- 05 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านโคกเหลียง หมู่ที่3 ตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร หลังได้แจ้งว่ามีการนำไก่แจ้มาแข่ง โดยการนับจากเสียงขัน ว่าไก่ของใครขันมากกว่ากัน ในเวลาที่กำหนด ก็จะได้รับรางวัลเป็นข้าวสารกลับบ้านไป ซึ่งมีชาวบ้านทุกเพศทุกวัยที่มีไก่แจ้ ก็จะนำไก่ห่อผ้าขาวม้า แล้วคล้องคอขับรถมอเตอร์ไซต์มายังสนามแข่งไก่แจ้
ด้านนายเริงฤทธิ์ สุขอ่อน อายุ 40 ปี ผู้จัดการแข่งขันและคนคิดเริ่มแรกในการแข่งไก่แจ้ กล่าวว่าที่นี้สนามแรกของอำเภอบ้านนาสารและเป้นที่แรกของประเทศที่นำไก่แจ้มาแข่งบนพรหม ซึ่งปกติตนเป็นคนชอบเลี้ยงไก่ และเห้นว่าไก่แจ้จะสูญพันธ์ จึงมีแนวคิดในการจัดการแข่งขันไก่แจ้เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ไก่แจ้แข้งดำเท่านั้นซึ่งเป็นไก่ลูกผสมระหว่างไก่ป่า และไก่เตี้ย ที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้เพื่อนำไก่ไปต่อ(หรือไปล่อให้ไก่ป่ามาติดกับดัก) ไก่ป่าเมื่อสมัยก่อน และที่สำคัญเพื่อ เป็นการเชื่อมสายสัมพันธ์คนในชุมชน เนื่องจากปัจจุบันมีคนมากขึ้นเรื่อยๆ บางบ้านอาจจะยังไม่รู้จักกัน ทำให้มีความคุ้นเคยกันมากขึ้น ส่วนเด็กๆก็จะได้ห่างไกลจากยาเสพติด ซึ่งปัจจุบันนับว่ายิ่งมีการแพร่ระบาดมากขึ้น จึงได้นำการแข่งนกกรงหัวจุกที่ชาวใต้แข่งกันทุกวันนำมาประยุกต์ โดยการนำไก่ไปวางไว้บนพรหมซึ่งเปป้นที่แรกในประเทศในการใช้พรหมเพื่อไม่ให้ไก่แจ้ได้หาของกินบนพื้น และได้จับเวลานับเสียงขันของไก่
สำหรับการแข่งขันจะเริ่มเวลา 12:00 น. ทุกวันเสาร์ จะมีการลงทะเบียนโดยเสียค่าสมัครตัวละ 50 บาทจากนั้นก็จะจับฉลากว่าตัวไหนอยู่ตำแหน่งไหนและแข่งรอบที่เท่าไหร่ จากนั้นเมื่อจับสลากเสร็จกรรมการจะให้นำไก่ไปผูกไว้ตามจุดที่หยิบฉลากได้ ต่อมาก็จะมีกรรมการจะเป๋านกหวีดเริ่มการแข่งขัน จะนับเสียงขันของไก่ ในเวลา 15 นาที และนำไก่ที่ร้องได้มากที่สุดมาเข้าชิง(จำนวนการคัดเลือกและจำนวนเข้าชิงจะขึ้นอยู่กับจำนวนไก่ที่มาแข่งขัน) ซึ่งวันนี้มีทั้งหมด 12 รางวัล และมีรางวัลเป็นข้าวสารโดยที่1 ได้ข้าวสารจำนวน 7 กิโลกรัม ที่2 ได้ 6 กิโลกรัมที่ 3 ได้ 5 กิโลกรัมที่4 ได้ 4 กิโลกรัม และที่5 ได้ 3 กิโลกรัม
ภาพ/ข่าว เจนจิรา ศรีวิรักษ์ ผู้สื่อข่าวทีนิว จ.สุราษฏร์ธานี
