- 24 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
อุบัติเหตุจุดไฟตะเกียงกระป๋องนมนอนห่มผ้าไฟลุกไหม้ท่วมตัวตาย หรือจงใจฆ่าตัว ยังบอกไม่ได้ ตำรวจมึนตื๊บ ร่วมกับแพทย์และมูลนิธิ รุดชันสูตรพลิกศพ ไม่พบบาดแผลร่องรอยการถูกทำร้าย ญาติไม่ติดใจ มอบศพดำเนินการตามประเพณี หนุ่มหนองขาวพิการแขนขวาถูกเครื่องนวดข้าวตัดแขนจนขาดเมื่อ10 ปีที่แล้ว ปัจจุบันโสด ยึดอาชีพเลี้ยงวัวฝูงใหญ่100 กว่าตัวอยู่กับพ่อบังเกิดเกล้า ในกระต๊อบยกพื้นสูงกลางทุ่งนา พ่อบอกกินข้าวอิ่ม ลุกขึ้นเข้านอนช่วงหัวค่ำ ผ่านไป 10 กว่านาที ได้กลิ่นเหม็นไหม้เดินไปดูพบว่า ไฟกำลังโหมลุกไหม้ร่างของลูกชายอยู่บนที่นอน จึงรีบวิ่งตักน้ำใส่ถังไปสาดจนไฟดับ พบว่า ลูกชายนอนหายใจรวยรินหายใจสะดุดเฮือกสุดท้าย 2 ครั้งก็เสียชีวิต ส่วนสาเหตุไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
ได้รับแจ้งจากนายทรงพล เอกจิตต์ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลหนองขาว ว่าได้มีลูกบ้านชื่อนายหอม หล่อจิต อายุ 77 ปี อยู่บ้านเลขที่ตามบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ 92/3 หมู่ 10 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วงฯ ว่าลูกชายชื่อนายธานินทร์ หล่อจิต อายุ 49 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิต เหตุเกิดภายในกระต๊อบข้างคอกวัวกลางทุ่งนา บ้านเปรงตาครุฑ หมู่ 2 ต.หนองขาวฯ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์ธรณ์ เอื้อประเสริฐ ผกก.สภ.หนองขาวพ.ต.ท.พิเชษฐ์ รงค์ฤทธิ์ไกร รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ชาติชาย กาญจนภูสิต รรท.สวป.ฯ และ ร.ต.อ.พิชิต กาญจน์ประกอบ รอง สว.สส.ฯ ร่วมกับแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 และมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ประจำ จ.กาญจนบุรี
จากการตรวจสอบภายในกระต๊อบเรือนไม้ชั้นเดียวพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายนอนหงายอยู่บนที่นอนที่ถูกไฟไหม้จนเสื้อผ้าที่สวมใส่รวมทั้งผ้าห่มและที่นอนกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ สภาพศพอยู่ในสภาพแขนขากางออกตามร่างกายถูกไฟไหม้ถึง 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ /ผู้ตายเป็นคนพิการแขนด้านขวาขาดสืบเนื่องจากเมื่อ10 ปีที่แล้วถูกเครื่องนวดข้าวตัดแขนจนขาด ทำให้ผู้ตายต้องใส่แขนเทียมถูกเผาจนแขนเทียมละลาย ที่ข้างตัวผู้ตายพบอาวุธปืนยาวขนาด .22 สีดำตกอยู่ 1 กระบอก และตะเกียงกระป๋องนมวางอยู่ 1 ใบ ถังน้ำสีขาวมีน้ำอยู่ครึ่งถังวางอยู่ที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้แพทย์เวรจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ช่วยกันเคลื่อนย้ายศพของนายธานินทร์ ผู้ตายลงมาไว้ที่ลานดินหน้ากระต็อบเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุคัยแคบ ผลการชันสูตรพลิกศพไม่พบว่า ตามร่างกายของผู้ตายมีบาดแผล หรือร่องรอยการถูกทำร้าย บาดแผลตามร่างกายส่วนใหญ่เกิดจากการถูกไฟไหม้จนผิวหนังพุพองปริแตก สภาพศพเริ่มแข็งตัว แพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 4-5 ชม.
จากการสอบสวนปากคำนายหอม หล่อจิต อายุ 77 ปี พ่อของผู้ตายซึ่งอยู่กับผู้ตาย และเป็นคนพบศพเป็นคนแรกเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 5 โมงกว่าๆ เกือบ 6 โมง ผู้ตายได้นั่งกินข้าวกับตนที่ในครัวด้านหลังกระต๊อบ ขณะกินข้าวลูกชายก็ตั้งหน้าตั้งตากินข้าว ไม่ได้พูด หรือมีปากเสียงอะไรกัน พอลูกชายกินข้าวเสร็จ ก็เดินขึ้นกระต๊อบจุดไฟตะเกียงกระป๋องนมนอน เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ขณะที่ตนกำลังเดินดูวัวที่คอก ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้และเสียงร้องของลูกชาย เมื่อหันไปดูก็พบว่า ไฟกำลังลุกไหม้ตรงที่ลูกชายนอนอยู่ จึงรีบวิ่งไปเอาถังใส่น้ำสาดไปที่ลูกชายนอนอยู่ในสถาพที่ไฟกำลังลุกไหม้ท่วมตัวลูกชายถึง 3 ถัง จนไฟดับก็พบว่า ลูกชายหายใจชักกระตุก 2 ครั้งและก็เสียชีวิต ตนจึงขึ่รถ จยย.ไปทีบ้านของนายกฯ ทรงพลนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลหนองขาว และเล่าเรื่องให้ฟัง ส่วนสาเหตุที่ลูกชายถูกไฟคลอกเสียชีวิต ตนไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร จะว่าเป็นอุบัติเหตุ นอนจุดไฟตะเกียงกระป๋องนมล้มใส่ผ้าห่มหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไอ้ที่ว่า ลูกชายฆ่าตัวตาย ลูกชายก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคิดมาก หรือเครียดจนต้องฆ่าตัวตาย ด้านนายทรงพล เอกจิตต์ นายกเทศมนตรี เทศบาล ต.หนองขาว อ.ท่าม่วงฯ และญาติๆ ของนายธานินทร์ ผู้ตายกล่าวว่า ดูจากหลักฐานที่เกิดเหตุน่าจะเป็นการตั้งใจฆ่าตัวตายเองมากกว่าเกิดจากอุบัติเหตุ แต่ไม่รู้ว่าฆ่าตัวตายเพราะเรื่องอะไร คนตายไม่มีครอบครัว เป็นคนพิการแขนขวาด้วน มีอาชีพเลี้ยงวัวอยู่กับพ่อ 2 คน
ส่วนทางด้านญาติๆ กล่าวว่า ผู้ตายอาจจะเสียใจเนื่องที่ลุงของผู้ตายเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมาก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะที่ผ่านมาผู้ตายกับลุงรักใคร่และสนิทกันมาก พอลุงตาย จึงทำให้ผู้ตายคิดมากจนคิดสั้นฆ่าตัวตาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปทางพิสูจน์หลักฐานจังหวัดฯ ให้มาทำการตรวจเก็บหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาร่องรอยหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการตายของนายธานินทร์ ว่าการเสียชีวิตเกิดจากอุบัติเหตุจุดไฟตะเกียงกระป๋องนมล้ม จนทำให้เกิดไฟไหม้คลอกร่างของผู้ตายขณะนอนหลับ หรือจุดไฟเผาตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายกันแน่ ส่วนศพผู้ตายได้มอบให้ญาตินำศพไปจัดการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป
ข่าว/ภาพ วันชัย แก้ววิลัย / สนั่น ศิลปะขจร ข่าวภูมิภาค/สำนักข่าวทีนิวส์ กาาญจนบุรี
