- 12 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ชาวบ้านในพื้นที่เกือบทุกอำเภอได้ถ่ายคลิป/ภาพนิ่งถนนและสิ่งสาธารณูปโภคที่ชำรุดทรุดโทรม โดยไร้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปปรับปรุง ซ่อมแซม สร้างความยากลำบาก และเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะถนนหลายสายชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อยิ่งกว่าโลกพระจันทร์ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าไปปรับปรุงซ่อมแซม ลดปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร่งด่วน และร้องเรียนกับสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(10 ต.ค.) นักการเมืองท้องถิ่น จ.นครศรีธรรมราชคนหนึ่งกล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นวิกฤติหนักที่สุดของจังหวัดนครศรีธรรมราชเท่าที่เคยประสบมา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสิ่งสาธารณูปโภคที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช และ อบจ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้เพราะหน่วยงานทั้งสองถือเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด แต่ในปัจจุบันอยู่ในช่วง “ว่างเทวดา” ไร้ผู้บริหาร โดยเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนคร นครศรีธรรมราช โดนคำสั่ง ม. 44 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่ อบจ.นครศรีธรรมราช นายมาโนช เสนพงศ์ ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตัดสินให้ใบแดงและให้ กกต.ดำเนินคดีอาญาซ้ำจากการทุจริตเลือกตั้ง ต่อมาทาง คสช.แต่งตั้งให้นายสนั่น ศิลารัตน์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช แต่นายสนั่น มาโดนคำสั่ง ม.44 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคำสั่งเดียวกับ ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีนคร นครศรีธรรมราช นางวรรณา อักษรวงศ์ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ 1 เดือนก่อนที่นางวรรณา ได้เกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นเดือน ก.ย. 2560 ที่ผ่านมา ในปัจจุบันมีนายชำนาญ เอียดแก้ว รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช
“โดยหลังจากนายสนั่น ศิลารัตน์ โดนคำสั่ง ม.44 รองปลัดที่ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช ก็ไม่กล้าตัดสินใจในโครงการต่าง ๆ การปฏิบัติหน้าที่จึงหยุดชะงักไปทั้งหมดเพราะเกรงว่าจะโดน ม.44 ทุกคนเข้าเกียร์ว่างรักษาตัวให้รอดพ้นภัยที่อาจจะมาถึงตัวเอง โดยนางวรรณา ปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราช 1 เดือน ในขณะที่นายชำนาญ ที่จะเกษียณอายุราชการในช่วงสิ้นเดือนกันยายน 2561 ได้ประกาศจะลาออกเพราะต้องมาปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราชต่อจากนางวรรณา ประมาณ 1 ปี อาจจะเกิดความผิดพลาดถูกร้องเรียน ถูกตรวจสอบและอาจจะถูก ม.44 ทำให้เสี่ยงต่อการเสียประวัติในชีวิตรับราชการได้เช่นเดียวกับนายสนั่น ศิลารัตน์ จึงชิงลาออกก่อนเกษียณราชการ 1 ปีน่าจะดีกว่า อย่างไรก็ตามนายชำนาญ ล่าสุดได้ตัดสินใจไม่ลาออกและจะปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.นครศรีธรรมราชในปัจจุบัน แต่อยู่อย่างประคับประคองตัวเองให้รอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาไปวัน ๆ เท่านั้น”
นักการเมืองท้องถิ่นคนเดิมกล่าวว่า เมื่อองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดมีปัญหาในลักษณะนี้เปรียบได้กับบ้านเมืองว่างเทวดาที่จะปกปักรักษาบ้านเมืองและประชาชน การตัดสินใจในโครงการต่าง ๆ หยุดชะงัก สิ่งสาธารณูปโภคขาดการดูแล เอาใจใส่ ชำรุดทรุดโทรม บ้านเมืองและประชาชนศูนย์เสียโอกาสเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในรัฐบาลและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงยิ่งทำให้ภาพรวมของบ้านเมืองและประชาชนอยู่กันอย่างยากลำบากเป็นประวัติการณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ว่าได้ ตนมองว่าผู้มีอำนาจ หน้าที่โดยตรงคือผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านจะต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่บ้านเมืองและประชาชนชาวนครศรีธรรมราชจะเสียโอกาสและเดือดร้อนไปมากกว่านี้ โดยหากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าเกียร์ว่าง ไม่ตอบสนองนโยบายในการพัฒนาตามยุทธศาสตร์จังหวัด ท่านผู้ว่า ฯก็ควรจะหาผู้บริหารเทศบาล และ อบจ.นครศรีธรรมราชมาทำหน้าที่ผู้บริหารสูงสุดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในจังหวัด หรือท่านอาจจะเสนอเรื่องให้ คสช.และรัฐบาลพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เชื่อว่ารัฐบาล และ คสช.จะพิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารมาจากส่วนกลางเลยก็ได้ หากปล่อยให้เป็นอยู่อย่างนี้ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารสูงสุด และหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตัวผู้ว่า ฯอาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โอยมิชอบใช่หรือไม่
ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากการเป็นประธานแถลงข่าวโครงการ"โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ" ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนทราบปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ตนจะไม่ยอมให้ปัญหาดังกล่าวมาส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด ตนจึงพยายามหาพันธมิตรและได้รับความร่วมมือจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในการดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยพยายามที่จะเรียกผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารเทศบาลนคร นครศรีธรรมราชและ อบจ.นครศรีธรรมราชมาทำความเข้าใจเพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด ดูแลทุกข์สุขของประชาชนไปด้วยกัน
“แต่หากมีปัญหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดทั้งสองแห่ง ไม่สามารถตอบสนองนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ ตนก็จะต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างตามอำนาจ หน้าที่ที่มีอยู่จะไม่ปล่อยให้ปัญหาพอกพูนเพิ่มมากขึ้นจนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ตนยืนยันและรับปากว่าจะดูแลแก้ปัญหานี้ โดยจะเชิญผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารทั้งสองแห่งมาหารือและขอความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพที่สุดให้จนได้”นายจำเริญ กล่าว.
ภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช
ข่าว/ยุทธนะ เตมะสิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
