ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

(15 ต.ค.)  ดร.จิณห์นิภา เปรมัษเฐียร หรือ “ดร.สตางค์”  อายุ 57 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 2 ซอยศรีธรรมโศก 2 ถนนศรีธรรมราชโศก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พนักงานบริหารงานบุคคล พบค.6  (ฝ่ายธุรการ)  สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาร่อนพิบูลย์ (กฟส.รพ.) ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชว่าตัวเองถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งทำร้ายจิตใจ  ด่าทอและกล่าวหาว่าเป็นคนชั้นต่ำ สกปรก เนื่องจากตนเองชอบช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ พิการ สืบสานปณิธาน “ในหลวง”รัชกาลที่ 9 ที่มีพระราชดำรัสเรื่องการให้ความรักความเมตตาต่อสัตว์เลี้ยงมาตลอดกว่า 30 ปี

                ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังบ้านของ ดร.จิณห์นิภา เปรมัษเฐียร หรือ ดร.สตางค์ พบ ดร.จิณห์นิภา กำลังดูแลสุนัขที่บาดเจ็บ พิการที่นำมาเยี่ยวยารักษาที่บ้านกว่า 10 ตัว โดยมีการสร้างบ้านไม้เป็นชั้น ๆ อย่างสวนงามบริเวณที่ว่างภายในบ้านเป็นที่อาศัยของสุนัข  และยังนำเอากะละมังขนาดใหญ่กว่า 10 ใบมาวางเรียงกันบนพื้นก่อนจะนำเอาเสื้อผ้ามาวางในกะละมังเพื่อให้สุนัขแต่ละตัวลงไปนอนพักผ่อน ส่วนอีกด้านหนึ่งมีการสางตู้โชว์ถ้วยและเหรียญรางวัลจำนวนหลายร้อยชิ้น ซึ่งได้การชนะการแข่งขันวิ่งมาราธอนทั้งในและต่างประเทศ  ในขณะที่ภายในบ้านมีผู้หญิงวัยชราอายุกว่า 80 ปี ซึ่งเป็นมารดาของ ดร.จิณห์นิภา ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเช่นกัน  และเป็นที่น่าแปลกใจว่าบริเวณบ้านทังในส่วนที่พักอาศัยของคนและบ้านที่อยู่ของสุนัขกลับสะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นเหม็นสาบแม้แต่น้อย

ดร.จิณห์นิภา เปรมัษเฐียร เปิดเผยว่า เมื่อ 30 ปีก่อนในขณะที่บรรจุเข้ารับการราชที่สำนักงานการไฟฟ้า จ.กระบี่ ได้ไปพบสุนัขแม่ลูกอ่อนจรจัดถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อยู่ริมถนนใกล้สำนักงานการไฟฟ้าจังหวัดกระบี่จนไม่สามารถออกหากินเองได้ ตัวผอมจนเดินไม่ไหว โดยมีลูกของแม่สุนัขอีก 10 ตัวส่งเสียงร้องด้วยความหิวโหยอย่างหนัก แต่ละตัวผอมจนเดินไม่ไหว ตนเห็นภาพแล้วสุดสะเทือนใจเป็นอย่างมากและนึกถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเลี้ยงสุนัขหลายตัวโดยเฉพาะ “คุณทองแดง” พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้ประชาชนให้ความรัก ความเมตตาแก่สัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะสุนัขและแมวซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ  ตามปกติตนไม่ได้รักสุนัขและแมว แต่ตนมีความเมตตาตามพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาบที่ 9 จึงได้ช่วยนำแม่สุนัขจรจัดและลูกสุนัขไปรักษาพยาบาลและให้อาหารจนหายไปเป็นปกติโดยแม่สุนัขสามารถออกหากินได้เองรวมทั้งให้นมลูก ๆ แต่ต่อมาแม่สุนัขและลูกทั้ง 10 ตัวถูกคนใจร้ายลักลอบให้อาหารผสมยาพิษจนแม่และลูกสุนัขรวม 11 ตัวตายอย่างน่าสงสาร

                “ตั้งแต่นั้นมาตนได้ตั้งปณิธานไว้ว่าจะสืบสานแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจะมอบความรักความเมตตาให้กับสุนัขและแมว โดยเฉพาะสุนัขและแมวจรจัดที่บาดเจ็บและพิการ  หากพบที่ใดจะเข้าไปช่วยเหลือ นำไปรักษาพยาบาล ให้อาหาร ยารักษาโรค  โดยใช้เงินส่วนตัวเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแล รักษาพยาบาลและเลี้ยงดูสุนัขและแมวจรจัด  จนกระทั้งย้ายมาประจำที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้)จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ยึดมั่นปฏิบัติตนในการทุ่มเทช่วยเหลือ ดูแลรักษา เลี้ยงดูสุนัขและแมวมาตลอด โดยในปัจจุบันตนต้องรับผิดชอบดูแลสุนัขและแมวจรจัดตามวัดต่าง ๆ ทั่งจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 30 วัด ให้อาหาร รักษาโรค รักษาอาการเจ็บป่วย พิการ และทำหมันสุนัขและแมวไปแล้วไม่น้อยกว่า 50,000 ตัว จนได้รับการชื่นชม ยกย่องจากเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์รวมทั้งประชาชนทั้งจังหวัดว่าเป็นแม่พระของสุนัขและแมว”

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ดร.สตางค์ กล่าวอีกว่า หลังจากสามีตนเสียชีวิตทิ้งบุตร 2 คนให้ดูแลส่งเสียจนจบมีงานการทำเป็นหลักแหล่งคนหนึ่งทำงานอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนอีกคนทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร ในขณะที่ตนได้ใช้เวลาว่างทำธุรกิจที่ดินและรับมรดกจนมีฐานะดีพอสมควร  ซื้อบ้านไว้ 4 หลังทุกหลังจะสร้างบ้านไว้ให้สุนัขและแมวได้อยู่อาศัย โดยจ้างคนที่รักสุนัขและแมวมาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด  จนเมื่อปี 2558 ย้ายมาประจำที่สำนกงานการไฟฟ้าภูมิภาค สาขาร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช  และได้ตัดสินใจซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ สร้างโรงเรือนสำหรับเป็นที่อนุบาล รักษาพยาบาลและเลี้ยงดูสุนัขและแมวจรจัด โดยเน้นสุนัขและแมวที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บ พิการ ในปัจจุบันมีสุนัขและเมวอยู่ในสถานที่ดังกล่าวกว่า 80 ตัว ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ๆ เดือนละอย่างน้อย 60,000 บาท และตนได้รับคำแนะนำจากสื่อมวลชนที่มาทำข่าวว่าให้ตนเก็บบิลค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลและเลี้ยงดูสุนัขและแมว เพื่อจะได้รู้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน/ปีว่ามีจำนวนเท่าไหร่ จากการรวบรวมในระยะเกือบ 2 ปีต้องเสียค่าใช้จ่ายมากถึงกว่า 1.8 ล้านบาท

                สำหรับเงินที่นำมาใช้จ่ายในการเลี้ยงสุนัขและแมวเป็นเงินเก็บจากเงินเดือน เงินมรดก และจากการทำธุรกิจที่ดิน นอกจากนี้ตนยังมีรายได้จากการเข้าร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอนทังในและต่างประเทศ เงินส่วนใหญ่จะนำมาเก็บไว้เพื่อใช้จ่ายในการดูแล รักษาพยาบาลและเลี้ยงดูสุนัขและแมว จนเงินเริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ  สื่อมวลชนที่มาทำข่าวจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจัดทำตู้รับบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหารสุนัขและแมว นำไปฝากตามสถานที่และแหล่งชุมชนต่าง ๆ อาทิ วัด ธนาคาร ท่าอากาศยาน 1 ปีจึงไปเก็บรวมรวมเงิน 1 ครั้ง ได้ยอดรวม 4,500-8,000 บาท  ซึ่งไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายแต่อย่างน้อยเป็นการมีส่วนร่วมของคนไทยที่ใจบุญรักและเมตตาสัตว์เลี้ยง โดยตนขอยืนยันว่าไม่ได้หาผลประโยชน์โดยการตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือสุนัข แมวแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการของสื่อมวลชนเพียงแต่ระบุว่าตนเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเท่านั้น

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

แม่พระผู้ใจบุญ กล่าวว่าการกระทำของตนทั้งการรักษาพยาบาล การเลี้ยงดูสุนัขและแมว และการเข้าร่วมแข่งขันวิ่งมาราธอนน่าจะสร้างชื่อเสียงให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ควรได้รับรางวัลหรือกำกำลังใจจากผู้บังคับบัญชา แต่กลับตรงกันข้ามเมื่อผู้บังคับบัญชาที่สถานีไฟฟ้าร่อนพิบูลย์ไม่เห็นด้วย มองว่าตนเป็นคนชั้นต่ำ ชอบไปช่วยเหลือสุนัข แมวบาดเจ็บ พิการ ซึ่งสกปรกน่าขยะแขยง  และสั่งการให้ตนหยุดการดูแลช่วยเหลือ รักษาพยาบาลสุนัขและแมว  แต่ตนทำไม่ได้ จึงกล่าวหาว่าตนเป็นคนบ้า เสียสติไปแล้ว และพยายามจะกลั่นแกล้งทำร้าย ทำลายจิตใจตนมาอย่างต่อเนื่อง ทุกวันผู้บังคับบัญชาจะต้องเข้ามาชี้หน้าด่าทอตนอย่างเสีย ๆ หาย ๆ และยังออกปากขับไล่ให้ตนไปอยู่ที่อื่นให้พ้น ๆ ตนไม่เข้าใจว่าจิตใจเขาทำด้วยอะไร แม้ตนจะเจ็บซ้ำน้ำใจ อับอายเพื่อนร่วมงานแต่ตนก็อดทน ไม่ตอบโต้ ตนนิ่งเงียบมาตลอด  แต่กลับทำเรื่องถึงเสนอให้นายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยสำนักงานการไฟฟ้า เขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยอ้างว่าตนร่วมกับบุคคลภายนอกใช้เอกสารและตราสัญลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แสวงหาผลประโยชน์จากหน่วยงานภายนอก ทำให้เกิดการเสื่อมเสียต่อองค์กร  และทางนายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ  ได้มีคำสั่งตามเอกสารเลขที่ ต.2 กอก(กม.-007/2560 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีนายวัชรชัย อักษรวงศ์  ซึ่งเป็นผู้จัดการสำนักงานการไฟฟ้า สาขาร่อนพิบูลย์ ที่เป็นคนกลั่นแกล้งตนและเพิ่งย้ายมาประจำ ผจก.(9) กฟต.2 (ภาคใต้)ได้ไม่กี่วันเป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง  ซึ่งคำสั่งดังกล่าวน่าจะไม่ชอบด้วยระเบียบทางราชการ เพราะแต่งตั้งคนที่ร้องเรียนตนมาเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง  เป็นการจงใจกลั่นแกล้งให้ตนได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงและหน้าที่การงานหรือไม่

                “ตนรับไม่ได้ที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน  ตนมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด จึงร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน พร้อมทำเรื่องชี้แจงและร้องเรียนนายวัชรชัย อักษรวงศ์  เกี่ยวกับบริหารงานไม่โปร่งใสในหลาย ๆ เรื่องในช่วงที่เป็นผู้จัดการสำนักงานการไฟฟ้าร่อนพิบูลย์ต่อนายภาณุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานการไฟฟ้าภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้จะเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้สอบสวนเอาผิดนายวัชรชัย อักษรวงศ์ ที่ประพฤติมิชอบหลายประการตามรายละเอียดในหนังสือร้องเรียนอีกด้วย .ซึ่งความคืบหน้าในเรื่องนี้ต่อไป.ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ใจบุญเกินไป!! “ดร.แม่พระใจบุญ” โวยผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ตั้งคณะกรรมการสอบ อ้างตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วย "น้องหมา-แมว" บาดเจ็บ-พิการ

ภาพ/ข่าว ยุทธนะ  เตมะศิริ   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค   สำนักข่าวทีนิวส์   จ.นครศรีธรรมราช