- 18 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากสถานการณ์แหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ JDA – A๑๘ จะหยุดซ่อม ในระหว่างวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ – ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เขื่อนรัชชประภามีความจำเป็นต้องเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มกำลังเพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าภาคใต้ โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำเขื่อนรัชชประภา แม้จะระบายน้ำประมาณวันละ ๒๐ - ๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตร
เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ นายชัยวัฒน์ มานะพันธุ์พงศ์ ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา กล่าวถึงกรณี บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) จะทำการบำรุงรักษาแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติ JDA – A๑๘ ในระหว่างวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ – ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจะนะ ชุดที่ ๑ จำเป็นที่จะต้องเดินเครื่องโดยใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง และชุดที่ ๒ ไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้
เขื่อนรัชชประภาจึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มระหว่าง วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๐ – ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ รวมระยะเวลา ๗ วัน ประมาณวันละ ๒๐ - ๒๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเขื่อนรัชชประภาสามารถเก็บกักน้ำสูงสุดได้ที่ ๙๕ ม.รทก. ระดับน้ำปัจจุบันอยู่ที่ ๘๗.๘๒ ม.รทก. ปริมาณเก็บกักน้ำอยู่ที่ ๔,๔๑๗.๐๓๙๙ ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก ๑,๒๒๑.๘๐๒๐ ล้าน ลบ.ม.
ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าว เขื่อนรัชชประภามีการเตรียมความพร้อมในการเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงในระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ และมีการวางแผนด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยมีการเฝ้าระวังตรวจสอบ ดูแลประชาชนที่อาศัยบริเวณท้ายน้ำ โดยจะไม่ส่งผลกระทบจากการระบายน้ำดังกล่าวอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำได้รับทราบข้อมูลเป็นระยะ ซึ่งเขื่อนรัชชประภามีระบบโทรมาตรที่สามารถบอกระดับน้ำในคลองพุมดวงและแม่น้ำตาปี ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
โดยสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ทางเว็บไซด์ http://Watertele.egat.co.th/rpb/ และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ เขื่อนรัชชประภา โทรศัพท์ ๐๗๗-๒๔๒๕๕๓
ภาพ ปชส.เขื่อนรัชชประภา
เรียบเรียงข่าว สันทัด เจ็ดเสมียนใหม่ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฏร์ธานี
