจดี เลยให้อยู่ด้วยกันโดยไม่เอาสินสอดแม้แต่บาทเดียว นี่คือเหตุผลที่ผมเข้าไปช่วยเหลือ น้องเขา และวอนผู้ใหญ่อย่าตัดสินเด็กแค่อายุ
“เรื่องนี้ผมอยากให้เป็นอุทาหรณ์แก่สังคม แต่ไม่ได้ต้องการให้เอาเป็นตัวอย่าง เพราะผลมันไม่ได้ดีเสมอไป อยากให้น้องๆ เยาวชนทุกคนตั้งใจเล่าเรียนอย่าเพิ่งชิงสุกก่อนห่าม เพราะชีวิตเรายังมีอะไรมากมายที่น่าสนใจ อย่าเพิ่งตัดอนาคตของตัวเองโดยการรักและต้องแต่งงานในวันที่ยังไม่พร้อม เพราะบางทีอาจจะไม่เหมือนชีวิตผมเป็นได้ เรียนจบได้ทำงาน ชีวิตก็สุขสบายครับ อดีตเจ้าบ่าวไม่มีสินสอดกล่าว ทิ้งท้าย
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
