- 19 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้( 19 ตุลาคม 2560) นางสาวสุมาลี อ่วมละออ อายุ 26 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 129/13 หมู่ 2 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าว โดยระบุว่า ตนมีบิดามารดาเป็นชาวไทย แต่ประสบปัญหาไม่สามารถทำนิติกรรมหรือขอรับสิทธิในการรักษาพยาบาลจากรัฐมานานกว่า 26 ปี เนื่องจากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน มีเพียงบัตรประจำตัว “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” หรือ“ไร้สัญชาติ”เท่านั้น ผู้สื่อข่าวจึงประสานกับ นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอเมืองชุมพร ก่อนร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านดังกล่าว
เมื่อไปถึงบ้านพบ นายสุนทร ขอจุลซ้วน อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน และ นางสาวสุมาลี ผู้ร้องขอความช่วยเหลือ โดยนายนักรบได้สอบประวัติของนางสาวสุมาลีอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ได้ความว่า เมื่อปี 2539 นายสุนทรซึ่งทำงานอยู่ที่เทศบาลเมืองชุมพร เห็นนางสาวสุมาลีซึ่งยังเป็นเด็กผู้หญิงอายุแค่ 5-6 ขวบนั่งเล่นกองดินกองทรายอยู่ใกล้จุดก่อสร้างอาคารกองอนามัยและสิ่งแวดล้อมของเทศบาลเมืองชุมพรทุกวัน ตนรู้สึกสงสาร จึงเอ่ยปากขอจากแม่ของเด็กคือ นางแก้วตา อินเอี่ยม เพื่อนำมาเลี้ยง ซึ่งแม่ของเด็กก็ยินยอม เพราะนางแก้วตาทำงานก่อสร้าง ต้องเปลี่ยนที่ทำงานไปเรื่อยๆ และไม่มีเวลาดูแลลูกที่ยังเล็กมาก โดยมอบหลักฐานเกี่ยวกับการเกิดของนางสาวสุมาลีให้ ตนรักนางสาวสุมาลีเหมือนลูก จึงเลี้ยงดูมาจนอายุ 26 ปี แต่มีปัญหาคือนางสาวสุมาลียังไม่มีบัตรประชาชน จึงไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆ ได้ และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ควรได้จากรัฐ
นางสาวสุมาลี กล่าวพร้อมใช้มือปาดน้ำตาไปพรางอย่างมีความหวังว่า ตนเรียนจบชั้น ปวส.จากวิทยาลัยเทคนิคชุมพร ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ร้านอาหารชายขอบ ได้เงินเดือนๆละ 9,000 บาท และทราบว่าตนเกิดที่ รพ.ปากน้ำชุมพร มีพ่อชื่อ นายสมศักดิ์ อ่วมละออ และแม่ชื่อ นางแก้วตา อินเอี่ยม แต่แม่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2548 ส่วนพ่อไปอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ตนเคยไปอาศัยอยู่กับพ่อเลี้ยงแถว ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร แต่ยายกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย จึงพาไปอยู่กับญาติที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่ออายุถึงเกณฑ์ทำบัตรประชาชนได้ไปทำบัตรที่ อ.ท่าแซะ แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานของพ่อกับแม่ เจ้าหน้าที่จึงทำบัตร “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ให้ ตนอยากได้บัตรประจำตัวประชาชน เพราะมั่นใจว่าตนเองเป็นคนไทย จึงขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน
นายนักรบ กล่าวว่า คาดว่าในวันแจ้งเกิดนางสาวสุมาลี พ่อแม่ของเด็กคงไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ทาง รพ.ปากน้ำชุมพรจึงทำได้แค่ใบแจ้งเกิดให้เท่านั้น แต่ขาดข้อมูลเรื่องบรรพบุรุษของเด็ก ซึ่งตามระเบียบของกรมการปกครองระบุว่า บุคคลถ้าเกิดในแผ่นดินไทย แต่เข้าเงื่อนไขไม่มีสถานะทางทะเบียน ทั้งที่เกิด เติบโต มีการเรียนหนังสือ และอยู่อาศัยในแผ่นดินไทย สามารถไปยื่นเรื่องขอสัญชาติให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาได้ แต่ต้องใช้เวลาในการพิจารณาสักระยะหนึ่ง หากมารดาเป็นชาวต่างชาติ แต่บิดาเป็นชาวไทย ก็จะได้สัญชาติตามบิดา ซึ่งจะต้องมีพยานบุคคลมาช่วยยืนยันด้วยว่าบิดาของเด็กเป็นคนไทย
จากนั้น นายนักรบได้ไปตรวจสอบข้อมูลที่งานทะเบียนราษฎร์ อ.เมืองชุมพร แล้วเดินทางกลับไปพบนางสาวสุมาลีที่บ้านอีกครั้งหนึ่งก่อนแจ้งให้ทราบว่า มารดาของนางสาวสุมาลีเป็นบุคคลสัญชาติพม่า เกิดเมื่อปี 2511 อายุ 49 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 325 หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ซึ่งนางแก้วตามีบิดามารดาชื่อ นายสมจิตร และ นางนวล อินเอี่ยม ซึ่งทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่ที่บ้านเลขที่ 27/31 หมู่ 8 ต.ร่อนทอง อ.บางสะพานใหญ่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดิมนางสมจิตรและนางนวลเป็นคนไทยพลัดถิ่นอยู่ที่เมืองมะริด ประเทศพม่า แต่เมื่อกลับเข้ามาในไทยในขณะนั้นยังไม่เรียกว่าคนไทยพลัดถิ่น ฝ่ายทะเบียนจึงต้องให้สัญชาติพม่าไป และปัจจุบันนายสมจิตรและนางนวลได้สัญชาติไทยเรียบร้อยแล้ว
“สิ่งที่จะต้องทำต่อจากนี้ก็คือ นายสุนทรต้องพานางสาวสุมาลีไปพบนายสมจิตรและนางนวล เพื่อสอบถามว่าทั้งสองคนมีลูกสาวชื่อแก้วตาหรือไม่ หากทั้งสองคนตอบว่ามี ก็แสดงว่าทั้งนายสมจิตรและนางนวลต้องเป็นตาและยายของนางสาวสุมาลี จากนั้นนายสมจิตรและนางนวลจะต้องมาที่ อ.ท่าแซะ เพื่อยืนยันว่านางสาวสุมาลีเป็นหลานสาว เพื่อขอสัญชาติไทยให้นางสาวสุมาลีในการทำบัตรประจำตัวประชาชนต่อไป” นายนักรบ กล่าว
ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
