- 03 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ชาวบ้านหมู่ที่ 7 ต.เขากอบ อ.ห้วยยอด จ.ตรัง รวมตัวกันที่หน้าโรงเรียนวัดคีรีวิหาร ติดป้ายไวนิลขับไล่นายปริญญา เดชทองคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดคีรีวิหาร หลังจากเมื่อวานนี้ทางนายปริญญา เดชทองคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้อนุมัติสั่งการจ้างผู้รับเหมามาตัดต้นไม้ฉำฉาขนาดใหญ่อายุ 300 กว่าปี ในรั้วโรงเรียนทิ้งโดยพละการไม่ได้มีการปรึกษาผู้นำท้องถิ่นหรือท้องที่ หรือปรึกษาคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานของโรงเรียน จนเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา รถเครนที่ใช้ตัดต้นไม้คันดังกล่าวเกิดการขับเคลื่อนตัวรถผิดพลาดทำให้พลิกหัวลอยชี้ฟ้า ซึ่งสังเกตเห็นได้ว่ากิ่งไม้ที่ตัดนั้นมีขนาดเล็กกว่ากิ่งอื่นที่ตัดไปก่อนหน้านี้มาก ทั้งนี้ตั้งแต่เกิดเหตุทางนายปริญญา เดชทองคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ไม่ได้ออกมารับผิดชอบหรือชี้แจงแต่อย่างใด จึงสร้างความความกดดันให้กับชาวบ้านได้รวมตัวกันทำหนังสือยื่นต่อสพฐ. เพื่อสั่งโยกย้ายให้ออกไปจากโรงเรียนโดยทันที
ซึ่งจากการบอกเล่าของชาวบ้านทราบว่านายปริญญา เดชทองคำ ผู้อำนวยการโรงเรียน คนนี้ได้ตัดต้นไม้ขนาดกลางในรั้วโรงเรียนเกือบหมดอ้างว่าปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน แต่มาครั้งนี้ถือว่าแย่เอามาก ๆ ที่สั่งให้ตัดต้นไม้ฉำฉาที่ปลูกมา 300 กว่าปีทิ้ง ทั้งที่ต้นไม้ดังกล่าวเป็นที่พักหลบร้อนของชาวบ้านและนักเรียน ทางด้านนายเสน่ห์ ทองศักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขากอบ กล่าวว่า ตนเองรับแจ้งจากชาวบ้านเขากอบว่ามีการตัดโค่นต้นไม้ จึงได้เข้ามาตรวจสอบพบว่ามีการตัดต้นไม้ที่อยู่ร่วมกับชาวบ้านมา 300 กว่าปี คู่กับวัดคีรีวิหารเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรในยามพักผ่อนของเด็กนักเรียนและประชาชน อยู่คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งมองว่าผู้อำนวยการคนนี้ขาดวิสัยทัศน์ในการทำงาน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ จนเกิดวิกฤตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจให้รถเครนที่มาทำงานเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งตนเองในฐานะสิทธิ์เก่าและประชาชนชาวคีรีวิหารเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่ ยังไม่เคยเห็นใครมาทำอย่างนี้ และทำโดยพละการไม่ปรึกษาใคร ปรึกษาผู้นำท้องถิ่นหรือท้องที่ หรือปรึกษาคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานของโรงเรียน ซึ่งเป็นความอับโยกสิ้นคิดอย่างยิ่งของผู้อำนวยการคนนี้ วันนี้ได้หารือกับชาวบ้าน นายอำเภอ รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ขั้นพื้นฐานเขต 2 มารับเรื่องและมีมติว่าให้ผู้อำนวยการคนดังกล่าวย้ายออกจากโรงเรียนไป เพราะการทำงานที่ไม่โปร่งใส ทำงานไม่ร่วมกับชุมชน ซึ่งทุกวันนี้สร้างความเข้าใจผิดกับชาวบ้านว่า นายก อบต.เป็นคนสั่งตัดจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ในขณะนี้ หากมีผู้อำนวยการโรงเรียนแบบนี้อยู่ชาวบ้านก็ไม่ยินยอมให้บุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียนนี้ได้ ซึ่งวันนี้ทำหนังสือยื่นไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธาน คสจ.ให้พิจารณาโยกย้ายโดยทันที
ส่วนนายสมบูรณ์ อ่อนรู้ที่ อดีตนักการเก่าโรงเรียนคีรีวิหาร กล่าวว่า ตนเองทำงานที่โรงเรียนเป็นรุ่นที่ 3 ต้นไม้ฉำฉาต้นดังกล่าวเป็นต้นไม้คู่วัดคีรีวิหารและโรงเรียนปลูกมานานมากแล้ว ชาวบ้านไม่พอใจกับการกระทำครั้งนี้เพราะปลูกมานานแล้ว รู้สึกเสียดาย ตอนตนเองทำงานอยู่ที่นี่ตนเองทำได้เพียงรานกิ่งต่ำ ๆ เท่านั้นเพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเล่นกีฬาได้สะดวก การโยกย้ายผู้อำนวยการในวันนี้ถือว่าเป็นที่พอใจของชาวบ้าน ทั้งนี้มีเรื่องเล่าว่าเคยมีเจ้าอาวาสวัดคีรีวิหารพูดเปรยว่ามาพัฒนามาปรับปรุงก็ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้เลย จากนั้นในวันเดียวกันเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวล้มป่วยอาการหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ ส่งโรงพยาบาลแพทย์บอกว่าสมองไม่สั่งการแล้ว แต่มีคนเอะใจรีบนำของไปบนบานสารกล่าวขอขมา พระรูปดังกล่าวได้หายเป็นปกติ และมีการเล่าต่อกันว่า เส้นทางที่ผ่านโรงเรียนไปยังวัดซึ่งต้องผ่านต้นไม่ฉำฉาต้นนี้เป็นเส้นทางเดินเก่าของนักแสดงมโนราห์ และหนังตะลุง เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวจะมีการร้องรำถวายก่อนจึงจะเดินทางผ่านไป ชาวบ้านจึงเชื่อว่าเกิดจากปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่สำแดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นจากไปลบหลู่ ไม่ได้ทำการขอขมา
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง
