- 18 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 18 ต.ค.60 พลเรือตรี วัตรกิจ ยกสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการอู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำกองทัพเรือ เป็นประธานในการปล่อยขบวนเรือผลักดันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครบริเวณ คลองลาพร้าวช่วงลาดพร้าว 56 บริเวณอุโมงค์พระราม 9 และบริเวณอุโมงค์บึงมักกะสัน โดยจะนำเรือผลักดันน้ำดังกล่าวไปช่วยผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย โดยกระบวนรถที่บรรทุกจำนวน 17 คัน ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 12 ลำ กำลังพล 86 นาย ณ อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
--พลเรือตรี วัตรกิจ ยกสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการอู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ กล่าว่า สำหรับเรือผลักดันน้ำนี้นั้น เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากการเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพหมานครเมื่อปี พ.ศ.2548 พระองค์ได้มีพระกระแสรับสั่งว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ลาดต่ำจะมีปัญหาเรื่องคลองคอขวดน้ำจะทำให้มวลน้ำไหลช้าพระองค์จึงรับสั่งให้กองทัพเรือให้นำเครื่องมือช่วยในการเร่งอัตราการไหลของน้ำให้เร็วขึ้นในยุคนั้น ได้จัดส่งรถสะเทินน้ำสะเทินบกเรียกว่ารถแอลวีจี กับเรือรักษาความสงบลำน้ำโขงหรือเรือพีพีอาร์ ในครั้งนั้นได้ใช้พาหนะทั้ง2 แบบมาวางในจุดที่ต้องการจะเร่งระบายมวลของน้ำได้ผลดี ในปัจจุบันมีเรือผลักดันน้ำชุดนี้อยู่ในความดูแลถึง 200 ลำพร้อมที่จะจัดส่งไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆได้
--สำหรับประสิทธิภาพของเรือผลักดันน้ำชุดนี้ ถ้าเป็นการผลักดันน้ำจะได้ประมาณ 72 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที แต่ถ้าเป็นการสูบน้ำจะได้ประมาณ 24 ลูกบาศก์เมตร ต่อนาที คือสูบได้ผลักก็ได้ แต่ตำแหน่งที่เรือผลักดันน้ำจะไปลงจะต้องไม่ต่ำกว่า 70 เซนติเมตร เพราะว่าเรือกินน้ำลึก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นการผลักดันน้ำอย่างในครั้งนี้ที่เราจะไปช่วยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะสามารถผลักดันน้ำได้ประมาณวันละ 140,660 ลูกบาศก์เมตรต่อวันและจะผลักดันน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด เรือผลักดันน้ำนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึงและคอขวด เนื่องจากเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบากและไหลได้ไม่เร็ว เป็นไปตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานเพื่อเป็นแนวทางในการบรรเทาปัญหาที่เกิดจากอุทกภัย
*****************************************************************************
ข่าว-ภาพ กัลยกฤษย์ ธนาวัฒน์ชัยกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ สมุทรปราการ
