- 28 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์พีระ ชูชื่น นายอำเภอแม่สะเรียง พร้อม ด้วย นางไพลิน แพงไธสงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เหาะ และ นายวิทยา หวานซึ้ง ตัวแทนผู้ประกอบการปลูกผักที่ส่งขายผักให้บริษัทพรานเฟส ได้เดินทางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี มีการนำเสนอข่าวออกสื่อออนไลน์ ระบุ พบมีการลักลอบนำขยะใบกะหล่ำไปทิ้งในป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้ายสร้างความเดือดร้อนทำให้เกิดน้ำเน่าเสียไหลสู่ลำห้วยแม่กะไนและลำห้วยแม่เหาะ ทำให้ราษฏรเดือดร้อนใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำธรรมชาติไม่ได้ และ ทางเจ้าหน้าป่าไม้ได้สนธิกำลังร่วม เข้าดำเนินการตรวจสอบและร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีบริษัทส่งออกพืชผลทางการเกษตร เป็นที่เรียบร้อย ในข้อหาการบุกรุก เป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 , พ.ร.บ.ป่าไม้ พุทธศักดิ์ 2484 มาตรา 54 และ พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 99
เบื้องต้นได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้ง 2 จุด คือ 1 .บริเวณแหล่งน้ำธรรมชาติลำห้วยแม่เหาะ ซึ่งไหลผ่านจากยอดดอยสู่พื้นที่ด้านหลังโรงงานส่งออกพืชผักทางการเกษตร พบว่าน้ำในลำห้วยใสสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่พบความเน่าเสียของแหล่งน้ำแต่อย่างใด หลังจากนั้น ได้เดินทางไปดูพื้นที่บ่อขยะ จุดที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย ระหว่างบ้านแม่กะไน และ บ้านแม่เหาะ หมู่ที่ 4 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง ห่างจากที่ตั้งโรงงานประมาณ 2 กิโลเมตร พบบริเวณสันเขามีเนื้อที่กว่า 5 ไร่ ได้ขุดเพื่อทำบ่อฝังกลบขยะ และมีลานกว้าง เดิมเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้านและได้อนุญาตให้บริษัทฯ ดังกล่าว นำใบกะหล่ำหรือใบผักกาดขาว ที่เป็นเศษมาทิ้งเพื่อทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์และปรับปรุงคุณภาพหน้าดินเพื่อรองรับการปลูกพืชในฤดูกาลต่อไป พบว่า ในพื้นที่บ่อขยะ ไม่มีน้ำเสียไหลลงสู่ลำห้วยตามที่ถูกร้องเรียนแต่อย่างใด สำหรับบริษัทพรานเฟส เป็นบริษัทที่รับซื้อกะหล่ำปลี ผักกาดขาว รวมกว่า 40 – 45 ตัน/ วัน จากเกษตรกรทั่วทุกพื้นที่ของ จ.แม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นจุดศูนย์กลางของการส่งออกสู่ห้างสรรพสินค้า เทสโก้โลตัส ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ นายอำเภอแม่สะเรียง ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังเข้าทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงพื้นที่บ่อขยะ และแหล่งน้ำลำห้วยแม่เหาะ ว่าตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องการให้มี 1 ตำบล 1 บ่อขยะ ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจและหารือร่วมกับหน่วยป่าไม้ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการหาพื้นที่บ่อขยะ และมีราษฏร ได้มอบพื้นที่เกษตรซึ่ง เป็นไร่กะหล่ำของชาวบ้านที่เสียสละให้เพื่อทำเป็นโรงปุ๋ยอินทรีย์บำบัดเป็นน้ำหมักชีวภาพ เป็นจุดสาธิตด้านการเกษตรเพื่อก่อเกิดรายได้ที่ยั่งยืนและไม่เป็นมลพิษ มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีที่ทิ้งขยะ เป็นโรงปุ๋ยอินทรีย์ และ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุดจากเศษพืชผลทางการเกษตร ซึ่งข่าวที่นำเสนอ ออกไปนั้นน่าจะคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง หลังจากนี้ก็จะนำข้อเท็จจริงชี้แจงให้กับผู้บังคับบัญชาระดับสูงต่อไป
ข่าว /ภาพ ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ สำนักข่าวทีนิวส์ จ.แม่ฮ่องสอน
