- 24 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 24 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีรายงานความคืบหน้าจากกรณีวิวาห์ล่มที่ปราจีนบุรี โดยเกิดเหตุเจ้าบ่าวไม่เดินทางมาร่วมพิธีแต่งงาน ที่บ้านเจ้าสาว บริเวณบ้านเขาดิน ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งทางญาติฝ่ายเจ้าสาวได้ผิดสังเกตเมื่อพบว่าช่วงเช้าที่ผ่านมาทางฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มีแม้แต่ขบวนขันหมาก โดยน.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี เจ้าสาวเปิดเผยทั้งน้ำตา ได้ตกลงแต่งงานกับนายบุญยัง (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ซึ่งนัดหมายให้มีพิธีการในวันที่ 22 ต.ค. แต่พอถึงเวลากลับไม่พบว่าเจ้าบ่าวเดินทางมาร่วมงานแต่อย่างใด เมื่อติดต่อไปทางฝ่ายเจ้าบ่าวในช่วงเช้าได้รับแจ้งว่ากำลังเดินทางมา แต่ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อไปที่บ้านพบว่าบ้านเจ้าบ่าวไม่มีใครอยู่ ก่อนหน้านี้เจ้าบ่าวและญาติ ยังมาช่วยจัดเตรียมงานก่อนถึงวันแต่ง และระบุว่าจะกลับไปเตรียมขบวนขันหมากในช่วงเช้า แต่พอถึงเวลากลับไร้วี่แวว จากนั้นทราบว่าฝ่ายเจ้าบ่าวไม่มีเงินค่าสินสอด ตกลงกันไว้ที่ 2 แสนบาท ทองคำ 5 บาท โดยอ้างว่าเศรษฐกิจไม่ดี หาค่าสินสอดไม่ทัน และฝ่ายชายยังไลน์ทางโทรศัพท์มาต่อว่าฝ่ายหญิงมีคนอื่น จึงแน่ใจว่าถูกหลอก ล่าสุดฝ่ายหญิงได้กลับไปห้องเช่าที่ จ.สมุทรปราการขนของกลับมาอยู่บ้านหลังจากลาออกจากโรงงานตามที่เสนอไปแล้วนั้น
ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปบ้านพักของฝ่ายหญิงในหมู่บ้านเขาดิน หมู่ 12 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี อีกครั้ง พบที่บ้าน เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง พบแม่พร้อมญาติพี่น้องรวม 7 คน ยังคอยเฝ้าดูแลปลอบใจอดีตเจ้าสาวอย่างห่วงใย โดยอดีตเจ้าสาวยังมีสีหน้าอยู่ในอาการเศร้าซึมอยู่ตลอด อดีตเจ้าสาวกล่าวทั้งน้ำตาว่า “ถูกฝ่ายชายหลอกมายาวนานกว่า 6 ปี ที่รู้จักชอบพอกัน ถึงนาทีสุดท้ายจึงรู้ในวันวิวาห์ที่ฝ่ายชายไม่ยกขันหมากมาตามที่ตกลงกันไว้ ต้องจัดงานตั้งโต๊ะจีนกว่า 40 โต๊ะรอเก้อท่ามกลางความฉงนสนเท่ห์ของญาติมิตร –แขกเหรื่อ”
“ก่อนงานวันแต่งยังพากันไปแจกการ์ดเชิญด้วยกันโดยไม่มีทีท้าว่าจะกลายเป็นวิวาห์ล่ม จนวันสุกดิบ 1 วันยังอยู่ช่วยเตรียมข้าวของ และกลับไปที่บ้านที่ จ.เพื่อเตรียมยกขันหมากมาแต่งในช่วงเช้า และไม่มาอีกเลย ตนเองได้โทรศัพท์ติดต่อไปจนทราบว่าฝ่ายชายอ้าง ไม่มีเงินค่าสินสอด ตกลงกันไว้ที่ 2 แสนบาท ทองคำ 5 บาท และยังกล่าวใส่ร้ายทางขอความไลน์มาว่าตนเองมีคนอื่น จึงช้ำใจสุด ๆ” อดีตเจ้าสาวกล่าว และกล่าวต่อไปว่า “ตัดสินใจจะไม่กลับไปร่วมเส้นทางกับฝ่ายชายอีกแล้ว ล่าสุดฝ่ายชายโทรฯติดต่อจะพาแม่มาเคลียร์ชดใช้ค่าเสียหายในการจัดงานให้ แต่ทางฝ่ายมารดาและน้าสาวยังไม่ยินยอมจะมอบหมายให้ทนายความเรียกร้อง ตนเองขอมอบให้ทางมารดาและน้าสาวดำเนินการตามที่เห็นสมควร” “สำหรับตนเองก่อนหน้าเคยทำงานเป็นเลขานุการอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ก่อนตัดสินใจลาออกมาทำงานโรงงานที่แห่งเดียวกับฝ่ายชายที่ จ.สมุทราปราการ และล่าสุดลาออกจากโรงงาน โดยตกลงว่าหลังงานแต่งจะพากันไปทำงานสร้างครอบครัวที่ต่างประเทศ”อดีตเจ้าสาวกล่าว
ภาพ/ข่าว มานิตย์ สนับบุญ /ถวิน ประจิตร ผู้สื่อข่าภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปราจีนบุรี
