ออกมาชี้แจง..!? ผอ.ควบคุมอาคาร ทน.ตรัง แจงกรณี “หนุ่มตรัง” แจ้ง ม.157 ช่างเทศบาลมองไม่เห็นอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ โยน “นิติกร”

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

        วันที่ 25 ตุลาคม 2560 ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดตรัง นายสาโรช คงนคร รองนายกเทศมนตรี ผู้รับมอบหมายจากนายเกรียงศักดิ์ รัตนสิมานนท์ รองนายกเทศมนตรีรักษาการนายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วย นายสนั่น รักดำ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมการก่อสร้างอาคารและผังเมือง เทศบาลนครตรัง ร่วมแถลงกรณี นายนราวิชญ์ วังสโรจน์ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 ถนนจริงจิตร ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ในฐานะเจ้าของอาคารเลขที่ 142/3 ถนนวิเศษกุล ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ตั้งบนโฉนดที่ดินเลขที่ 10879 ใจกลางเมืองตรัง ซึ่งได้รับคำสั่งรื้อถอนอาคารในส่วนที่รุกล้ำถนนสาธารณะ และได้ดำเนินการรื้อถอนไปแล้วภายหลังถูกเจ้าหน้าที่เร่งรัดรื้อถอนอย่างเข้มข้นหลายครั้ง ขณะที่อีกอาคารที่อยู่ใกล้กันซึ่งก่อสร้างอยู่บนถนนสาธารณะหน้ากว้าง 6 เมตรเศษ แบบปิดปากทางกลับไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีต่อนายประยุทธ จงไกรจักร นายช่างโยธาชำนาญงาน นายช่างควบคุมอาคาร เทศบาลนครตรัง ในฐานะนายช่างชี้แนวเขต กล่าวหาความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบนั้น

ออกมาชี้แจง..!? ผอ.ควบคุมอาคาร ทน.ตรัง แจงกรณี “หนุ่มตรัง” แจ้ง ม.157 ช่างเทศบาลมองไม่เห็นอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ โยน “นิติกร”

ออกมาชี้แจง..!? ผอ.ควบคุมอาคาร ทน.ตรัง แจงกรณี “หนุ่มตรัง” แจ้ง ม.157 ช่างเทศบาลมองไม่เห็นอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ โยน “นิติกร”

        ด้านนายสาโรช กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนเทศบาลนครตรังค่อนข้างเยอะเกี่ยวกับการควบคุมอาคารและการปลูกสร้างต่อเติมรุกล้ำที่สาธารณะ โดยการทำงานของเทศบาลนั้นแบ่งออกเป็น 4 เขต โดยมีนายช่างเขตทั้ง 4 เขตรับผิดชอบ ซึ่งก็ได้รับรายงานมาเป็นประจำ ซึ่งตนในฐานะเป็นผู้บริหารก็ได้ออกหนังสือระงับการก่อสร้างและรื้อแถนไปหลายกรณี แต่ข้อเท็จจริงนั้นเนื่องจากมีจำนวนค่อนข้างมาก และยอมรับว่าการดำเนินคดีและบังคับคดียังมีไม่มาก เรื่องที่ดำเนินการถึงศาลและต้องรื้อถอนก็ยังมีไม่มาก
       ส่วนทางด้านนายสนั่น กล่าวว่า กรณีนายนราวิชญ์เข้าแจ้งความต่อนายช่างเขต กล่าวหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้มีประชาชนเจ้าของอาคารที่ติดกับที่สาธารณะต่างๆในเขตเทศบาลนครตรังต่อเติมเข้ามาประชิดหมุดเขตแดนจำนวนมาก โดยเฉพาะถนนวิเศษกุลมีจำนวนหลายราย และเจ้าหน้าที่ได้มีการออกคำสั่งเฉพาะอาคารที่รุกล้ำบริเวฯถนนวิเศษกุลรวมทั้งสิ้น 59 ราย ซึ่งรวมถึงกรณีนายนราวิชญ์ด้วย และต้องขอบคุณนายนราวิชญ์ ซึ่งถือว่ามีจิตสำนึกจริยธรรมสูงมาก และมีแต่นายนราวิชญ์เท่านั้นที่ยอมรื้อถอนจนถูกต้อง ส่วนรายอื่นๆไม่ยอมดำเนินการเลย นายนราวิชญ์จึงมองว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากท้องถิ่น ยืนยันว่าสำนักการช่างได้ดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนทุกกระบวนการ แต่อาจจะติดขัดการปฏิบัติการตามกฎหมาย คือเมื่อมีการละเมิดที่สาธารณธะ เจ้าหนักงานท้องถิ่นคือนายกเทศมนตรี ต้องออกคำสั่งตามมาตรา 41 และ 42 ของพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยออกเป็นคำสั่งให้รื้อถอน ค.7 เมื่อคำสั่งออกไปแล้ว ผู้ครอบครองอาคารต้องรื้อถอนภายใน 30 วัน หากไม่รื้อถอน ในขั้นตอนต่อไปซึ่งยอมรับว่าติดขัดการปฏิบัติการตามกฎหมาย ทั้งที่มีมาตรา 43 ของพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ให้อำนาจนายกเทศมนตรีสั่งการให้นิติกรเทศบาลไปยื่อฟ้องต่อศาลเพียงฝ่ายเดียวได้ เพื่อแจ้งให้รื้อแถนภายใน 7 วัน หากไม่ยอมรื้อถอนอีก เทศบาลสามารถเข้ารื้อถอนเองได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายจากผู้ละเมิดรุกล้ำ  และหากเจ้าพนักงานท้องถิ่นละเว้นไม่ดำเนินการ ก็ผิดมาตรา 157 ทั้งข้าราชการ และฝ่ายการเมือง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ

ออกมาชี้แจง..!? ผอ.ควบคุมอาคาร ทน.ตรัง แจงกรณี “หนุ่มตรัง” แจ้ง ม.157 ช่างเทศบาลมองไม่เห็นอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ โยน “นิติกร”

ถนนวิเศษกุลเป็นถนนสายหลังที่เราต้องการทำให้เห็นว่าบ้านเมืองมีระเบียบวินัย ในเมืองที่เจริญแล้วเขามีการจัดระเบียบ แต่บ้านเราปรากฎว่ายังมีประชาชนที่ไม่เคารพกฎหมาย แต่ในขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายก็ต้องใช้เวลา ยอมรับว่าเราไม่ต้องการหักด้ามพร้าด้วยเข่า กรณีที่นายนราวิชญ์ร้องเรียนว่ามีการก่อสร้างอาคารทับบนถนนสาธารณะแบบปิดทางนั้น เริ่มจากมีผู้ร้องเรียนว่ามีการสร้างอาคารทับบนถนนสาธารณะ ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่าจะไม่ทราบเลย แต่บริเวณนั้นเป็นถนนที่ยาวทะลุไปยังถนนอีกเส้นหนึ่ง และทางเทศบาลได้ตั้งโครงการเพื่อทำถนนไว้แล้ว เราไม่ได้โกรธผู้แจ้งความ และจะเป็นกรณีตัวอย่างเป็น นราวิชญ์โมเดล สำหรับทุกกรณี และกรณีดังกล่าวได้มีการไปปิดคำสั่งให้รื้อแล้ว 2 ครั้ง และล่วงเลยระยะเวลารื้อถอนภายใน 30 วันตามคำสั่งมาแล้ว แต่กระบวนการปฏิบัติตามกฎหมายยังติดขัด เพราะนิติกรเทศบาลไปมองว่า ผู้มีอำนาจลงนามในคำสั่งไม่มีอำนาจลงนาม ทำให้กระบวนการตรงนั้นล่าช้าไปถึง 4 เดือน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไร ดังนั้นในส่วนของเทศบาลต้องไปทำความเข้าใจเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย เพราะที่ผ่านมานิติกรมักเดินตามกระบวนสอบสวนของเจ้าพนักงาน คือต้องรอเรียกให้ปากคำก่อน ซึ่งใช้เวลานานมาก ทำให้ถูกมองว่าไม่ยุติธรรม นอกจากนี้ทางสำนักการช่างเพิ่งมีคำสั่งรื้อถอนอาคารรุกล้ำที่สาธารณะบนถนนรัษฎาอีก 8 ราย บริเวณแนวเขตใกล้สนามกีฬาเทศบาลนครตรัง ตนไม่ขอเอ่ยว่าเป็นรายใดบ้าง แต่บางร้านไปกั้นตู้กระจกขายเหล้าบนทางเท้าอย่างนี้เหมาะสมหรือไม่

ด้านนายนราวิชญ์ วังสโรจน์ กล่าวว่า ตนเข้าใจในเจตนารมย์การจัดระเบียบของทางเทศบาลนครตรัง แต่ที่ตนต้องไปแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 157 เพราะอยากให้เกิดเป็นกรณีตัวอย่างว่าประชาชนต้องได้รับการปฏิบัติโดยเท่าเทียม กรณีอาคารของตนนั้นได้แก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วหรือไม่ เพราะยังมีอาคารที่สร้างอยู่บนถนนสาธารณะ ซึ่งประเด็นนี้เชื่อว่าประชาชนติดตาม ประชาชนไม่รู้กฎหมายมากกว่าเจ้าหน้าที่ แต่สิ่งที่ตั้งอยู่บนถนนสาธารณะใจกลางเมืองนั้นเป็นประจักษ์พยานที่ชัดเจน และต้องถามกลับด้วยว่า ได้มีการมาปิดคำสั่งไว้เมื่อไหร่ กี่ครั้ง ล่วงเลยระยะเวลาตามกฎหมายมาแล้ว ได้มีการดำเนินการต่ออย่างไรหรือไม่ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจตราเนวเขตที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ทุกวัน มองเห็นความผิดปกติที่ตั้งอยู่บนถนนสาธารณะหรือไม่ ดะงนั้นที่ตนแจ้งความเจ้าหน้าที่อาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็เพื่อพิสูจน์ความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชน

ออกมาชี้แจง..!? ผอ.ควบคุมอาคาร ทน.ตรัง แจงกรณี “หนุ่มตรัง” แจ้ง ม.157 ช่างเทศบาลมองไม่เห็นอาคารสร้างบนถนนสาธารณะ โยน “นิติกร”

 

ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง