- 01 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุพร มุ่งหาแก้ว อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/5 ม.9 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านบางละมุง เปิดเผยว่า การทำแพหอยทะเล ของกลุ่มประมงบางละมุง กำลังจะหายไปจากพื้นที่ เพราะสืบเนื่องจากการก่อสร้างโครงการ ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ใกล้จะถึงระยะเวลากำหนดการก่อสร้างแล้ว อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา สำนักงานท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก็ยังคงไม่ได้ให้ข้อสรุป เกี่ยวกับการเยียวยาหรือจะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านกลุ่มประมงบางละมุง อย่างใดหรือในรูปแบบใด
ในขณะเดียวกัน นายสุพร มุ่งหาแก้ว , พร้อมด้วย นายตุ้ม มุ่งหาดี อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/3 ม.9 ต.บางละมุง และนายทองคำ มุ่งหาดี อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/6 ม.9 ต.บางละมุง ได้พาผู้สื่อข่าวลงเรือ โชคทวีทรัพย์ 1 หมายเลขทะเบียนเรือ 536100142 ขนาด 12 ต้นกรอส ออกทะเลดูจุดวางแพจับหอยทะเล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีการวางแพจับหอยทะเล กว่า 50 จุด อยู่ในลักษณะติดๆกัน เนื่องทางท่าเรือได้ทำการกั้นแนวเขตไว้แล้วด้านนายสุพร กล่าวต่อว่า พวกเรามีอาชีพทำประมงชายฝั่ง กันมาเป็นระยะเวลานานแล้ว
ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีอาชีพการทำแพจับหอยทะเล โดยการลงมือทำแพหอยทะเล ในแต่ละครั้ง ก็ต้องใช้ระยะเวลา กว่าหอยจะเกาะแพ กว่าหอยจะโต ใช้เวลาเกือบ 1 ปี และถ้าหากท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ถึงระยะก่อสร้างแล้วนั้น ก็จะส่งผลต่อการทำลายพื้นที่การทำประมงชายฝั่งหรือแพหอยทะเล ลดน้อยลงถึง 60 % รวมถึงกลุ่มประมงบางละมุงก็ต้องไปแย่งจับสัตว์ทะเลกับกลุ่มประมงโรงโป๊ะ อีกด้วย จึงอยากจะให้ภาครัฐหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาถึงจุดนี้ด้วย นายทองคำ กล่าวด้วยน้ำตาว่า หากมีการก่อสร้างโครงการ ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ขึ้น ชาวบ้านบางละมุง ม.9 ทุกคน ก็จะไม่มีที่ทำกิน และในส่วนของการชดเชยเงินแทนที่ทำกินนั้น ถามทุกคนที่เป็นประมงหรือยังว่าอยากได้ไหม ทุกคนไม่อยากได้เงิน อยากได้ที่ทำกินมากกว่า แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
ข่าว/ฐานภัทร อะเวลา ภาพ/อนุชา ตันเอี๋ยม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
