- 06 พ.ย. 2560
ทีมแพทย์เข้าตรวจสอบอาการ ของชายที่ร้องเรียนว่าโดนล่ามโซ่และให้อดอาหาร ด้านแม่เผยลูกชายอาการทางจิตกำเริบเพราะโดนขัดใจ
จากกรณีนายสุวิทย์ โส้ปะหลาง หรือ “บังสันต์” อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 8 ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โทรศัพท์ร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.ของสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยอ้างว่าตัวเองถูกญาติจับล่ามโซ่ไปไหนมาไหนไม่ได้อดข้าวและอาหารมานานหลายวันแล้ว ได้รับความลำบากและถือเป็นการลิดรอนสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก จึงขอให้ทางสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราชเข้าไปให้การช่วยเหลือ ในขณะที่แม่และน้องสาวของนายสุวิทย์ หรือบังสันต์ ได้ออกมาชี้แจงว่าจำเป็นต้องจับนายสุวิทย์ ล่ามโซ่เนื่องจากเสพยาเสพติดจนสติเพี้ยนมักจะมีอาการคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของและทำร้ายผู้คน โดยเฉพาะใช้ขวานจามศรีษะแม่จนได้รับบาดเจ็บปางตายมาแล้ว จึงขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำนายสุวิทย์ ไปรักษาให้หายขาดด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 6 พ.ย. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การช่วยเหลือนายสุวิทย์ และครอบครัว และจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่านายสุวิทย์ เป็นผู้ป่วยจิตเวชของ รพ.ท่าศาลา ที่ส่งเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.ท่าศาลา และ รพ.สวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ล่าสุดนายสุวิทย์ ได้หลบหนีออกมา จาก รพ.ท่าศาลา ก่อนจะมีอาหารคลุ้มคลั่งได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายแม่และชาวบ้านและทำลายข้าวของในบ้านจนเสียหายยับเยิน นายจำเริญ ฯจึงประสานกับนายแพทย์กิตติ รัตนสมบัติ ผอ.รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ให้เดินทางไปนำตัวนายสุวิทย์ มาเข้ารับการรักษาให้หายขาด พร้อมกำชับให้ดูแลอย่างใกล้ชิดอย่าให้หลบหนีหรือปล่อยออกมาอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวและชาวบ้านอีกเป็นอันขาด
ทางนายแพทย์กิตติ รัตนสมบัติ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ รพ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และทีมจิตเวช จึงเดินทางไปประสานกับผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.โพธิ์ทอง อ.ท่าศาลา ให้นำไปพบนางรอหมะ โกสุมพันธ์ และ น.ส.สุจิรา โส้ปะหลาง แม่และน้องสาวของนายสุวิทย์ เพื่อขอนำตัวนายสุวิทย์ กลับไปรักษาที่ รพ.ท่าศาลา ท่ามกลางความดีใจของนางรอหมะและ น.ส.สุจิรา โดยนำคณะของนายแพทย์กิตติ เดินทางไปยังบ้านร้างที่จับนายสุวิทย์ ล่ามโซ่เอาไว้ ห่างจากบ้านประมาณ 25 เมตร พบนายสุวิทย์ ยืนอยู่และทันทีที่นายสุวิทย์ เห็นนายแพทย์กิตติและเจ้าหน้าที่ ได้กล่าวทักทายพร้อมยืนยันเสียงดังหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้วิกลจริตหรือบ้า ตนเป็นปกติทุกอย่างและไม่ยอมเดินทางไป รพ.ท่าศาลากับเจ้าหน้าที่ ทางนายแพทย์กิตติ พยายามเข้าไปพูดจาเกลี่ยกล่อมจนนายสุวิทย์ ยินยอมให้แพทย์ทำการตรวจวัดความดันและฉีดยาระงับประสาทโดยอ้างว่าเป็นยาบำรุงร่างกาย โดยในช่วงที่ตรวจวัดความดันและฉีดระงับประสาทนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่กล้าไขกุญแจโซ่ที่ล่ามข้อเท้าออก จนเมื่อยาระงับประสาทออกฤทธิ์ จนนายสุวิทย์ เซื่องซึมเจ้าหน้าที่จึงขอให้ น.ส.สุจิรา ไขกุญแจโซ่ที่ล่ามข้อเท้าออกและพยายามพานายสุวิทย์ เดินไปขึ้นรถยนต์
“ในจังหวะนั้นนายสุวิทย์ กลับรู้สึกตัวจึงพยายามขัดขืนจนเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันจับมัดติดกับเตียงคนไข้ก่อนจะเข็ญออกมาขึ้นรถนำไปยัง รพ.มหาราช ก่อนจะส่งตัวต่อไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.สวนสราญรมย์ จ.สุราษฏร์ธานีต่อไป”
นางรอหมะ โกสุมพันธ์ แม่ของนายสุวิทย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทางนายแพทย์กิตติ รัตนสมบัติ พร้อมเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือนำตัวนายสุวิทย์ไปรักษา ตนขอวิงวอนให้ช่วยรักษาให้แน่ใจเสียก่อนว่าหายขาดจากอาการคลุ้มคลั่ง และหากเป็นไปได้ช่วยหางานให้นายสุวิทย์ ทำในต่างพื้นที่อย่าให้กลับมาบ้านอีก เพราะกลัวว่าอาการจะกำเริบอาละวาดสร้างความเดือดร้อนให้คนในครอบครัวและชาวบ้านขึ้นมาอีกก็ได้ โดยนายสุวิทย์ ต้องการขายบ้านที่ตนอาศัยอยู่กับน้องๆ และหลานอาศัยอยู่เพื่อเอาเงินไปซื้อรถยนต์ เมื่อตนและน้องสาวไม่ยอมจึงมีอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายร่างกายและทำลายข้าวของในบ้านดังกล่าว.
ภาพ\ข่าว ยุทธนะ เตมะสิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
