- 19 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คืบหน้า วันที่ 19 ตค 2560 สืบเนื่องทาง 7 ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ นำโดยนายสมบูรณ์ กันทะปา ที่ปรึกษาพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ นางพรรณี บุญประเสริฐ นายกพุทธสมาคมจังหวัด นายมานิตย์ ขันธสีมา นายกยุวพุทธิกสมาคมจังหวัด นายเชษฐา หิมอนุกุล ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มหนุ่มสาวจังหวัดเชียงใหม่ ผศ.ดร.อภิรมย์ สีดาคำ ประธานสมาคมศิษย์เก่า มจร.เชียงใหม่ นายวัลลภ นามวงศ์พรหม อุปนายกสมาคมสหธรรม นายพิศัณย์ มณีวรรณ์ สมาพันธ์ชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่ และพระครูอมรธรรมทัต เจ้าอาวาสวัดพันอ้น เลขานุการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ได้ลงนามในหนังสือแจ้งความดำเนินคดีกับนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ผู้ร้องเรียนคดีเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่สวมบัตรประชาชนปลอม แต่พาดพิงทำความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์ทั้งจังหวัด โดยร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า รอง ผบช.ภ.5 เมื่ิสายวันที่ 18 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น โดยสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ได้มอบให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำกลุ่มผู้ร้องในเบื้องต้นทั้ง 7 ราย และนายชัยกร ปรีชาหาณ ทนายความที่เป็นตัวแทนองค์กร โดยสอบปากคำนายมานิตย์ ขันธสีมา นายกยุวพุทธิกสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ ว่ามีข้อมูลหลักฐานใดในการกล่าวโทษนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ซึ่งนายมานิตย์ได้มอบเอกสารสำเนาจากการถ่ายทอดคำพูดของนายกิตติศักดิ์ระหว่างออกรายการดีเบตทางไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งมีบางตอนกล่าวหาให้ร้ายคณะสงฆ์ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบรรดาตัวแทนองค์กรชาวพุทธเห็นว่าทำความเสื่อมเสีย ยืนยันขอให้ดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทใส่ความให้เสื่อมเสียชื่อเสียง หลังจากสอบปากคำแล้วพนักงานสอบสวนภาค 5 ได้ส่งเรื่องไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งสำนวนสอบสวนต่อไปยัง สภ.ช้างเผือก อันเป็นภูมิลำเนานายมานิตย์ ขันธสีมา ผู้ร้อง และยังเป็นภูมิลำเนาของนายกิตติศักดิ์ผู้ถูกกล่าวหาด้วย
ระหว่างการสอบปากคำกลุ่มผู้ร้อง นายสมบูรณ์ กันทะปา ที่ปรึกษาพุทธสมาคมจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกมาเปิดเผยว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น เกี่ยวเนื่องกับปัญหาเรื้อรังในวัดพระเจ้าเม็งราย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ที่คณะกรรมการสงฆ์สอบสวนจริยาพระสังฆาธิการ พระมหาระวีวัฒน์ ธัมมวัฑฒโน อดีเจ้าอาวาสระบุมีความผิดฐานนำเงินทอดกฐินของวัดรวม 3 ปีๆละ 300,000 บาทไปใช้โดยไม่ทำบัญชี และไม่มีไวยาวัจกรรับรู้ ซึ่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งระบุความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงไปแล้วนั้น เท่ากับว่าความผิดครุกาบัติปาราชิกสำเร็จแล้ว ขอเรียกร้องให้คณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องนำพระรูปนั้นสึกจากบรรพชิตเสีย และให้พ้นออกจากวัดไป เพราะวัดเป็นสถานที่ส่วนรวมจะมาฝังรกรากอยู่ทั้งที่มีความผิดได้อย่างไร
ทางด้านนายกิตติศักดิ์ แสนทวีสุข ผู้ร้องเรียนกล่าวโทษพระราชรัชมุนี เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ปลอมบัตรประชาชนเป็นคนไทย ถ้าไม่ทำผิดจริงจะหนีทำไม จึงขอตั้งรางวัลให้กับผู้ชี้เบาะแสพาไปจับตัวพระดังกล่าวได้ จะมีเงินให้ 150,000 บาท พร้อมกันนั้นได้กล่าวพาดพิงถึงผู้ออกมาปกป้องเจ้าคณะอำเภอเมืองอีกหลายคนด้วย.
ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ ประจำ จ เชียงใหม่
