- 10 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 10 ต.ค. 60 ขณะที่ จ.ชัยภูมิ สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มวิกฤตหนักหลังเกิดฝนตกหนักแบบมืดฟ้ามัวดินอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายวันทำให้มีน้ำชีเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ อ.จัตุรัส และใกล้เคียงเสียหาย จนล่าสุดทำให้น้ำในบึงละหาน อ.จัตุรัส รับน้ำไม่ไหวพนังกั้นน้ำแตกเสียหายเป็นบริเวณกว้างจำนวน 2 จุด ขนาดใหญ่ในพื้นที่ช่วงหมู่บ้านดอนละนาม หมู่ 11 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งมีความยาวของจุดผนังที่แตกแต่ละจุดกว้างกว่า 300 – 500 เมตร และถือว่าบึงละหานเป็นบึงขนาดใหญ่อันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีเนื้อที่เก็บกักน้ำกว้างกว่า 3 หมื่นไร่ ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อกว่า 3 อำเภอของอ.จัตุรัส ,อ.บ้านเขว้า และ อ.เมืองชัยภูมิ บางส่วนยาวไปจนถึง ต.บ้านค่าย และผ่านเข้า ต.หนองนาแซงและบุ่งคล้า อ.เมือง ทางผ่านตัวเมืองโซนเศรษฐกิจของ จ.ชัยภูมิอีกด้วย
และถือว่าบึงละหานแห่งนี้ซึ่งเป็นจุดเชื่อมเป็นแก้มลิงให้กับลำน้ำชีซึ่งในช่วงหน้าน้ำจะไหลผ่าน จ.ชัยภูมิ ช่วยเก็บกักน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง หากบึงละหานเกิดแตกเสียหายก็ยิ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำในลำน้ำชีที่ไหลผ่าน จ.ชัยภูมิ หนุนสูงขึ้นในช่วงนี้ทำให้มวลน้ำไหลหลากเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของ จ.ชัยภูมิ อย่างรวดเร็วและได้รับผลกระทบวิกฤตหนักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาอีกด้วย โดยล่าสุดด้าน พล.ต.พุฒิเศษรฐ์ ภาคการ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ชัยภูมิ ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทางจังหวัดและอำเภอ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบจุดบริเวณที่ผนังกั้นน้ำรอบบึงละหานแตกครั้งนี้เป็นการด่วนแล้ว เพื่อเร่งหาแนวทางที่จะป้องกันไม่ให้บึงละหานในจุดอื่นๆใกล้เคียงเกิดแตกเสียหายตามมาอีกไปมากกว่านี้
หลังน้ำในจุดที่บึงละหานแตกเสียหาย รวมทั้งสถานการณ์เกิดฝนตกหนักมาตลอดเกือบ 2วันที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.จัตุรัส จนล่าสุดมีรายงาน มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงใน ต.ละหาน อีก กว่า 10 หมู่บ้าน ต.หนองบัวใหญ่ และ ต.ส้มป่อย ของเขตอ.จัตุรัส ชาวบ้านต้องเร่งอพยพสิ่งของหนีน้ำขึ้นสู่ที่สูงเป็นการด่วนกันอลหม่านมาตลอดช่วง2วันที่ผ่านมาต่อเนื่อง และมีบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหายจำนวนมากเป็นวงกว้าง นับกว่า 1,000 หลังคาเรือนแล้ว ซึ่งระดับน้ำท่วมยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องกว่า 1- 2 เมตรแล้ว
ซึ่งจากนี้ไประดับน้ำจำนวนมหาศาลจากบึงละหานจะไหลผ่านลงไปสมทบในลำน้ำชีที่ขณะนี้หนุนสูงจนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนได้ต่อเนื่องอีกในหลายพื้นที่ของรอยต่อ อ.หนองบัวระเหว,จัตุรัส,บ้านเขว้า และ อ.เมืองชัยภูมิ จะมีมวลน้ำหลากทะลักเข้าท่วมพื้นที่มากขึ้นที่ ที่ลำน้ำชีจะหนุนสูงล้นตลิ่งสูงมากขึ้นอีกนับเท่าตัว ผ่านเข้า ต.โนนจาน และเชื่อมต.ลุ่มลำชี ของอ.บ้านเขว้า และ ต.บ้านค่าย ต.หนองนาแซง ต.บุ่งคล้า ของอ.เมืองชัยภูมิ ก่อนที่จะไหลหลากเข้าท่วมหนักไปต่อไปในเขตใกล้ตัวเมืองชัยภูมิ ได้บางส่วนผ่านเข้าทางเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิในช่วงชุมชนห้าแยกโนนไฮ ในอีกไม่กี่วันนี้ ที่จะทำให้ตัวเมืองโซนเศรษฐกิจ ของ จ.ชัยภูมิ ถูกน้ำท่วมหลากเข้าท่วมได้อีกทางอีกรอบ ที่จะทำให้เกิดระบายน้ำออกจากตัวเมืองเป็นไปได้ยากเพราะไม่สามารถระบายน้ำลงลำชีที่หนุนสูงเข้ามาอีกทางได้ เพราะที่ผ่านมาปัญหาน้ำท่วมในตัวเมืองน้ำมาจากสายเขื่อนลำปะทาวเพียงเส้นเดียวจึงสามารถเร่งสูบระบายลงลำชีเพื่อไม่เกิดน้ำท่วมในตัวเมืองนานนาน ผ่านไปได้ในเวลาไม่กี่วันด้วยดีมาตลอด
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันหากน้ำมาพร้อมกัน 2 ทางทั้งจากเขื่อนลำปะทาว ที่ยังมีปริมาณล้นสันเขื่อนลงมาอีกเพิ่มเติม และทั้งจากลำน้ำชีหนุนสูงอีกทางผ่านเข้าตัวเมืองชัยภูมิในครั้งนี้ได้อีก ก็จะเป็นจุดเสี่ยงที่ตัวเมืองชัยภูมิเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเสี่ยงเกิดวิกฤตหนักเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยในปี 2554 หนักสุดในรอบ 50 ปี อีกครั้งในปีนี้ได้ ทางจังหวัดชัยภูมิ จึงฝากเตือนประชาชนในช่วงนี้ต้องช่วยกันคอยติดตามสถานการณ์น้ำที่ทะลักออกมาจากบึงละหานแตก หลากเข้ามาสมทบในลำชีที่จะไหลผ่านตัว จ.ชัยภูมิ ผ่านเข้า ต.หนองนาแซง และ ต.บุ่งคล้า อีกด้านอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.จากนี้ไปด้วย หากเห็นท่าไม่ดีมีปริมาณน้ำหลากเข้ามาในชุมชน รวดเร็วมากเป็นพิเศษขอให้รีบเตรียมอพยพสิ่งของมีค่าทั้งหมดขึ้นสู่ที่สูงไว้ก่อนโดยทันทีด้วย
อนุชา ลูกพ่อแล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยภูมิ
