- 14 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่คนร้ายดักยิงนายสาโรจน์ หรือนก ศรีราเพ็ญ อายุ 36 ปี ขาใหญ่ทาสยาเสพติดเสี่ยชีวิตเมื่อคืนวันที่ 9 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา ซึ่งทางตำรวจได้สอบสวนสืบสวนและเสนอศาลอนุมัติมายจับกุมศาลจังหวัดทุ่งสง เลขที่ 249/ 2560 และเลขที่ 250/2560 และ เลขที่ 251 ให้จับกุม 3 ผู้ต้องหาประกอบด้วย น.ส.อาภาพร หรือแดง จงจิตต์ อายุ 53 ปี และนายประทีป หรือแช็ก ชาพงษ์ อายุ 46 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นแม่ยังเกิดเกล่าและพ่อเลี้ยงของนายสาโรจน์ ผู้ตาย โดยจับกุมได้ขณะจัดงานศพให้นายสาโรจน์ที่บ้านเลขที่ 347 หมู่ 12 ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 251/2560 ข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนสมควรแก่พฤติการณ์ ให้จับกุมนายวิชิตร หรืออุ่น จงจิตต์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ 12 ต.ละอาย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช มือปืนซึ่งมีศักดิ์ เป็นหลานของ น.ส.อาภาพร อยู่ระหว่างการหลบหนี ส่วนสาเหตุมาจากนายสาโรจน์ ผู้ตายติดยาเสพติดมีพฤติกรรมเป็นลูกทรพีข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ ทำร้ายร่างกายนางอาภาพร แม่บังเกิดเหล้าและนายประทีป พ่อเลี้ยงอย่างโหดร้ายทารุนเป็นประจำ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(14 ต.ค.)หลังข่าวการจับกุมแม่บังเกิดเกิดเกล้าและพ่อเลี้ยงว่าจ้างฆ่าลูกชายในท้องที่ ต.ละอาย อ.ฉวาง แพร่กระจายออกไป โดยมีผู้ให้ความสนใจจับกลุ่มวิพากวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยมีทั้งแสดงความเห็นใจ น.ส.อาภาพร แม่ยังเกิดเหล้าและนายประทีป พ่อเลี้ยงที่ถูกนายสาโรจน์ ที่ติดยาเสพติดข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย และยังนำทรัพย์สินทั้งบ้าน ที่ดินสวนยาง และรถยนต์ไปจำนอง จำนำ และล่าสุดประกาศข่มขู่ฆ่าแม่และพ่อเลี้ยง พร้อมจะเผาบ้านจนแม่และพ่อเลี้ยงต้องหลบหนีหัวซุกหัวซุนไปอาศัยบ้านญาติ และตัดสินใจว่าจ้างมือปืนดักยิงนายสาโรจน์ ลูกทรพี จนเสียชีวิต ในขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งมองว่าผู้เป็นแม่น่าจะมีความรัก ความเมตตาต่อลูกที่ตัวเองเป็นผู้ให้กำเนิด แม้จะมีพฤติกรรมเลวร้ายขนาดไหนอย่างไรก็ไม่ควรกระทำถึงกับว้าจ้างมือปืนมาฆ่าลูกตัวเอง สังคมไทยเป็นสังคมพุทธศาสนายอมรับไม่ได้ และเรื่องในลักษณะนี้เกิดขึ้นในสังคมไทยน้อยมาก ๆ
ในขณะที่ น.ส.อาภาพร กล่าวว่า ตนและสามีถูกลูกชายทำร้ายอย่างต่อเนื่อง และยังบังคับเอาทรัพย์สินไปจำนำ จำนอง เมื่อไม่ยินยอมก็จะถูกทำร้ายกายร่างกายอย่างโหดร้ายทารุณ โดยสามีเองก็ไม่เคยตอบโต้ใด ๆ เลย ชาวบ้านทั้งตำบลรับเรื่องเรื่องราวทั้งหมดที่ลูกชายกระทำกับตนและพ่อเลี้ยงเป็นอย่างดี บางครั้งเมาอาละวาดแบกปืนเอ็ม 16 มาข่มขู่จะยิงให้ตาย เมื่อขัดใจลูกชายก็จะบันดาลโทสะทำลายทรัพย์สิน ข้าวของภายในบ้านจนพังเสียหายยับเยิน จนเพื่อนบ้านแจ้งตำรวจมาระงับเหตุแต่บุตรชายวิ่งหลบหนีไปได้ ตำรวจยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 พร้อมกระสุนเอาไว้ได้ และเสนอขอหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสงและอยู่ระหว่างการตามจับกุมตัว ในขณะที่ตนและสามีไม่กล้ากลับเข้าบ้านเพราะกลัวว่าลูกชายจะกลับมาฆ่าทิ้ง จึงตัดสินใจขอร้องนายวชิตร จงจิตต์ หลานชายให้ช่วยฆ่านายสาโรจน์ ลูกชาย ด้วยเงินค่าจ้าง 70,000 บาท โดยจ่ายไปแล้ว 65,000 บาท เหลือค้างอีก 5,000 บาท
“ตนเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด รักและเลี้ยงดูลุกมาอย่างทะนุถนอม แต่เมื่อเติบใหญ่กลับทรพีกระทำกับแม่รวมทั้งพ่อเลี้ยงถึงขนาดนี้ ก็ต้องหยุดยั้งความชั่วด้วยวิธีการทำลายชีวิตคือฆ่าทิ้ง แม้คนในสังคมจะประณามว่าตนจ้างฆ่าลูกในไส้ของตัวเอง ตนเลือกและตัดสินใจใช้วิธีการนี้ด้วยตัวเองโดยที่สามีไม่ได้รู้เรื่องด้วย เพราะหากใช้วีการอื่น ๆ โดยเฉพาะแจ้งตำรวจจับกุมติดคุกออกมาก็จะยิ่งเพิ่มพฤติอกรรมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ตนเป็นคนเกิดเขามาเองก็ต้องทำลายด้วยตัวเอง ซึ่งหลังเกิดเหตุก็รับศพมาบำเพ็ญกุศลเอง เรื่องที่เกิดขึ้นเชื่อว่าลูก ๆ และญาติ ๆ รวมทั้งเพื่อนบ้านที่รับทราบเรื่องราวทั้งหมดคงจะเข้าใจและเห็นใจตน โดยก่อนหน้านี้ลูกอีก 2 คนที่เคยถูกนายสาโรจน์ พี่ชายทำร้ายก็ประกาศว่าจะไม่กลับมาบ้านจนกว่าพี่ชายจะตาย และเขากำลังเดินทางกลับมาเพื่อเผาศพพี่ชายในวันพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องคดีจะต้องโทษติดคุกกี่ปีตนก็ทำใจไว้แล้ว”( 15 พ.ค.) น.ส.อาภาพร กล่าวด้วยน้ำตานองใบหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว น.ส.อาภาพร และนายประทีป สองสามีภรรยาผู้ต้องหาจ้างฆ่าลูกไปยื่นคำร้องฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดทุ่งสง โดยไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพและให้คามร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี โดยทางญาติ ๆ อยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัวออกมาจัดการเรื่องบำเพ็ญกุศลศพและเผาศพนายสาโรจน์ในวีนพรุ่งนี้ (15 ต.ค.) ส่วนนายวิชิตร หรืออุ่น จงจิตต์ มือปืนที่ศาลอนุมัติหมายจับไว้แล้วและอยู่ระหว่างการหลบหนีเจ่าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังออกไล่ล่าจีบกุมตัวอย่างกระชันชิดคาดว่าจะได้ตัวในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน .
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
