มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

มทบ.32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี บ้านป่องนักหรือพิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32 ตั้งอยู่ในในค่ายสุรศักดิ์มนตรี ในเขตตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง บ้านเก่าอันทรงคุณค่า เป็นบ้านแบบสถาปัตยกรรมยุโรป คลาสสิกสมัยกรีก ราวศตวรรตที่13 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทย "บ้านป่องนัก" เป็นภาษาคำเมืองที่คนภาคเหนือเรียกกัน ซึ่งคำว่า "ป่อง" นั้นหมายถึง หน้าต่าง คำว่า "นัก" หมายถึง มาก ฉะนั้น "บ้านป่องนัก" จึงหมายถึง บ้านที่มีหน้าต่างจำนวนมาก  เป็นบ้านที่มีหน้าต่างแบบเป็นเกล็ดมี 250 บาน ช่องหน้าต่าง 469 ช่อง ตัวบ้านเป็นอาคารไม้สัก 2 ชั้นยกพื้นเตี้ย มีหน้ามุขแบบ5 เหลี่ยม จำนวน 5 มุข หลังคาทรงปิรามิด หน้าต่างในภาษาคำเมืองเรียกว่า "ป่อง"บ้านหลังนี้จึงถูกเรียกว่าบ้านป่องนัก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 โดยกรมยุทธการทหารบก และควบคุมการก่อสร้างโดยพันโท พระมหาณรงค์เรืองเดช ผู้บังคับกองทัพที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 ซึ่งใช้งบประมาณในการก่อสร้างไปกว่า 16,000 บาท ปัจจุบันหากจะสร้างบ้านหลังนี้ต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 40 ล้านบาท บ้านป่องนักเคยใช้เป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมณฑลพายัพ ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2469 และต่อมาเดือนมีนาคม พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในภาคเหนือ ก็ได้ทรงประทับแรมที่นี่เช่นกัน

ความเป็นมาของค่ายสุรศักดิ์มนตรี เริ่มจากเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2445 พวกเงี้ยวมณฑลพายัพได้ก่อการกบฏขึ้นที่เมืองแพร่ และก่อเหตุไปถึงนครลำปาง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯให้ พลตรีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (ยศในขณะนั้น) เป็นแม่ทัพนำทัพขึ้นไปปราบพวกเงี้ยว เมื่อได้ปราบปรามเงี้ยวจนสงบเรียบร้อยแล้ว พลตรีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี พิจารณาเห็นควรให้มีกองทหารตั้งที่ลำปาง เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีก จึงได้กราบบังคมทูลเรื่องนี้ให้ทรงทราบ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งกองทหารขึ้นที่จังหวัดลำปางเป็นครั้งแรก และพระราชทานนามค่ายทหารนี้ว่า "ค่ายสุรศักดิ์มนตรี" จวบจนถึงปัจจุบัน.

มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป) มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป) มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป)

ปัจจุบันบ้านป่องนักเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง ชั้นล่างของอาคารจัดเป็นห้องวีรกรรมที่แสดงอาวุธบางส่วนที่ใช้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพถ่ายพลตรีเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เหรียญสงครามของทหารที่สู้รบในสงคราม หมวกทหารญี่ปุ่น หมวกเหล็กทหารไทย ปืนที่ชาวลำปางช่วยกันบริจาคเงินซื้อให้ทหารใช้ในสงคราม สำหรับบนชั้น 2 จะเป็นห้องทรงงาน และห้องบรรทม ห้องทรงานได้จัดให้เป็นห้องเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ห้องบรรทมและห้องสรง ที่อยู่ติดกับห้องทรงงานชั้นบน ของใช้ส่วนพระองค์ในตู้ พระแสงดาบคาบค่าย พระแสงของ้าว พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตงโต๊ะเสวย ห้องแสดงเครื่องใช้ในครัวที่ใช้ในสมัยนั้นบ้านป่องนัก เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 054-225941 -2 ต่อ 72318 กกร.มทบ.32  หรือ โทร 081-2812150 มัคคุเทศก์ ประจำบ้านป่องนัก จ.ส.อ.ฉลอง โตสัมฤทธิ์.

มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป)

มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป)

มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป)

มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป) มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป) มนต์เสน่ห์ที่ห้ามพลาด !! เที่ยวเมืองรถม้า นครแห่งความสุข อย่าพลาดแวะชมความงาม "บ้านป่องนัก" ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ชมคลิป)

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จังหวัดลำปาง.
(ขอขอบคุณภาพข่าว.ตากล้องก๊อกแก๊ก)