- 30 ต.ค. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่นายจรายพงศ์ ศักดิ์ศรี หมู่ที่ 2 ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้นำชาวบ้านจาก อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช จำนวนกว่า 30 คน เดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากจากผู้มีอิทธิพลหรือนายทุนเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเปิดสำนักงานทนายความ เพื่อให้ประชาชนเชื่อถือ โดยมีทนายความซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจระดับ พ.ต.อ. และทนายในสังกัดอีกหลายรายร่วมดำเนินการ ฟ้องร้องชาวบ้านเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเกินจริง และหลายรายถูกห้องดำเนินคดีอาญาอีกด้วย มีชาวบ้านจำนวนมากตกเป็นเหยื่อได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
หลังจากการร้องเรียนและสื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวเพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาตรวจสอบและช่วยเหลือ ปรากฏว่าทาง พ.ต.อ.เจ้าของสำนักงานทนายความดังกล่าวได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายจรายพงศ์ ศักดิ์ศรี และชาวบ้านรวมอีก 17 คน ที่ร่วมลงชื่อในเอกสารร้องเรียน พร้อมทั้งผู้สื่อข่าว 2 คนประกอบด้วยนายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และ น.ส.กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ เลขานุการศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.ในข้อหา ร่วมกันหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ บิดเบือนหรือเป็นเท็จโดยการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับนายเชต ยอดระบำ กำนันตำบลสามตำบล อ.จุฬาภรณ์ นายสนั่น ศรีวิหค ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.สามตำบล และเกษม บุญสวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.สามตำบล ซึ่งร่วมลงชื่อในเอกสารด้วย โดย ร.ต.อ.เลิศฐพงศ์ คล้ายศรีบุญ พนักงานสอบสวน สภ.จุฬาภรณ์ ได้รับแจ้งความไว้ตามคดีเลขที่ 459/2560 พร้อมเรียกสอบนายจรายพงศ์ และชาวบ้านที่ตกเป็นผู้ต้องหาทั้ง 18 คนเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงนายไพฑูรย์ อินทศิลา และ น.ส.กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ สองผู้ต้องหาสุดท้ายเท่านั้น
((30 ต.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 13.00 น.วานนี้ (29 ต.ค.)นายไพฑูรย์ อินทศิลา และ น.ส.กัญญาณัฐ เพ็ญสวัสดิ์ ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.เลิศฐพงศ์ คล้ายศรีบุญ พนักงานสอบสวนเจ้าคดีเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเนียน ร้องทุกข์ จากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่เป็นธรรมและนำไปสู่การประสานงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่องเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม และตนทั้งสองรับผิดชอบดูแลในฐานะประธานศูนย์ ฯและเลขานุการศูนย์ ฯ นอกจากนี้ยังมีพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ 3 คนคอยรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์แทนในกรณีที่ทั้งสองไม่อยู่
“ในที่นายจรายพงศ์ และชาวบ้านทั้งหมดเดินทางเข้าร้องเรียนในวันที่ 11 ก.ย.2560 โดยนำเอกสารรายงานเหตุการณ์ในพื้นที่ของกำนันตำบลสามตำบล และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2,4 และหมู่ 6 ที่รายงานเหตุการณ์ที่ชาวบ้านรวมตัวกันมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากผู้นำท้องถิ่นทั้งหมดพร้อมข้อมูลและภาพถ่ายการเข้าพบร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากนายอำเภอจุฬาภรณ์ มาเป็นหลักฐานในการร้องเรียน นายไพฑูรย์ เป็นผู้เขียนข่าวตามเอกสารการร้องเรียนและเอกสารรายงานเหตุการณ์ ไม่ได้บิดเบือนหรือใช้ข้อความเป็นเท็จตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด และในวันดังกล่าว น.ส.กัญญาณัฐ ไม่ได้รับรู้เรื่องราว รายละเอียดการร้องเรียนของนายจรายพงศ์ และชาวบ้านแต่อย่างใด ซึ่งกรณีการลงชื่อนายไพฑูรย์ และ น.ส.กัญญาณัฐ ระบุไว้ท้ายข่าวนั้นจะดำเนินการแบบเดียวกันทุกครั้งทุกข่าวที่มีการร้องเรียน เพราะต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่ถูกร้องเรียนสามารถติดต่อชี้แจ้งข้อเท็จจริง หรือแก้ข่าวได้โดยสะดวก”
นายไพฑูรย์ อินทศิลา กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านเดินทางเข้าพบ และร้องเรียนนายอำเภอจุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 11 ก.ย.2560 การรับเรื่องร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.และสื่อมวลชนหลายแขนงนำเสนอข่าวในวันที่ 13 ก.ย.2560 ทางศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะดำเนินการติดตามสัมภาษณ์บุคคลที่ถูกร้องเรียนเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในวันต่อ ๆ ไป แต่ทราบว่าในวันที่ 14 ก.ย. 2560 ทางบุคคลที่ถูกร้องเรียนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายจรายพงศ์ พร้อมชาวบ้านรวม 18 คน รวมทั้งตนและ น.ส.กัญญาณัฐ ดังกล่าว ซึ่งตนก็สงสัยว่าในการเขียนข่าว และนำเสนอข่าวไม่ได้มีการระบุชื่อบุคคล หรือหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนแต่อย่างใด บุคคลที่เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตนและชาวบ้านไม่น่าจะอยู่ในฐานะผู้เสียหายในเรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนไม่น่าจะรับแจ้งความในเรื่องนี้ได้
ในขณะที่ ร.ต.อ.เลิศฐพงศ์ คล้ายศรีบุญ กล่าวว่า แม้ในข่าวจะไม่ระบุชื่อบุคคล หน่วยงานที่ถูกร้องเรียน แต่เมื่อข่าวเผยแพร่ออกไปคนในพื้นที่สามารถรับรู้รับทราบได้ว่าผู้ที่ถูกร้องเรียนเป็นใคร เพราะในพื้นที่ มีนายตำรวจที่ตั้งสำนักงานทนายความมีกี่ราย และเป็นใคร ชาวบ้านรับรู้ได้ จึงเข้าข่ายความผิดที่ตนจำเป็นจะต้องรับแจ้งความไปตามหน้าที่ คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 20 คนและในขณะนี้นายไพฑูรย์ และ น.ส.กัญญาณัฐ สองผู้ต้องหาลำดับที่ 19 และ 20ได้เข้ามาพบรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมสำนวนและผู้ต้องหาส่งให้พนักงานอัยการพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในขณะที่นายไพฑูรย์ และ น.ส.กัญญาณัฐ กำลังเซ็นชื่อในบนทึกประจำวัน ได้มีนายจรายพงศ์ และชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและเข้าร้องเรียนกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.จนถูกแจ้งความในคดีเดียวกัน พร้อมญาติ ๆ รวมกว่า 20 คนได้เดินทางมายัง สภ.จุฬาภรณ์ เพื่อให้กำลังใจนายไพฑูรย์ และ น.ส.กัญญาณัฐ ที่ช่วยเหลือชาวบ้านจนต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
นายจรายพงศ์ ศักดิ์ศรี กล่าวว่าในเรื่องนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส หลานคนสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเกินจริง บางรายไม่ได้หยิบยืมเงินแต่เป็นผู้ค้ำประกันก็ถูกฟ้องและยอดเงินที่เรียกค่าเสียหายสูงเกินความเป็นจริง บางรายยืมเงินจริงแต่จ่ายคืนไปแล้วก็มีการนำสัญญาเก่ามาใส่จำนวนตัวเลขสูงกว่าที่หยิบยืมมายื่นฟ้อง บางรายถูกฉ้อโกงเงินอ้างวิ่งเต้นท์คดีแทนที่ชาวบ้านจะเป็นผู้เสียหายกลับกลายเป็นผู้ต้องหาและอื่น ๆ อีกจำนวนมากชาวบ้านที่ตกเป็นเหยื่ออีกหลายสิบคนไม่กล้าโวยวาย ตนไม่เข้าใจว่าเขาทำกับชาวบ้านตาดำ ๆ ได้อย่างไร ตนในฐานะผู้นำท้องถิ่นเมื่อชาวบ้านเดือดร้อน ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ต้องออกมาช่วยเหลือตามหน้าที่ โดยชาวบ้านเคยรวมตัวกันไปร้องที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้ชาวบ้านเคยเดินทางไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่สำนักนายก ฯทำเนียบรัฐบาลแล้ว แต่ไม่ได้พบนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ ฯระบุว่าขาดเอกสารหลักฐานขอให้กลับไปรวบรวมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน
อย่างไรก็ตามในวันที่ 2 พ.ย. 2560 นี้ทาง มทบ. 41 ได้เชิญตนเข้าพบเพื่อสอบถามข้อมูล ข้อเท็จจริง หลังจากนั้นฝ่ายทหารจะลงพื้นที่พบกับชาวบ้านทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนเพื่อสอบสวนในรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามชาวบ้านจะรวมตัวกันร้องเรียนสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช สภาทนายความภาค 8 เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมทนายความในสำนักงานทนายความดังกล่าวด้วย เพราะตั้งใจใช้ความพยายามที่ตัวเองรอบรู้กฎหมายมาหาผลประโยชน์โดยขาดคุณธรรม จริยธรรม หลังจากนั้นจะรวมตัวกันเดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ที่สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม อีกด้วย เรื่องนี้หากปล่อยชาวบ้านเผชิญชะตากรรมกันเองทุกคนคงมีชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองอย่างแน่นอน.
ภาพ/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
ข่าว/ยุทธนะ เตมะสิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
