- 01 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 พฤศจิกายน นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปพื้นที่ อ.บางสะพาน เพื่อตรวจติดตามความพร้อมแผนการป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนพื้นที่หลายจังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้เฝ้าระวังอันตรายน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จากภาวะฝนตกหนักในช่วงวันที่ 2-3 พฤศจิกายน นี้โดยผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ได้ตรวจดูความมั่นคงแข็งแรงของสะพานหนองหญ้าปล้อง ต.ชัยเกษม และสะพานวังยาว ต.ร่อนทอง ซึ่งประสบปัญหาคอสะพานขาดจากเหตุน้ำป่าไหลหลาก เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้การสัญจรบนถนนเพชรเกษมเส้นทางสายหลักสู่ภาคใต้มีปัญหา แต่ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงเสริมความแข็งแรงโครงสร้าง และเทคอนกรีตคอสะพานเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมจัดทำแถบสีเขียว สีเหลือง และสีแดง ที่เสาใต้สะพานทั้ง 2 แห่งเพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลสถานการณ์ระดับน้ำในแต่ละช่วงเวลา พร้อมข้อควรปฏิบัติหากมีน้ำป่าไหลหลาก
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของ ร.พ.บางสะพาน และ โรงเรียนอนุบาลบางสะพาน พื้นที่เคยประสบภัยน้ำท่วมซ้ำซาก จากนั้นได้มอบนโยบายการทำงานให้นายอำเภอ ผู้บริหารท้องถิ่น และไปตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองบางสะพาน โดยกรมชลประทานได้ดำเนินการขุดลอกในระยะแรก 4.5 กม. เพื่อระบายน้ำจากลุ่มน้ำบางสะพานลงทะเลที่ปากคลองปากปิด คาดว่าจะเสร็จสิ้นตามแผนงานภายในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
นายแพทย์เชิดชาย ชยวัฒโฑ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางสะพาน กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลได้วางแนวทางรองรับปัญหาน้ำท่วม โดยเทคอนกรีตปรับระดับพื้นถนนภายในโรงพยาบาลให้สูงขึ้นประมาณ 60เซนติเมตร ( ซม.) เพื่อให้อยู่ในระดับเกือบเท่าถนนสายเพชรเกษม- ชายทะเลบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล พร้อมก่อสร้างอาคารคลังและพัสดุ อาคารเอ็กซเรย์ อาคารระบบประปา โดยเป็นอาคารยกพื้นสูง 2 เมตร นอกจากนี้ ได้ทำการเคลื่อนย้ายตู้แปลงกระแสไฟฟ้าไปอยู่บนชั้น 2 ของอาคารผู้ป่วยใน 6 ชั้น เปลี่ยนระบบประปาจากปั๊มหอยโข่งไฟฟ้าเป็นระบบปั๊มน้ำซีลโดยรอบป้องกันน้ำท่วมได้ ขณะนี้ดำเนินการเสร็จแล้ว หากเกิดปัญหาน้ำท่วมในโรงพยาบาลจะไม่ต้องอพยพผู้ป่วยอีก เพราะสามารถใช้ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาได้ตามปกติ นอกจากนั้นกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างอาคารที่พักเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสูง 7 ชั้น 96 ยูนิต และสร้างกำแพงล้อมรอบโรงพยาบาลทั้ง 4 ด้าน สูงประมาณ 2 เมตร มีระบบค้ำยันเพื่อต้านกระแสน้ำป่า จะเริ่มดำเนินการในปี 2561////////
ภาพ/ข่าว เสกสรร จันทร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
