- 01 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 พ.ย. 2560 ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้มีพัฒนาการและเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดการเรียนการสอนครอบคลุม ทั้งด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านมนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ ปัจจุบันมีนักศึกษาในระดับปริญญาตรี โทและเอก ประมาณ 8,000 คน โดยในทุกหลักสูตรเน้นการสอนทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติวิชาชีพอย่างเข้มข้นและสหกิจศึกษา มีห้องปฏิบัติการที่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์และสื่อการสอนที่ทันสมัย โดยเฉพาะหลักสูตรทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ ที่นักศึกษามีศักยภาพที่โดดเด่น สามารถสอบใบประกอบวิชาชีพผ่านในระดับดีเยี่ยมในกลุ่มเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ จากผลสำรวจพบว่า บัณฑิตมีงานทำ 100 % ส่วนหลักสูตรอื่นๆ มากกว่า 90% มีงานทำหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี
ในส่วนของการวิจัยนั้น มีบทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์สะสมรวมในฐานข้อมูล Scopus เกินกว่า 900 บทความ โดยขณะนี้มีจำนวนประมาณ 0.25 บทความนานาชาติต่ออาจารย์ต่อปี และมีบทความ 12 เรื่องในปีนี้ที่ได้ตีพิมพ์ ในวารสารที่มีค่า ISI impact factor มากกว่า 4 โดยบทความที่มีค่า ISI impact factor สูงสุด อยู่ที่ 9.144 ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ รวมสูงถึง 110 ล้านบาท ทั้งยังเป็นแม่ข่าย สกอ. ภาคใต้ตอนบน รับผิดชอบ Innovation Hub : Creative Economy เพิ่มเติมจากเครือข่ายวิจัยฯ ชุมชนฐานราก และ เครือข่ายวิจัยฯ เชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังร่วมดำเนินโครงการใหม่ของประเทศ ได้แก่ Talent Mobility, Innovative Startup, Research for Community และ ทุนท้าทายไทย : นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ อีกด้วย
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวถึงทิศทางของ ม.วลัยลักษณ์ต่อจากนี้ ว่า ม.วลัยลักษณ์มีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่ความเป็นนานาชาติ และ World Class University โดยจะนำมหาวิทยาลัยเข้าสู่การจัดอันดับ QS World University Ranking เริ่มจากการปฏิรูปการเรียนการสอนโดยนำมาตรฐาน UKPSF (United Kingdom Professional Standards Framework) มาใช้ในมหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษให้แก่นักศึกษามากขึ้น และจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษในทุกหลักสูตร รวมทั้งจัดตั้ง “สถาบันภาษา” เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะสากลให้แก่นักศึกษา สนับสนุนให้นักศึกษาไปปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในต่างประเทศ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ส่งนักศึกษาไปในประเทศต่างๆรวมกว่า 16 ประเทศ ทั้งยังได้มีการปรับปรุงหลักสูตรต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บัณฑิต กำหนดให้มี Exit Exam เพี่อประกันคุณภาพของบัณฑิต ซึ่งหากสอบผ่านจะมีหนังสือรับรองคุณภาพบัณฑิตให้ด้วย
ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าวต่อว่า องค์ประกอบสำคัญเพื่อให้มหาวิทยาลัยมีชื่ออยู่ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก เราจะต้องเพิ่มจำนวนนักศึกษาและอาจารย์ต่างชาติอย่างละไม่น้อยกว่า 5% จัดหลักสูตรการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ในปี 2561 จะเปิดวิทยาลัยทันตแพทยศาสตร์นานาชาติ วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์นานาชาติ อัครราชกุมารี วิทยาลัยนานาชาติ และหลักสูตรนิติศาสตร์นานาชาติ สำหรับหลักสูตร English Programme มีแผนเปิดในสำนักวิชาสหเวชศาสตร์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร (หลักสูตรวิศวกรรมเคมี) และ สำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ รวมทั้งการปรับปรุงบรรยากาศและสภาพแวดล้อมให้มีความเป็นสากลยิ่งขึ้น“ปัจจัยที่จะมาสนับสนุนและส่งเสริมความโดดเด่นของมหาวิทยาลัย คือ การจัดตั้งศูนย์การแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เปิดโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์นำร่องให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปมาแล้วระยะหนึ่ง และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 สำหรับการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2562 และจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี 2564 เป็นโรงพยาบาลขนาด 750 เตียง สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้ปีละเกือบ 1 ล้านคน” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ กล่าวในที่สุด
ขอบคุณภาพ จากนายธีรพงศ์ หนูปลอด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มวล.
ข่าว/ นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
