- 24 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นอภ.ธาตุพนม ชวนน้อมรำลึก 62 ปี ในหลวงเสด็จวัดธาตุพนมถึง 6 ครั้ง
สุดซาบซึ้ง โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ ชื่นชมต้นไม้ ทรงปลูกในวัดธาตุพนม
เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศเตรียมพร้อมการประกอบพิธีวางวดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 พบว่า ทั้งหน่วยงานภาครัฐเอกชน ต่างเร่งจัดเตรียมพื้นที่ ในการประกอบพิธี ถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่นเดียวกันกับวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ถือเป็นวัดอารามหลวงชั้นเอก ที่มี่ความสำคัญ นอกจากจะเป็นที่ตั้งขององค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ยังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจาก ในหลวงรัชการที่ 9 พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญกุศล นมัสการองค์พระธาตุพนม รวมถึง 6 ครั้ง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พสกนิกรชาว จ.นครพนม ได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จ
โดยทางด้าน นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม พร้อมด้วย สุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลน้ำก่ำ ในฐานะที่เคยเฝ้ารับเสด็จ รวมถึงข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ได้นำเยี่ยมชมหลักฐานการเสด็จพระราชดำเนิน ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามรอยเส้นทางเสด็จ โดยทางวัดได้มีการเก็บหลักฐานพระบรมฉายาลักษณ์ ไว้หลายภาพ ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจสูงสุดของ พสกนิกรชาว จ.นครพนม ที่เคยเฝ้ารับเสด็จ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งหมด 6 ครั้ง ซึ่งในครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2498 เพื่อบำเพ็ญกุศล และเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม ท่ามกลางความปลาบปลื้มของพสกนิกร ที่มารอเฝ้ารับเสด็จ ในโอกาสที่จะมีการ ประกอบพิธี ถวายอาลัยพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทางอำเภอธาตุพนม จึงได้เชิญชวนพสกนิร ทุกหมู่เหล่า ได้น้ำรำลึกถึงประวัติศาสตร์ ครบรอบ 62 ปี ครั้งเมื่อ ในหลวงรัชการที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินครั้งแรก
นอกจากนี้ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ยังได้พบหลักฐานการเสด็จที่สำคัญ คือ มีต้นไม้ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้ ตั้งแต่ปี 2506 คือต้นราชพฤกษ์ หรือชาวบ้านเรียกว่าต้นคูณ รวมอายุถึงปัจจุบัน 54 ปี ที่สร้างความร่มรื่นให้กับวัด ตลอดจนให้พสกนิกร ที่เดินทางมาเที่ยวทำบุญ ได้ชื่นชม รำลึกถึงประวัติศาสตร์ ที่ในหลวงรัชการที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนิน
ด้าน นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่า สำหรับวัดพระธาตุพนมถือเป็นสถานที่สำคัญ ที่มีการจัดเตรียมสถานที่ จัดซุ้มดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ได้ร่วมพิธีถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวงรัชการที่ 9 ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ซึ่งล่าสุดมีความพร้อม ในเรื่องของการจัดสถานที่รวมถึงเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะคอยดูแลบริการประชาชน นักท่องเที่ยว ทุกด้าน เพราะจุดนี้น่าจะเป็นจุดสำคัญที่จะมีประชาชน นักท่องเที่ยว มาร่วมพิธีจำนวนมาก เพราะถือโอกาสเดินทางมาทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลด้วย ที่สำคัญทางวัดยังได้มีการจัดพิธีทำบุญน้อมรำลึก 62 ปี การเสด็จพระราชดำเนินของในหลวงรัชการที่ 9 เนื่องจากวัดพระธาตุพนม ถือเป็นสถานที่สำคัญประวัติศาสตร์ ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิภลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนิน รวมถึง 6 ครั้ง ถือเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด เป็นประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของพสกนิกร ชาว จ.นครพนม รวมถึงพื้นที่ภาคอีสาน ที่เคยได้เฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม กล่าวอีกว่า สำหรับข้อมูลการเสด็จจากการดูหลักฐาน พบว่ามี 6 ครั้ง ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2498 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2506 ตรงกับวันวิสาขบูชา โดยได้ประกอบพิธีเวียนเทียนรอบองค์ระธาตุพนม พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
รวมถึงได้ปลูกต้นราชพฤกษ์ หรือต้นคูณไว้ภายในวัด ที่ยังปรากฏหลักฐาน มาถึงปัจจุบัน ให้พสกนิกรได้ชื่นชม ต้นไม้ทรงปลูก ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2518 สด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชการที่ 10 ทรงเสด็จสรงพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอก ของพระพุทธเจ้า และทอดพระเนตรซากปรักหักพังพระธาตุพนม หลังพระธาตุพนมล้ม เมื่อ 11 สิงหาคม 2518 ครั้งที่ 4 – 5 เมื่อวันที่ 25 - 26ธันวาคม 2518 ทรงเสด็จประกอบพิธี สมโภชพระอุรังคธาตุ และครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2522 เสด็จพระราชดำเนิน ประกอบพิธี บรรจุพระอุรังคธาตุ ภายในองค์พระธาตุพนม
ที่สำคัญ พื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์มีต่อพสกนิกร ได้พระราชทานโครงการ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำตอนล่าง ตามแนวทางพระราชดำริ ถือเป็นโครงการสำคัญ ที่เกิดจากแนวทางพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เกิดจากภาพฝีพระหัตถ์ พร้อมมีพระราชดำริให้กรมชลประทาน ดำเนินการก่อสร้างไปมาตั้งแต่ปี 2535 เพื่อควบคุมลำน้ำก่ำที่ไหลระบายมาจากหนองหาร จ.สกลนคร ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ทำให้พื้นที่การเกษตร ของเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 60,000 ไร่ ส่วนในฤดูแล้งที่ขาดแคลนสามารถผันน้ำโขงกลับมาใช้ในระบบชลประทานได้ พร้อมได้พระราชทานนาม ประตูระบายน้ำธรณิศนฤมิต (ทอ-ระ-นิด-นะ-รึ-มิด) คือ ประตูระบายน้ำที่ก่อสร้างขึ้นตามพระราชดำริของในหลวง 1 ใน 4 แห่ง ทั่วประเทศ ทำให้พสกนิกร ในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม รวมถึง สกลนคร ได้รับประโยชน์ มีอาชีพ มีรายได้ อยู่ดีกินดี ถือเป็นโครงการสำคัญที่เกิดจากพระปรีชาสามารถของในหลวงรัชการที่ 9 โดยพสกนิกรต่างน้ำสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครพนม
