- 21 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางอารีย์ สัมฤทธิ์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 86 หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) ในช่วงที่ผ่านมามีคนร้ายแอบเข้ามาขโมยตัดทลายปาล์มในสวนปาล์มของตนหลายครั้ง ตนจึงไปดักซุ่มโป่งอยู่ในสวนปาล์มเพื่อสอดส่อง ตรวจสอบดูว่าคนร้ายที่มาขโมยตัดปาล์มของตนไปขายอยู่เป็นประจำเป็นใครกันแน่ จนกระทั้งพบว่ามีคนร้ายเป็นชาย ขับขี่รถ จยย.ภาพเก่ามาจอดในสวนปาล์มของตน แล้วไม่รอช้าลงมือใช้เครื่องมือตัดทลายปาล์มของตน พร้อมทั้งนำใส่กระสอบที่นำมา โดยเดินตัดทะลายไปเรื่อย ๆ อย่างใจเย็นเหมือนกับว่าเป็นเจ้าของสวนปาล์มเสียเอง
(21 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านางอารีย์ สัมฤทธิ์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 86 หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) ในช่วงที่ผ่านมามีคนร้ายแอบเข้ามาขโมยตัดทลายปาล์มในสวนปาล์มของตนหลายครั้ง ตนจึงไปดักซุ่มโป่งอยู่ในสวนปาล์มเพื่อสอดส่อง ตรวจสอบดูว่าคนร้ายที่มาขโมยตัดปาล์มของตนไปขายอยู่เป็นประจำเป็นใครกันแน่ จนกระทั้งพบว่ามีคนร้ายเป็นชาย ขับขี่รถ จยย.ภาพเก่ามาจอดในสวนปาล์มของตน แล้วไม่รอช้าลงมือใช้เครื่องมือตัดทลายปาล์มของตน พร้อมทั้งนำใส่กระสอบที่นำมา โดยเดินตัดทะลายไปเรื่อย ๆ อย่างใจเย็นเหมือนกับว่าเป็นเจ้าของสวนปาล์มเสียเอง
จากการสอบสวนทราบชื่อผู้ต้องหาคือนายวีระพงศ์ สังข์เกื้อ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 34/3 หมู่ 4 ต.ทุ่งสัง อ.ทุ่งใหญ่ จ. นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อกล่าวหา ลักทรัพย์ที่เป็นของผู้มีอาชีพกสิกรรมโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดต่อไป โดยนายวีระพงศ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเคยไฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของสวนยางรายใหญ่ แต่ฐานะยากจนเมื่อเห็นสวนยางของนางอารีย์ จึงสวมบทบาทว่าเป็นเจ้าของสวนยางทำการตัดทลายปาล์มเอาไปขายได้เงินมาง่าย ๆ โดยไม่ต้องลงทุนทำสวนปาล์มเอง แต่ในที่สุดก็โดนจับกุมดังกล่าว
นางอารีย์ สัมฤทธิ์ เจ้าของสวนปาล์ม เปิดเผยว่า ตนปลูกปาล์มในเนื้อที่ 7 ไร่ จนได้ผลผลิตเก็บจำหน่าย แต่ในช่วงที่ผ่านมาราคาปาล์มตกต่ำอย่างต่อเนื่อง จนมาพบว่ามีคนร้ายแอบตัดทลายปาล์มในสวนของตนอย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้จากการทำสวนปาล์มลดน้อยลงไปอีกไม่เพียงพอกับการลงทุน ซึ่งถือว่าเห็นแก่ตัวซ้ำเติมกันเกินไป จึงมาดักซุ่มรอเพื่อหาตัวคนร้ายก่อนจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมได้ดังกล่าว.
ภาพ/ข่าว/ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
