- 23 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายไกสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายสถาบัน บุญเติม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ นายเธียรชัย อัจฉริยพันธ์ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรประดิษฐาน ณ พระเมรุมาศจำลอง และพิธีพระเมรุมาศจำลอง
โดยนายไกสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ประธานในพิธีได้วางพานพุ่มเงิน พานพุ่มทอง จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯจากนั้นได้มีการจุดธูปเทียนบวงสรวง โปรยข้าวตอกดอกไม้ประพรมน้ำอบน้ำหอม กล่าวบูชาพระฤกษ์บอกกล่าวเทพเทวดามาเป็นสักขีพยานดูแลปกปักรักษาภายในงานพระราชพิธี ก่อนที่จะนำข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และวางดอกไม้จันทน์ เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศจำลอง สนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560
ทั้งนี้สำหรับการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ที่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยเกือบ 100 % แล้ว รวมทั้งการจัดเตรียมสถานที่ไว้พร้อมหมดแล้ว ยังคงเหลือเพียงการตกแต่งบริเวณรอบมณฑลพระราชพิธีอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และทุกภาคส่วนจะมีการซักซ้อมใหญ่ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 นี้
นายไกสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์สมบัติ 70 ปี โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวกาฬสินธุ์ ซึ่งพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เอง รวมทั้งพระราชทานโครงการพระราชดำริต่างๆจนทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น จ.กาฬสินธุ์ จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องดำเนินการจำลองโครงการพระราชดำริขึ้นบริเวณด้านหลังพระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้ประชาชนได้เยี่ยมชมและได้ศึกษาน้อมนำไปเป็นหลักในการดำรงชีวิต
โดยการจำลองเริ่มจากเมื่อครั้งวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรบ้านกุดสิม ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศลำพะยัง โดยเสด็จฯ ผ่านทางเกวียนที่มีสภาพขรุขระ รถที่ประทับแกว่งไปมา จนพระองค์เรียกถนนเส้นนั้นว่า “ถนนดิสโก้”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จลงทรงพระดำเนินท่ามกลางความมืดไปในทุ่งนาตะปุ่มตะป่ำ มีเพียงไฟฉายส่องทาง ทรงมุดรั้วลวดหนาม เพื่อหาน้ำให้ราษฎร ซึ่งพอมาถึงตรงนี้ ราษฎรเขากั้นลวดหนามไว้ คณะผู้ติดตามจะตัดลวดหนาม พระองค์รับสั่งว่า ไม่ต้องตัด ทรงง้างลวดหนาม แล้วพระองค์มุดเข้าไป เลยเป็นที่มาของมุดลวดหนาม ซึ่งรั้วลวดหนามปัจจุบันเป็นของเดิม และเป็นพื้นที่ศึกษาเส้นทางการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีพื้นที่ใดในประเทศที่ทรงไปไม่ถึง
จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้พระราชทานพระราชดำริให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยัง และขยายระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำลำพะยัง พร้อมทั้งให้พิจารณาขุดสระน้ำประจำไร่นาตามแนวทฤษฎีใหม่ และเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ซึ่งอยู่ทางฟาก จ.มุกดาหารมาเติมให้แก่ อ่างเก็บน้ำลำพะยัง เพื่อขยายพื้นที่รับน้ำชลประทานได้มากขึ้น โดยมีการเจาะอุโมงค์ผันน้ำลอดใต้เขาภู แล้วทำท่อ(เหล็ก)ลอดใต้อุโมงค์ ขนาด กว้าง 3 เมตร สูง 3 เมตร ยาว 740 เมตร ส่งน้ำจาก จ.มุกดาหารเข้ามายังจ.กาฬสินธุ์ โดยมีการทำถังพักน้ำ ทำระบบท่อชลประทาน ที่ยังประโยชน์ครอบคลุมพื้นที่มากถึงประมาณ 12,000 ไร่ และทำให้ผลผลิตทางการปลูกข้าวของชาวนาเพิ่มมากขึ้นถึง 2-3 เท่า
ปัจจุบันได้พระราชทานชื่อเป็น “อุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์” ซึ่งนับเป็นความสำเร็จจากอุโมงค์ผันน้ำหนึ่งเดียวในเมืองไทยใต้พระบารมี ที่มาจากพระอัจฉริยะภาพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในด้านบริหารจัดการน้ำ อันสอดสอดรับกับคำว่า “ลำพะยังภูมิพัฒน์” ซึ่งหมายถึง “อุโมงค์ผันน้ำที่นำความเจริญมาสู่แผ่นดินลุ่มน้ำลำพะยัง”ทำให้เกิดโครงการขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ จากพื้นที่แห้งแล้ง ทำนาไม่ได้ผล กลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ข้าวเขาวงคุณภาพดีโด่งดังทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณพ่อหลวงของปวงไทย
นอกจากนี้ยังได้มีการจำลองโครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่ อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย ซึ่งด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับโครงการขุดลอกหนองเลิงเปือยและซ่อมแซมฝ่ายเป็นโครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ปัจจุบันทำให้พื้นที่ที่เคยถูกน้ำท่วมในช่วงหน้าฝน และขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง และมีการจำลองฝายมีชีวิตแห่งที่ 90 โดยการน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติ ทั้งการนำวัสดุธรรมชาติมาสร้างฝาย ซึ่งลักษณ์และประโยชน์คล้ายกับแก้มลิง ที่ช่วยชะลอน้ำในช่วงน้ำหลากและกักเก็บน้ำในช่วงหน้าแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีการขยายผลสร้างฝายมีชีวิตคลอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด
ภาพข่าว / ชมพิศ ปิ่นเมือง ข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
