- 04 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 พุทธศาสนิกชน ไทย-ลาว ร่วมใจบูรณะยอดฉัตรครั้งประวัติศาสตร์พระธาตุท่าอุเทน โดยออกแบบตามโครงเดิมเพื่ออนุรักษ์พุทธศิลป์แบบดั้งเดิม มีทรวดทรงฉันลักษณ์งดงามตามสถาปัตยกรรมไทย ความสูง 4.50 เมตร โดยนำทองคำหุ้มยอดฉัตรทั้ง 5 ชั้น จนถึงยอดบนสุดซึ่งเป็นรูปทรงดอกบัว ใช้ทองคำทั้งสิ้น 18 กิโลกรัม ฝังเพชรแท้ยอดฉัตรบนสุดทรงดอกบัว
โดยมีการรับบริจาคทองคำมาหลอมเป็นยอดฉัตร 4 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 โดยมีสมเด็จพระวันรัตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร วันที่ 2 วันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ วัดพระธาตุท่าอุเทนอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ครั้งที่ 3 โดยมีพระพรหมเสนาบดี รองเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร และพระครูบาอริยชาติ อริยจิตโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ จ.เชียงราย เป็นประธานกับการถวายทองคำ จัดขึ้นวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ที่วัดปทุมคงคารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร กิจกรรมถวายทองคำ ครั้งที่ 4 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้เปิดสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินรับบริจาคทองคำ เมื่อวันจันทร์ที่ 18 กันยายน 2560 ด้วยมหาศรัทธาจากสาธุชนที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมกันบริจาคทองคำ เพชร และเงินปัจจัยทำให้การสร้างฉัตรทองคำฝังเพชรอย่างงดงามสมบูรณ์แบบประกอบด้วยทองคำหนัก 19.599 กิโลกรัม คิดเป็นทองคำน้ำหนัก 1286 บาท เพชร 3,359 เม็ดน้ำหนัก 24 9.45 กะรัต อัญมณี 399 เม็ดน้ำหนัก 369.46 กะรัต
โดยหลอมรวมกันเป็นฉัตรทองคำฝังเพชรฉัตรทั้ง 5 ชั้น ใบฉัตรข้อรัดและยอดฉัตรทรงดอกบัวอันสง่างามสมพระเกียรติ พระบารมีแห่งเจติยสถานที่ประดิษฐานของพุทธะสารีริกธาตุ และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมทั้งนำเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชแห่งสยามประเทศทุกพระองค์
พระธาตุท่าอุเทน คือ พระพุทธสารีริกธาตุเจดีย์ที่สำคัญ สัญลักษณ์แห่งการเคารพบูชาของสองแผ่นดินไทย-ลาว ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำโขงของสองฝั่งประเทศ ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุท่าอุเทนถนนศรีเมือง หมู่ที่ 5 ตำบลท่าอุเทน อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม พระธาตุท่าอุเทน นับเป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ บรรจุพระพุทธสารีริกธาตุ พระธาตุท่าอุเทนนี้ ก่อสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2454 โดยการนำพาของ “พระอาจารย์สีทัตถ์ ญาณสัมปันโน” พระอริยสงฆ์ผู้ทรงบารมี เป็นผู้ที่คนไทยและลาว มีความเคารพศรัทธาสูงยิ่ง
พระอาจารย์สีทัตได้ชักชวนพระภิกษุสามเณรอุบาสกอุบาสิกาได้แก่ ชาวจังหวัดหนองคาย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดใกล้เคียง และ ประชาชนชาวลาว ร่วมกันสร้างขึ้นไว้ใกล้แม่น้ำโขง อึ้งอยู่ตรงข้ามเมืองปากพูนปัจจุบันคือเมืองหินบูนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
พระธาตุท่าอุเทนภายในบรรจุพระพุทธสรีระกาชาดที่พระอาจารย์สีทัตอัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้งประเทศพม่าเมื่อครั้งที่ท่านถือธุดงค์กรรมฐานจาริกไปยังสถานที่ต่างๆรวมทั้งพระพุทธรูปและของมีค่าต่างๆที่ผู้มีจิตศรัทธาบรรจุถวายไว้โดยองค์พระธาตุท่าอุเทนก่อด้วยอิฐถือปูนฐานกว้าง 11.5 เมตรสูง 66 เมตรมี 3 ชั้น ชั้นแรกทำเป็นอุโมงค์เพื่อบรรจุสิ่งของมีค่าต่างๆชั้นที่ 2 ต่อคร่อมอุโมงค์เป็นเจดีย์ชั้นที่ 3 คือเจดีย์ที่เห็นเป็นปัจจุบันกว่า 105 ปีที่พระธาตุท่าอุเทนประดิษฐานประมาณริมแม่น้ำโขงคู่แผ่นดินไทยลาวอันพันร้อนฝนหนาวจึงทำให้องค์พระธาตุเสื่อมโทรมตามกาลเวลาด้วยเหตุนี้จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุท่าอุเทนโดยการบูรณะซ่อมแซมได้รับความร่วมมือจาก 3 ภาคส่วนได้แก่ภาครัฐภาคคณะสงฆ์และภาคประชาชนผู้มีจิตศรัทธาตั้งมั่นในการทำนุบำรุงสืบสานพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไป ซึ่งในขณะนี้คณะกรรมการได้กำลังบูรณะปฏิสังขรณ์โดยทำการกำจัดวัชพืชส่วนที่สึกหรอเสียหายทาสีโครงสร้างภายนอกและภายในองค์พระธาตุโดยคงไว้ ซึ่งรายละเอียดเดิม ไม่ได้มีการก่อสร้างใหม่หรือตกแต่งเพิ่มเติมจากแบบเดิมแต่อย่างใดเพื่อคงไว้ซึ่งพุทธศิลป์แบบดั้งเดิมโดยการดูแลของกรมศิลปากรมีกองทุนสืบสานทำเป็นเจ้าภาพและผู้ประสานงานในโครงการบูรณะซึ่งเริ่มทำการบูรณะปฏิสังขรณ์วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2560
ข่าว/ภาพ ประทีป วชิระธัญญากุล สำนักข่าวทีนิวส์ นครพนมรายงาน
