- 02 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ให้เด็กด้อยโอกาสเข้าเรียนหนังสือแก้ปัญหายาเสพติดชายแดน
จากการที่ทาง พลเอกธนา จารุวัตร อดีตแม่ทัพน้อยที่ 3 ได้ทำการตรวจพื้นที่ชายแดนภาคเหนือซึ่งมีปัญหายาเสพติมากมายและมีหลายเหตุผลที่ต้องทำการแก้ไขสถานการณ์ไม่เช่นนั้นพลเมืองของชาติจะตกเป็นทาษยาเสพติดทั้งเป็นแรงงานทำการผลิต,ขนส่ง,ค้าขาย,เสพ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและกำลังสำคัญในขบวนการก็เป็นกลุ่มคนไทยในพื้นที่ตะเข็บชายแดน ตั้งแต่ผู้ใหญ่และมาถึงเยาวชนต้นกล้าที่กำลังเติบใหญ่ต้องเข้าไปสู่กระบวนการของกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด แล้วต่อไปในอนาคตของประเทศชาติจะเป็นอย่างไรซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดและในส่วนราชการประชาชนก็ต้องช่วยกันที่จะทำการแก้ไข ในส่วนการศึกษานั้นสำคัญมากคนทำงานไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างก็ตามต้องคิดที่จะทำการแก้ปัญหาเด็กที่ไม่เรียนหนังสือจะทำอย่างไรให้เขาได้เข้ามานั่งเรียนเพื่ออนาคตของตัวเด็กและอนาคตของประเทศชาติไทยเราที่จะต้องมีกำลังจากเยาวชนเหล่านี้ขึ้นมาทำการพัฒนาประเทศชาติต่อจากกลุ่มเก่า ที่จะต้องปลดระวางไปตามกฎระเบียบราชการและสังคม
ทาง พลเอกธนา จารุวัตร อดีตแม่ทัพน้อยที่ 3 ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ทำงานเพื่อสังคมและทำงานเพื่อประเทศชาติจริง ได้เดินทางเข้าพบทางผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว และโรงเรียนราชประชา30 เพื่อมอบนโยบายแนวทางแก้ปัญหายาเสพติดในชายแดนภาคเหนือและขอทางโรงเรียนได้เข้าทำการร่วมในการช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ ทางนายนัษฐภัทร์ ไกรงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับนโยบายซึ่งเป็นเรื่องที่ทางโรงเรียนจะต้องเดินเชิงรุกจัดหาเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทุกทางได้เข้ามานั่งเรียนเทียบเท่ากับเด็กเยาวชนคนอื่นๆ จึงได้นำทีมครูเข้าร่วมกับทางทหารชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคเหนือที่ 1 เพื่อเข้าทำการตรวจสอบว่ามีเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือมีที่ไหนบ้างโดยเข้าไปขอความร่วมมือกับทางกำนันผู้ใหญ่บ้านในตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ในวันนี้ได้เข้าไปพบกับนายสินชัย แสนลี่ ผู้ใหญ่บ้านชนเผ่าลีซู บ้านห้วยต้นตอง หมู่ที่ 7 ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ก็ทราบว่ามีเด็กจำนวนหลายสิบคนได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
และในปีนี้ก็มีอีกหลายคนที่จะนำไปเรียนต่อที่นั้นก็เห็นด้วยกับนโยบายการต่อต้านยาเสพติดโดยเริ่มที่ตัวเด็กให้เด็กได้เรียนมีความคิดมีวินัยและที่สำคัญออกห่างจากชุมชนที่มีแต่ยาเสพติดได้ และถ้าได้เรียนจบสูงๆก็คงไม่ทำตัวเองให้มามั่วสุ่มกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเหล่านี้ จากนั้นก็ได้เดินทางเข้าพื้นที่บ้านชนเผ่าลาหู่ ที่บ้านป่าเมี่ยง หรือบ้านโป่งพัฒนา หมู่ที่1 ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่พบกับนายวิชัย หมื่นคำ ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งพบว่ามีเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองอยู่หลายคนที่ชาวบ้านช่วยกันนำมาเลี้ยงไว้ ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ทางนายวิชัย หมื่นคำ ผู้ใหญ่บ้าน ก็จะได้นำเด็กให้ไปเข้ารับการศึกษากับโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว ต่อไป และยอมรับว่าเด็กที่ได้เข้าไปเรียนก็ได้รับความรู้และมีโอกาสที่เข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและหลายคนได้ทำงานมีเงินเดือนหลายหมื่นบาทก็ได้ไปทำงานในพื้นที่อื่นๆและก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การบุกรุกทำลายป่าก็ไม่มี ในชุมชนคนดอยนั้นมีอะไรอีกหลายอย่างที่หน่วยงานทางราชการยังเข้าไม่ถึงยิ่งเรื่องการศึกษาก็ถือเป็นเรื่องที่ทางหมู่บ้านคิดกันทุกคนว่าจะให้เด็กลูกหลานได้เรียนที่ดีดีเรียนแล้วนำมาใช้ประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้ นายนัษฐภัทร์ ไกรงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้กล่าวว่าผมและคณะครูจะเข้าทุกพื้นที่ทุกหมู่บ้านเพราะถือเป็นงาน โดยเฉพาะกับเด็กที่ด้อยโอกาส ไม่มีพ่อแม่เลี้ยงดู หรือยากจนไม่มีเงินที่จะส่งเสียให้ได้เล่าเรียน ทางโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ มีที่เรียน ที่นอน อุปกรณ์การเรียน เครื่องนุ่งห่มทั้งชุดแบบเรียน และอาหาร ให้กับเด็กทุกคนเท่าเทียมกัน โดยที่เด็กไม่ได้เสียอะไรเลยทางโรงเรียนจัดให้ ทางโรงเรียนได้เปิดสอนทั้งสายวิชาชีพ จบมาได้ประกาศวิชาชีพ (ปวช) และสายสามัญ ซึ่งสามารถที่จะไปเรียนต่อได้ทั้งสองสายการเรียน เด็กที่ด้อยโอกาสในพื้นที่ป่าบนดอยได้เข้าไปเรียนในเดือนนี้แล้วจำนวนประมาณ 35 คน และจะมีไปเรียนอีกหลายสิบคนในภาคเรียนต่อไป นายนัษฐภัทร์ ไกรงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ถือว่าการใช้เชิงรุกเข้าหาผู้นำและชาวบ้านถือว่าได้ผลและได้เข้าสัมผัสกับพื้นที่ได้เห็นและทราบซึ่งก็ดีใจที่ได้เข้ามาและได้ช่วยเหลือชาวบ้านและเด็กเยาวชน อนาคตของประเทศชาติ
ภาพ/ข่าว สำราญ แสงสงค์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดเชียงใหม่
