ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2560 ที่ห้องประชุมเวียงโกศัย ศาลากลางจังหวัดแพร่ มีกลุ่มตัวแทนชาวบ้านตำบลไทรย้อย หมู่ 3 หมู่ 5 หมู่ 6 และ หมู่ 11 อ.เด่นชัย จ.แพร่ กว่า 50 คน นำโดย นายพัสกร เขื่อนพันธ์ ผญบ.หมู่ 11 นายกษิด์ณพิชญ์ มหาธนาทวีโชค แกนนำบ้านปางเคาะ นายอำนวย คลี่ใบ สำนักฮอมบุญอโศก บ้านป่าไผ่ นางเบญญภา กำทอง อดีต ผญบ.หมู่ 11 แกนนำชาวบ้าน นางแอนนี่ สแตนตั้น เจ้าของฟาร์มหมูอินทรีย์ ผู้เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ของบริษัทศักดาพรอินดัสตรี้ จำกัด และ บริษัทเอส พาวเวอร์ ออยล์กรุ๊ป จำกัด โดยได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงนายเน้ย สมบูรณ์เถกิง นายก อบต.ไทรย้อย อ.เด่นชัย จ.แพร่ แต่ไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องความเดือดร้อนของชาวบ้านและไม่ให้ความร่วมมือ จึงต้องดั้นด้นมาพึ่งบารมีและมายื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่โดยตรง ก่อนที่นายพงศ์รัตน์ ภิราย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ จะเข้าปะกับชาวบ้านได้เรียกนายโสภณ สุรภี หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ เข้าหารือโดยตรงเพื่อรับทราบถึงกระบวนการทำงานที่ผ่านมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแพร่ และหลังจากนั้นนายพงศ์รัตน์ ภิราย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เข้ามานั่งโต๊ะร่วมพูดคุยกับชาวบ้านโดยตรงแบบเป็นกันเอง แทนที่จะนั่งโต๊ะสำหรับผู้บริหารของจังหวัด ฯ ที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ ซึ่งสร้างความประทับใจกับแกนน้ำชาวบ้านทั้งห้องประชุม ที่ไม่มีผู้ว่าคนไหนทำแบบนี้ เบื้องต้นผู้ว่าฯ ได้สอบหาข้อเท็จจริง โดยมี นายนิกร ยะกระจาย ป้องกันจังหวัดแพร่ และนายโสภณ สุรภี หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตัวแทนจากอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ เข้าหารือโดยตรง

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ส่วนแกนนำชาวบ้านอย่างนายอำนวย คลี่ใบ สำนักฮอมบุญอโศก บ้านป่าไผ่ ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ชาวบ้านพบว่าการปิดประกาศการขอสัมปทาน ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ นำไปติดไว้ที่บ้านกำนัน ระยะเวลา 20 วัน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ใช้สิทธิ์โต้แย้งสิทธิ์นั้น ชาวบ้านเพิ่งทราบเรื่องเมื่อเวลาของการโต้แย้งเหลือเพียง 2 วันเท่านั้น ประเด็นดังกล่าวน่าจะมีข้อสงสัยว่า กระบวนการของรัฐในการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อความสุขของประชาชนอาจไม่เป็นไปเช่นนั้น และเชื่อว่าผู้นำที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจจะปกปิดข้อมูล จนมีการเปิดให้ชาวบ้านได้ทราบเรื่องเมื่อเหลือเวลาอีก 2 วันเท่านั้น เมื่อชาวบ้านทราบจึงได้รวมตัวกันคัดค้าน ซึ่งเรื่องนี้ในท้องถิ่นคงช่วยอะไรไม่ได้จึงได้พากันมาขอพบผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สำหรับนายกษิด์ณพิชญ์ มหาธนาทวีโชค แกนนำบ้านปางเคาะ กล่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านว่า การขอประทานบัตรของการทำเหมืองหินครั้งนี้ ชาวบ้านไม่ทราบเรื่องมาก่อนเลย ทั้งๆ ที่ชุมชนรอบรอบป่าสงวนแห่งชาติน้ำพร้าว บ่อแก้ว แม่สูง ที่ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาป่าไม้ในบริเวณดังกล่าวยังชีพ ทั้งแหล่งน้ำ อาหาร ยารักษาโรค และการทำมาหากินสร้างรายได้ แต่ถ้าเอาป่าผืนนี้ไปทำลายกลายเป็นแหล่งหิน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่จะทำอย่างไร โดยเฉพาะในป่าแห่งนี้ อุดมไปด้วยไม้มีค่าและป่าสมุนไพรหายากที่ชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ไว้ต่อเนื่อง การทำเหมืองจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอย่างแน่นอน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างนายโสภณ สุรภี หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า การขอประทานบัตรดังกล่าวเป็นขั้นตอนของกฎหมาย ได้จดทะเบียนคำขอประทานบัตรที่ 5 / 2560 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ของบริษัท เอส พาวเวอร์ ออยล์ กรุ๊ป จำกัด ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นหินบะซอลต์เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง ทำการรังวัดและการไต่สวนประกอบคำขอไปแล้ว ซึ่งในการไต่สวนไม่พบว่ามีการทำลายสิ่งแวดล้อมใดๆ ในพื้นที่ 100 ไร่ 2 งาน 98 ตารางวา เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2510 ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการใช้สิทธิ์โต้แย้งได้ภายใน 20 วัน และแจ้งให้เจ้าพนักงานทราบภายใน 40 วัน

ส่วนนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความเดือดร้อนของประชาชน โครงการทำเหมืองหินดังกล่าวเป็นแนวทางการพัฒนาของทางราชการที่จะนำหินมาใช้ในกิจการก่อสร้างทางรถไฟสายเหนือ ซึ่งตามที่ชาวบ้านร้องเรียนคือการแจ้งข่าวสารของขอประทานบัตรช้าเกินไป หรือปกปิดจงใจให้ประชาชนไม่รับทราบ เรื่องนี้ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ทำประกาศใหม่เพื่อให้โอกาสประชาชนได้เข้ามาใช้สิทธิ์โต้แย้งได้เต็มที่ โดยการประกาศใหม่ได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ทำการแจ้งข้อมูลให้กับชาวบ้านทุกหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้สามารถออกความคิดเห็นและเจตจำนงค์ต่อโครงการดังกล่าวให้ชัดเจน โดยทางจังหวัดแพร่ยืนยันว่าจะให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด และถ้าเกิดปัญหาอีกให้กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบติดต่อกับผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้โดยตรง ทำให้ชาวบ้านตำบลไทรย้อย เป็นที่พอใจจึงแยกย้ายกันกลับ

สำหรับนายนพพร ศักดาพร ประธานกรรมการบริษัทศักดาพรอินดัสตรี้ จำกัด กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เป็นแนวทางการหาแหล่งหินที่ใช้ในการสร้างทางรถไฟสายเหนือ รองรับความเจริญของประชาคมอาเซี่ยน เป็นการหาแหล่งหินของทางราชการ ซึ่งภาคเอกชนได้เข้ามาให้ความร่วมมือ ซึ่งเรื่องนี้ควรมีการทำความเข้าใจกับชุมชนก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา อย่างไรก็ตามแหล่งหินที่จะสร้างทางรถไฟนั้นต้องใช้หินที่มีคุณภาพ มีอยู่ในภาคเหนือไม่กี่แหล่ง นอกนั้นต้องขนส่งด้วยระยะทางไกล อาจเป็นปัญหาให้ต้องเพิ่มทุนในการดำเนินการได้

ข่าว/ภาพ ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน

ผู้ว่าแพร่ สั่งให้เริ่มกระบวนการ เรื่องประกาศขอประทานบัตรเหมืองหินฯ ้พื่อยื่นหนังสือคัดค้านขอประทานบัตรโครงการทำเหมืองหิน