- 11 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
( 11 ต.ค.60 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ หลังเกิดกรณี ที่มีพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก ว่ามีการสวมชื่อคนตายอยู่ที่อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ จริงหรือไม่นั้นหลังจากที่กลายเป็นข่าวดัง เมื่อพ.ต.อ.บุญเลิศ เมตตารักษ์ อดีต ผกก.สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ได้เข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจ.เชียงใหม่ เพื่อให้ตรวจสอบพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก พระอารามหลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากมีข้อมูลหลักฐานว่าพระราชรัชมุนี มีการใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนตรงกับชาวจ.ชัยภูมิ ชื่อเด็กชายดวงดี เวียงดินดำ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 283/1 หมู่ที่ 2 ต.บ้านแก้ง อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ที่มีการเสียชีวิตไปนานแล้ว และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ตกเป็นผุ้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แอบอ้างสวมสิทธิ์บัตรประชาชนของเด็กชายคนดังกล่าวอยู่ที่จ.ชัยภูมิ จนกลายเป็นประเด็นที่ชาวบ้านหนองดินดำตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ ต่างออกมายืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ถูกกล่าวอ้างและได้ชีวิตไปนานแล้ว มาตั้งแต่ช่วงเมื่อปี2538นับเวลาผ่านมานานกว่ากว่า23ปีผ่านมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ์หรือไม่ แต่มีบุคคลในหมู่บ้านในพื้นที่ชื่อนามสกุลที่อยู่ตรงกันจริงเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปขอตรวจสอบยังบ้านเลขที่283หมู่ที่14 บ้านหนองดินดำ ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เพื่อขอพบนางบัวไล รัศมีพันธ์ ที่เป็นพี่สาวของบุคคลที่ชื่อดวงดี ฯ ตามที่ตกเป็นข่าวที่สามารถติดต่อได้ในปัจจุบันเพียงคนเดียว ส่วนพ่อแม่ได้เสียชีวิตลงหมดแล้ว แต่ปรากฎว่าไม่เจอนางบัวไลแต่อย่างใดต่อมาจึงทราบจากชาวบ้านว่านางบัวไล พี่สาวคนชที่ชื่อดวงดีฯได้เดินทางไปทำธุระที่กทม. หลายวันแล้วยังไม่กลับติดต่อไม่ได้ และจากการสอบถามชาวบ้านนายอนงค์ อายุ 69 ปี ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านหนองดินดำ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เด็กชายดวงดีหรือนายดวงดี เวียงดินดำ ที่ถูกเจ้าอาวาสวัดดังนำชื่อไปสวมสิทธ์นั้น ความจริงคือช่วงนั้นคือพระมหาดวงดี (ฉายาจำไม่ได้) ท่านได้จบเปรียญธรรม 3 ประโยค มาเสียชีวิตอยู่ที่บ้านดังกล่าวตอนอายุ22ปีหลังไปบวชเรียนจำพรรษาอยู่ที่วัดพระพิเรนท์กทม. และเกิดอาการล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งทางญาติจึงไปรับตัวกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดมาจำพรรษาชั่วคราวอยู่ที่วัดตาดวัดประจำในหมู่บ้าน ก่อนที่จเสียชีวิตหรือมรณะภาพในเวลาต่อมา ด้วยโรคดังกล่าวเมื่อช่วงปี2538ซึ่งขณะนั้นพระมหาดวงดีอายุประมาณได้ 22ปี และทางญาติชาวบ้านและวัดตาดได้จัดพิธีฌาปณกิจที่วัดตาลซึ่งตนเองและชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆกว่า1พันคนไปร่วมงานในครั้งนั้นด้วยและจากการสอบถามชาวบ้านคนอื่นๆต่างก็ยืนยันว่าพระมหาดวงดี นั้นมรณภาพไปเมื่อปี2538และทุกคนก็ได้ไปร่วมงานในครั้งนั้นด้วยเช่นกัน
ซึ่งทางด้านพระครูจารุ ธรรมมาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดตาลเข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อปี2547เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่ารู้จักกับพระมหาดวงดี แต่ไม่สนิทกันซึ่งตอนนั้นตนเองเพิ่งบวชได้เพียง4พรรษาแต่ก็จำได้ว่าได้มีการจัดงาน ฌาปณกิจพระมหา ดวงดีที่วัดตาลแห่งนี้จริง ส่วนกรณีที่มีพระชั้นผู้ใหญ่แอบสวมเลขบัตรปชช.ของพระมหาดวงดีกันนั้นตนเองก็พึ่งทราบและไม่สามารถให้รายละเอียดได้เช่นกัน แต่ก็รู้เพียงว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่มีอยู่จริง ส่วนการไปสวมอะไรนั้นไม่ทราบได้ว่าเป็นไปอย่างไรได้ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปขอตรวจสอบกับที่ว่าการอำเภอภูเขียว เพื่อเข้าพบนายณัฐวุฒิ วีระชุนย์นายอำเภอภูเขียวเพื่อขอตรวจสอบรายละเอียด ชื่อประวัติตามเลขบัตรประชาชนของบุคคลดังกล่าวที่เสียชีวิตในพื้นที่ไปนานแล้วกลับมีชื่อไปถูกสวมสิทธิให้กับบุคคลอื่นได้อย่างไรนั้น เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวแต่ทางด้านนายอำเภอภูเขียว แจ้งผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ ของหน้าห้องนายอำเภอว่าในช่วงนี้ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์หรือรายละเอียดใดๆได้
และจากตรวจสอบบุคคลที่เป็นนายอำเภอภูเขียวในสมัยต่อตรงกับนายดวงดี หรือพระมหาดวงดี ที่ถูกสวม สิทธิ์เลขบัตรประชาชนหลังเสียชีวิตครั้งนี้ มีรายชื่อในห้วงเวลาที่พระมหาดวงดี ถูกสวมชื่อนั้นขณะนั้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอภูเขียวคือนายธงชัย พัฒนครู(8พ.ย.36-31ต.ค.38)และต่อเนื่องกันคือนายพิจิตร สีแสง(1พ.ย.38-2พ.ย.40)///////
ภาพ/ข่าว พรอนันต์ พันเชื้อ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชัยภูมิ
