- 02 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่สำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ นายเธียรชัย อัจฉริยพันธ์ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายอเนก รัตน์รองใต้ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ นางสาวชุลีพร ภูสมศรี ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ตัวแทนเกษตรกร และเจ้าหน้าที่ร่วมกันแถลงผลการดำเนินการโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยภายในงานจัดการจัดบูธโชว์ผลการดำเนินงานที่สำเร็จและเป็นรูปธรรมที่ดำเนินการ 8 ด้านจากพื้นที่ต่างๆของ จ.กาฬสินธุ์
นายเธียรชัย อัจฉริยพันธ์ รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน เป็นโครงการที่รัฐบาลโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 อนุมัติหลักการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการพัฒนาการเกษตร โครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการในพื้นที่ 9,101 ชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรและชุมชน ด้วยการนำหลักการ ทฤษฎี แนวทางการพัฒนาการเกษตรต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ฯ ได้พระราชทานไว้ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชน โดยให้ ศพก.และเครือข่าย เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาภาคเกษตรของชุมชนอย่างมีส่วนร่วมแบบประชารัฐอย่างยั่งยืน
สำหรับการดำเนินงานโครงการดังกล่าวได้ยึดหลักสำคัญ คือ ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดโครงการพัฒนาโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และบริหารจัดการโครงการด้วยตนเอง ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้มแข้งให้กับกลไกการทำงานในพื้นที่ ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้จากการผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์และนำไปปฏิบัติจริงเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ในการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่นและชุมชน อันจะส่งผลต่อเนื่องให้ภาคการเกษตรมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
ด้านนายอเนก รัตน์รองใต้ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดทำโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน จำนวน 18 อำเภอ 169 ชุมชน 220 โครงการ งบประมาณ 422,499,784 บาท ตามกรอบกิจกรรมการดำเนินงาน 8 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการผลิตพืชและพันธุ์พืช 28 โครงการ ด้านการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ 139 โครงการ ด้านการจัดการศัตรูพืช 2 โครงการ ด้านฟาร์มชุมชน 10 โครงการ ด้านการผลิตอาหาร การแปรรูปผลผลิตและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 11 โครงการ ด้านปศุสัตว์ 5 โครงการ ด้านประมง 14 โครงการ ด้านการปรับปรุงบำรุงดิน 11 โครงการ
ทั้งนี้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด และได้รับผลประโยชน์ จำนวน 220 ชุมชน 149,273 ราย สามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ 99.99 % คิดเป็นค่าจ้างแรงงาน 52.23% และค่าวัสดุ 47.76 % เกษตรกรมีรายได้จากการรับจ้างแรงงาน 220,652,966.50 บาท คาดว่าหลังสิ้นสุดโครงการ ในเดือนธันวาคม 2560 จะมีกองทุนหมุนเวียน ทั้ง 8 กรอบกิจกรรม 169 ชุมชน ประมาณ 100 ล้านบาท เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ และก่อให้เกิดกระแสเงินหมุนเวียนในกลุ่มและชุมชน และจะทำให้ชุมชนมีการบริหารจัดการด้านการเกษตร สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคการเกษตรของ จ.กาฬสินธุ์ มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชุมชนต่างๆ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและต่อไปชุมชน จะมีการจัดเวทีเพื่อพิจารณาโครงการและกิจกรรมที่จะทำเพื่อขยายผลสู่ความยั่งยืน โดยงบประมาณที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการและชุมชนร่วมกันพิจารณาจัดทำโครงการและกิจกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาในชุมชนต่อไป
ขณะที่นางสาวชุลีพร ภูสมศรี ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ การร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมสำหรับโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่ทางคณะกรรมการระดับจังหวัดลงพื้นที่ติดตาม โดยมีนายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานคณะทำงาน มีทั้งหมด 6 ชุมชน 4 อำเภอ ผลการติดตามพบว่าเกษตรกรบางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ด้วยเวลาที่เร่งด่วนของโครงการ จึงทำให้เกษตรกรบางรายไม่ได้รับทราบความเป็นมาของโครงการ แต่เมื่อลงพื้นที่ทำความเข้าใจเกษตรกรก็รับทราบและเข้าใจโครงการมากขึ้น
ภาพ/ข่าว ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
