- 27 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 27 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟชบุ๊กเพจเรารักครบุรี ได้เผยโพสต์ของสมาชิกรายหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อว่า “เอ๋ อนาล็อค” ซึ่งได้โพสต์รูปภาพความเสียหายของพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน พร้อมข้อความฝากเตือนประชาชนที่จะเดินทางไปยังหมู่บ้านหนองโบสถ์ (บ่อลิง) และหมู่บ้านทุ่งตะเคียน ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ให้ระวังช้างป่าที่ออกมาหากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านถึงกลางหมู่บ้าน โดยมีข้อความว่า “ประกาศแจ้งทราบครับผม สำหรับผู้ที่จะเข้ามาหาปลาที่เขื่อนลำแชะบริเวณตั้งแต่แยกบ่อลิงบนทางไปบ้านซับเจริญ-ทุ่งตะเคียน เนื่องจากช่วงนี้ช้างป่าได้ลงมาจึงขอให้ท่านระวังเป็นพิเศษ หรือไม่จำเป็นก็ยังไม่ต้องเข้ามาในช่วงนี้นะครับมันอันตรายมากๆ ครับชาวบ้านยังเอาไม่อยู่เลยครับผม จำนวนช้างฝูงนี้มีประมาณ20-30ตัวเลยครับผม แจ้งมาเพื่อทราบคับผมขอบคุณครับ !!!”
ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายสำราญ เศษกระโทก ผู้ใหญ่บ้านทุ่งตะเคียน หมู่ที่ 10 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี ถึงสถานการณ์ช้างป่าอาละวาดในพื้นที่ได้รับคำตอบว่า เรื่องที่มีคนไปโพสต์เตือนในเฟชบุ๊กให้ประชาชนทั่วไประวังอันตรายที่อาจจะเกิดจากช้างป่าในบริเวณพื้นที่หมู่บ้านว่า เป็นเรื่องจริงและไม่ได้เป็นการสร้างสถานการณ์ให้น่ากลัวจนเกินความจริงแต่อย่างใด เพราะในพื้นที่เกิดมีโขลงช้างป่าออกมาหากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านอย่างต่อเนื่องและสถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกที โดยช้างป่ากลุ่มนี้ออกมากัดกินทำลายผลผลิตชาวบ้านทุกทิศทาง ครอบคลุมพื้นที่ 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านหนองโบสถ์ (บ่อลิง) บ้านซับเจริญ และบ้านทุ่งตะเคียน สร้างความเสียหายไปแล้วหลายสิบไร่ และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายน่ากลัวเพิ่มขึ้น เพราะช้างป่ากลุ่มนี้เข้ามาหากินผลผลิตของเกษตรกรถึงหน้าบ้าน โดยไม่ได้ตื่นกลัวคนแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านรวมกลุ่มกันออกลาดตระเวนและผลักดันช้างให้กลับเข้าป่า แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะช้างจะหนีไปไม่ไกล และรอโอกาสที่ไม่มีคนแล้วออกมาหากินผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านใหม่ตลอดทั้งคืน ส่วนชาวบ้านจิตอาสาต่างก็เหนื่อยล้าเฝ้าทั้งคืนไม่ไหว เพราะช้างป่าออกมาต่อเนื่องติดต่อกันนานหลายเดือนแล้ว บางวันหากติดภารกิจอื่นๆ รวมตัวกันไม่ได้ รุ่งเช้ามาผลผลิตของชาวบ้านก็ถูกทำลายเสียหายหนัก
และยิ่งในช่วงนี้มีชาวบ้านจากต่างพื้นที่เข้ามาหาปลาในช่วงกลางคืนกันอย่างต่อเนื่อง เพราะพื้นที่หมู่บ้านอยู่ติดกับเขื่อนลำแชะ ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว เพราะชาวบ้านจากต่างพื้นที่ไม่ได้รับรู้สถานการณ์เหมือนชาวบ้านแถบนี้ ที่ทุกคนต่างระมัดระวังตัวเอง ไม่มีใครกล้าออกไปหาปลาในช่วงกลางคืน หากไม่มีความจำเป็นก็แทบจะไม่มีใครออกจากบ้านยามค่ำคืน จึงอยากฝากเตือนไปยังชาวบ้านต่างพื้นที่ที่จะเดินทางเข้าออกหมู่บ้านทั้ง 3 หมู่บ้านที่มีปัญหาช้างป่าในขณะนี้ หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงกลางคืน โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาหาปลายามค่ำคืนนั้นอาจจะต้องเผชิญหน้ากับโขลงช้างป่าที่คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 20 ตัว และอาจถูกทำร้ายได้รับอันตรายได้
ขอขอบคุณเฟชบุ๊กเพจเรารักครบุรี / เอ๋ อนาล็อก สมาชิกเพจเรารักครบุรี
ภาพ / สำราญ เศษกระโทก
ข่าว / ปุญญพัฒน์ ลัดครบุรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
