- 05 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำในเขตเทศบาล ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่สำคัญเนื่องจากเป็นพื้นที่เศรษฐกิจของพัทลุง โดยมีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งในจุดเสี่ยงจำนวน 1 เครื่อง นอกจากนั้นยังมีเครื่องสูบน้ำติดตั้งโดยรอบเขตอีก 9 จุด และก่อนหน้านี้ได้มีการขุดลอกคู คลองระบายน้ำ ให้กว้างขึ้น เพื่อรับมือมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำฝนที่ตกติดต่อกัน อันเกิดจากพายุด็อมเร็ย
สำหรับในอำเภอรอบนอกนั้น ทางจังหวัดได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะมวลน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่ อ.กงหรา จ.พัทลุง ทางจังหวัดได้ขุดคลองลำเบ็ดระยะทาง 30 กิโลเมตร รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยตรง และยังมีประตูแบ่งน้ำจากคลองนาท่อม ป้องกันน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร อย่างเช่นทุกปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นทางโครงการชลประทานจังหวัดพัทลุง ได้เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 อ่าง คืออ่างเก็บน้ำป่าพะยอม อ่างเก็บน้ำป่าบอน และอ่างเก็บน้ำคลองหัวช้าง อ.ตะโหมด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องติดตามปริมาณน้ำฝนจากกรมอุตุอย่างใกล้ชิด พร้อมกับพร่องน้ำออกจากอ่างอย่างต่อเนื่อง ป้องกันน้ำล้นอ่าง ไหลลงท่วมพื้นที่ตอนล่าง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนราษฎร คาดว่าสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาวนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่าทางรัฐบาลมีโครงการขุดคลองระบายน้ำจากทะเลสาบสงขลาลงสู่อ่าวไทย 3- 4 สาย จากเดิมน้ำจากทะเลสาบระบายออกทางคลองเชื่อมปากรอ บริเวณ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เพียงแห่งเดียว ประกอบกับน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่วมขังบริเวณริมทะเลสาบ และพื้นที่ราบลุ่มของจังหวัดพัทลุงเป็นระยะเวลานานแรมเดือน อย่างไรก็ตามราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวต้องรออีก 3-4 ปี เพราะโครงการจะแล้วเสร็จประมาณปี 2563 – 2564
