- 04 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15.30 น. ที่ศาลาการเปรียญ วัดโคกยาง ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง นายสมัย โชติสกุล รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายกนกเทพ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท นายเจษฎา วินสน ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดตรัง นายพรชัย สุขโสม นายอำเภอกันตัง นายณัฐพงษ์ คงแก้ว นายก อบต.โคกยาง นายนิวัฒน์ ชลธาร นายก อบต.ควนธานี ร่วมชี้แจงและรับฟังปัญหาของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตรัง (สะพานแก้มดำ) ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง ที่ดำเนินการล่าช้า
ซึ่งทางนายสมัย โชติสกุล รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้รับรายงานเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จึงได้เดินทางมาดูด้วยตนเอง ซึ่งหลายครั้งที่เดินทางมาจังหวัดตรัง ก็มาดูการก่อสร้างสะพานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้งานก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท สะพานข้ามแม่น้ำตรัง (สะพานท่าแก้มดำ) ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง กรมทางหลวงชนบทได้รับงบประมาณก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2558 เพื่อก่อสร้างทดแทนสะพานเก่าที่ชำรุด ที่มีความยาวกว่า 80 เมตร เนื่องจากใช้สัญจรมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมองว่าไม่สามารถซ่อมแซมได้ จึงมีการออกแบบก่อสร้างสะพานใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนแนวสะพานให้รับกับถนนเชิงลาด สะพานนี้จะมีความกว้าง 80 เมตร ยาว 120 เมตร งบประมาณ 34 ล้านบาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างเดือน มีนาคม2558 กำหนดแล้วเสร็จ เดือน พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา แต่ประสบปัญหายืดเยื้อและต่อเนื่อง จนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน ปี 2560 และกำลังจะหมดปีแล้ว แต่สะพานก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะแล้วเสร็จ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก
สำหรับการรับฟังปัญหาจากประชาชนนั้น ประชาชน เดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นปัญหาการสร้างทางเบี่ยงเพื่อให้ประชาชนใช้ชั่วคราวก็ยังประสบปัญหาทำไม่ได้มาตรฐาน ที่ผ่านมามีรถตกจากสะพานทางเบี่ยงลงแม่น้ำตรังก็มีมาแล้ว ประชาชนในพื้นที่เองก็ต้องใช้เส้นทางอื่นในการเดินทาง ที่เป็นเส้นทางอ้อม เพื่อความปลอดภัย แต่ก็เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักก่อสร้างสะพาน ได้ชี้แจงว่าสะพานทางเบี่ยงจะสามารถเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรอย่างช้าไม่เกินวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ส่วนสะพานที่ก่อสร้างนั้นจะสามารถเปิดให้ประชาชนสามารถใช้งานได้ภายใน 5 เดือนหรือ เดือนมีนาคม 2561 การได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบนั้น สร้างความพอใจให้กับชาวบ้านในระดับหนึ่ง ซึ่งอย่างน้อยก็มีความชัดเจนมากขึ้นว่าสะพานจะแล้วเสร็จเมื่อใด
ด้าน นายกนกเทพ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักงานก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นประชาชน โดยสรุปคือ ประชาชนส่วนใหญ่มีผลกระทบโดยตรง เพราะการก่อสร้างสะพานล่าช้าไป จากสัญญาเดิมร่วมปี ซึ่งได้รับผลกระทบ 2 เรื่องหลักๆ 1.สะพานเบี่ยง ที่ทำให้ใช้ระหว่างก่อสร้าง ได้มีการรื้อสะพานเดิมออกเพื่อสร้างสะพานใหม่ และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ได้ปิดซ่อมไป 1 เดือน และยืนยันว่าจะเปิดใช้ 11 พฤศจิกายน นี้ สามารถเปิดใช้ได้ อีกประเด็นคือเรื่องของสะพานตามสัญญาและการประเมิน อย่างน้อยให้ได้ใช้งานได้ ภายในเดือนมีนาคม 2561 ประมาณ 5 เดือนจากนี้ โดยไม่ต้องใช้ทางเบี่ยง ซึ่งความล่าช้าก็เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเสาไฟฟ้าแรงสูง ปัญหาอุทกภัย ความพร้อมของนายจ้าง ขาดแคลนแรงงาน ช่วงที่เร่งงานได้ก็มาติดเรื่องน้ำ แต่อย่างไรก็ตาม กำลังวางแผนให้ผู้รับเหมาทำตอหม้อให้แล้วเสร็จ ซึ่งวันนี้ก็ยอมรับ ชาวบ้านก็ได้ระบายออก ก็เข้าใจ โดยมีรองอธิบดีฯลงมาติดตาม จากนี้ก็จะติดตามทุกระยะ ว่าผู้รับจ้างจะดำเนินการที่วางแผนไว้หรือไม่
ส่วนทางด้าน นายอำนวย ด้วงนุ้ย อายุ 65 ปี เลขที่ 93 ม.8 ต.โคกยาง อ.กันตัง จ.ตรัง ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกว่า ได้รับคำตอบยืนยันที่แน่นอน โดยทางหลวงชนบทตรัง และผู้รับเหมา ภายใน 4 เดือนจะแล้วเสร็จ ก็ได้คอยมาแล้ว 3-4ปีแล้ว เมื่อมีการยืนยันชัดเจนแล้วว่า 4 เดือนจะแล้วเสร็จ ก็พอใจแล้ว สำหรับประชาชนตอนนี้ก็ได้มีทางเลี่ยงหลายๆเส้นทาง แต่ก็มีรถบรรทุกหนักๆ จนทำให้เส้นทางชำรุด แต่เราก็ต้องมีความอดทน อย่าเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง เราต้องให้ความร่วมมือร่วมใจ เขาก็พยายามทำให้ดีที่สุด เราก็ต้องมีความอดทนอย่างสูง
ส่วนทางด้าน นายสมบัติ ทดแทน อายุ 41 ปี 102 ม.5 ต.โคกยาง อ.กันตัง จ.ตรัง ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ที่ผ่านถือว่าการทำงานของผู้รับเหมา เป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก หากผู้รับเหมาที่ได้มาตรฐาน จะใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่านี้ ที่ผ่านมาก็ 2 ปีกว่า ซึ่งถนนเส้นนี้ยังเป็นเส้นทางสัญจรไปสู่แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตรัง ทะเลอันดามัน ทั้งหาดยาว เกาะลิบง ประชาชนที่ใช้เข้าในตัวเมืองก็ใช้เส้นนี้ และการรวมตัวในวันนี้ก็หวังว่าจะได้รับการดำเนินการได้เร็วขึ้น ความเดือดร้อนของชาวบ้านจริงก็ไม่ได้เดือนร้อนมาก แต่การก่อสร้างที่ยาวนานมาก เนื่องจากเราอยู่ในพื้นที่จริง ก็ได้เห็นการทำงานของผู้รับเหมา คือ 1.มีเครื่องมืออุปกรณ์ที่ไม่ทันสมัย 2.ไม่มีคนงานที่พอเพียง ทำทุกวันได้ ทำ 2-3 วันแล้วหยุดไป เป็นช่วงๆ ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร จากนี้ไปเราก็มีความหวังว่า เมื่อท่านรองอธิบดีฯลงมาแล้ว ก็คงจะช่วยติดตามให้เรา มีความหวังมากสำหรับครั้งนี้ เป็นครั้งนี้ทุกคนพอใจเป็นอย่างมากที่สุด
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
