- 17 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
สองสามี-ภรรยา ครอบครัว พลยิ่ง ได้น้อมนำเอาศาสตร์พระราชา มาใช้ดำรงชีวิตประจำวัน พาครอบครัว ทำการเกษตรแบบผสมผสาน บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เลี้ยงปลาในนาข้าว ปลูกไม้ผล สลับกับเพาะปลูกพืช ผักสวนครัว กินกันเองในครอบครัว ที่เหลือก็แบ่งปันให้กับเพื่อบ้าน ดำรงชีวิตอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่พอกิน เดินตามรอยเท้าพ่อ ในหลวงราชกาลที่ 9
คุณตาบุญเรือง พลยิ่ง อายุ 73 ปี และคุณยายลำพอง พลยิ่ง อายุ 63 ปี สองสามีภรรยา และครอบครัว ได้หนีความสุขสบาย จากชุมชนใหญ่ ที่เคยพักอาศัยอยู่ มาอย่างยาวนาน ตัดสินใจมาสร้างบ้านพักอาศัย อยู่กลางทุ่งนา ที่บ้านหนองสรวง ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร บนเนื้อที่ 10 ไร่ น้อมนำเอาศาสตร์พระราชา มาใช้ดำรงชีวิตประจำวัน พาครอบครัว ทำการเกษตรแบบผสมผสาน บนเนื้อที่ตนเองมีอยู่ ลงมือเพาะเลี้ยงปลาในนาข้าว ปลูกไม้ผล สลับกับเพาะปลูกพืช ผักสวนครัวอินทรีย์ เก็บผลผลิต กินกันเองในครอบครัว ที่เหลือก็แบ่งปัน น้ำใจให้กับเพื่อบ้านในชุมชน ได้มีอยู่มีกิน ดำรงชีวิตอยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง พออยู่พอกิน เดินตามรอยเท้าพ่อ ในหลวงราชกาลที่ 9 จึงส่งผลทำให้ความเป็นอยู่ ของครอบครัวดีขึ้น ที่สำคัญครอบครัวยังมีความเป็นอยู่ที่อบอุ่น ไร้หนี้สิน
คุณตาบุญเรือง พลยิ่ง กล่าวว่า ตนได้นำพาครอบครัว ทำการเกษตรแบบผสมผสาน เดินตามรอยเท้าพ่อ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยได้ใช้พื้นที่ของตนทั้งหมดที่มีอยู่ จำนวนกว่า 10 ไร่ ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย ส่วนที่เหลือก็ทำการเกษตรแบบผสมผสาน แบ่งพื้นที่ทำนา ขุดบ่อเลี้ยงปลา ในนาข้าว ทำสวนปลูกกล้วยน้ำว้า จัดทำสวนมะนาว มะละกอ มะขามหวาน ปลูกไม้ผลรอบพื้นที่ สลับกับการปลูกผัก สวนครัวรั้วกินได้ เน้นทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ปลอดสาร ทั้งระบบ โดยจะใช้ปุ๋ยหมักมูลสัตว์เพียงอย่างเดียว ไม่ใช้สารเคมี เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต และที่สำคัญยังมีผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำการเกษตรแบบครบวงจร ใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์มากที่สุด สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ราชกาลที่ 9
ข่าว/ภาพ ไพรทูล บุญมา ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ยโสธร
