วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

วันนี้(16 ต.ค.60)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่บ้านท่าลาด หมู่ที่ 3  ตำบลศรีณรงค์ อำเภอชุมพลบุรี   จังหวัดสุรินทร์ ใกล้จะถึงฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา โดยเฉพาะในนาข้าว ช่วงน้ำหลากปลาเปลี่ยนทิศ ย่างเข้าฤดูหนาว จึงอุดมสมบูรณ์ ได้ด้วยเหล่าบรรดาปลานานชนิด ดุจคำที่ว่า “น้ำมีปลา ในนามีข้าว” ซึ่งชาวบ้านท่าลาดแห่งนี้ ได้อาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ในการทำหลุมบ่อดินกับดักปลา เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงครอบครัว และถนอมอาหารไว้รับประทานได้ตลอดทั้งปี และน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยกลุ่มชาวบ้าน ผู้ชายจะพากันออกไปหนองน้ำขนาดใหญ่ ใกล้ๆหมู่บ้าน เพื่อดำน้ำขุดเอาโคลนตม ที่อยู่ใต้น้ำลึก มาทาหลุมดินกับดักปลา ซึ่งภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการหาปลาในนาข้าวแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องใช้เหยื่อและไม่ต้องใช้เครื่องมือจับปลา วิธีการคือการขุดหลุม ขนาดกว้างและลึกพอประมาณ  เมื่อปลาตกหลุมแล้วกระโดดขึ้นมาคืนไม่ได้ หลังจากนั้นก็จะนำโคลนตมที่ได้มา ทาให้ทั่วบริเวณหลุมบ่อดินที่สร้างขึ้น และพรมไปทั่วบริเวณนาข้าว หน้าปากหลุมบ่อดินกับดักปลา  เสมือนหนึ่งสระน้ำ ขนาดใหญ่ เพื่อหลอกล่อให้ปลา ได้กลิ่น กระโดนลงบ่อกินกับดักปลาอย่างง่ายดาย ทำช่วงกลางวัน พอรุ่งเช้าปลาก็มาเก็บปลาในบ่อ ส่วนใหญ่เป็น ปลาดุกนา ปลาช่อน ปลาหมอ ฯลฯ

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

นาย สมพงษ์  บุญกล้า ชาวบ้านท่าลาด กล่าวว่า ดินโคลนตมที่หนองน้ำบ้านท่าลาด เป็นดินเก่าแก่ ปลาชอบ ปลาจะลงสระ ห้วยนอง คลองบึง เพราะย่างเข้าสู่หน้าหนาว หน้าเกี่ยวข้าว ชาวบ้านจึงอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้าน นำดินไปทำหลุมกับดักปลา

 

นาย นิพิช  ชูบุตร ชาวบ้านท่าลาด กล่าวว่า หลุมบ่อดินกับดักปลา เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกนมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายยาย แต่โบราณ พาลูกหลาน ออกหากินตามวิถีชนบท หน้าเกี่ยวข้าว ลมเปลี่ยนทิศ น้ำในทุ่งนากำลังจะแห้ง ชาวบ้านก็พากันไปขุดเอาขี้ตมมา ขุดบ่อดินกับดักปลาในนาข้าว ปลาก็คิดแต่ว่า เป็นห้วยนอง คลองบึง ก็แห่กระโดดเข้ามา พอได้ปลาก็นำไปประกอบเลี้ยงทำอาหารภายในครอบครัว และนำไปถนอมอาหารไว้รับประทานได้ตลอดทั้งปี  โดยทำปลาตากแห้ง ปลาร้า ปลาจอม หากเหลือก็ค่อยเอาไปขาย เป็นชีวิตที่เรียบง่าย พออยู่พอ ไม่อดตาย ก้าวตามรอยบาท ศาสตร์พระราชา น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐ์กิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน

(ภาพ สำลี กิเลน ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์ )

เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วิถีชนบท ภูมิปัญญาชาวบ้าน “หลุมบ่อดินกับดักปลา” พออยู่พอกิน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.9 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น