- 10 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 10 ตุลาคม 60 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีนายนิรันต์ แสงคม สามี และนางโสวภา แสงคม ภรรยา สองสามี ภรรยา ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี เผาสวนยาง ในพื้นที่อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อต้นปี 58 และจะต้องไปขึ้นศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ในวันที่ 10 ตุลาคม นี้ และที่ประชุมคณะอนุกรรมการให้ความช่วยเหลือประจำจังหวัดหนองบัวลำภู ครั้งที่5/2560 ได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัติ เงินช่วยเหลือเป็น ค่าจ้างทนายความ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาศาล และอนุมัติ เงินประกันตัวชั่วคราวให้รายละ 1 แสนบาท รวม 2 แสนบาท โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู จะเป็นนายประกันในคดีดังกล่าว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายนิรันต์ฯพร้อมภรรยา ลูกสาวทั้ง 3 คน และพ่อตาแม่ยายได้ออกเดินทางจากอำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี แต่เช้าตรู่และเมื่อมาถึงศาลปู่หลุบซึ่งอยู่บนเทือกเขาภูพาน และเป็นศาลที่ผู้คนที่สัญจรผ่านไป-มาจะต้องให้สัญญาณ และบอกกล่าวในความศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งเป็นศาลปู่หลุบที่คู่บ้านคู่เมืองหนองบัวลำภู มาหลายร้อยปี โดยทั้ง สองสามีภรรยาและลูกสาวได้นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบสักการะศาลเจ้าปู่หลุบเพื่อขอพรและสาบานตนด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าจากการที่ตกเป็นผู้ต้องหาเผาสวนยางนั้น ขอปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือเผาตามที่ตกเป็นผู้ต้องหา จากนั้นนายนิรันต์ฯพร้อมภรรยาและครอบครัวเดินทางไปยังสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเซ็นเอกสารหลักฐานและรับเช็คค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาขึ้นศาล ก่อนที่จะเดินทางไปสำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู และศาลจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อดำเนินการยื่นประกันตัวผู้ต้องหาตามกฏหมายที่กำหนด
นายยุทธพร คุณารักษ์ ยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่าวันนี้ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู ได้นำตัวผู้ต้องหามายังศาลจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อขอประกันตัวชั่วคราว โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู จะเป็นนายประกันในคดีดังกล่าว ซึ่งศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ให้ประกันตัวรายละ 1 แสนบาท รวม 2 แสนบาท แก่ นายนิรันต์ แสงคม สามี และนางโสวภา แสงคม ภรรยา ในฐานะผู้ต้องหา ในคดีดังกล่าว และในขั้นตอนต่อไปจะเป็นขั้นตอนที่ศาลจะนัดสืบพยานของฝ่ายจำเลย โดยศาลจังหวัดหนองบัวลำภู นัดให้สองสามีภรรยามาขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560
ทางด้านน้องชมพู อายุ 17 ปี ลูกสาวคนโตที่กำลังเรียนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.ปีที่ 2 ) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าหลังจากที่พ่อและแม่ตกเป็นผู้ต้องหา คนในครอบครัวมีทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ในเมื่อครอบครัวมีฐานะความเป็นอยู่ยากลำบาก อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาพ่อแม่และคนในครอบครัว จะต้องหารายได้จากการเอาพืชผักสดไปขายภายในหมู่บ้านพอได้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวไปวันๆ และยิ่งพ่อและแม่มีความยากลำบากใจ กำลังใจก็ทดถอย แทบจะไม่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว น้องชมพู กล่าวอีกว่าคนในครอบครัวมาให้กำลังใจพ่อและแม่ และวันนี้ ทุกคนในครอบครัวต่างดีใจแม้นจะยังไม่ได้รับอิสรภาพจากการตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว แต่ก็ถือได้ว่ามีผู้ใหญ่ใจดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ต้องขอขอบคุณสำนักงานยุติธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู และศาลจังหวัดหนองบัวลำภูที่ให้ความเมตตาและให้ความยุติธรรมจนได้รับการประกันตัวในชั้นนี้ .ซึ่งหนทางการต่อสู้ของคดีของพ่อและแม่ก็คงจะยังยาวนานกว่าคดีจะสิ้นสุด ในขณะที่นายนิรันต์ แสงคม สามี และนางโสวภา แสงคม ภรรยา สองสามี ภรรยา ต่างยกมือท่วมหัวขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่เข้ามาช่วยเหลือในคดีทั้งหมด ซึ่งต่อไปจะต้องหาคนงานที่ไปตัดอ้อยด้วยกันมาเป็นพยานในชั้นการสืบสวนสอบถามตามกระบวนการยุติธรรม โดยในส่วนของนายนิรันต์ฯพร้อมภรรยา กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่าเหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่
วรรธนะ ทองดี สำนักข่าวทีนิวส์ จ.หนองบัวลำภู
