- 06 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากรณีที่มีชาวบ้าน ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช กว่า 100 คน นำโดยนางฐิตาพร เกิดสุวรรณ เดินทางมารวมตัวกันพร้อมถือป้ายคัดค้านคำสั่งปลดที่พระสิริรัตนาภรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีคำสั่งให้ปลดพระสมุห์สมพร ปริญาโณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏิ พ้นจากการรักษาการเจ้าอาวาสกุฎิ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2560 สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน ต.ท่าเรือ จึงรวมตัวกันเดินทางเรียกร้องต่อพระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) รวมทั้งคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา เพื่อให้ทบทวนคำสั่งการสั่งดังกล่าว ชาวบ้านอ้างว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบ เหมือนกับเป็นการกลั่นแกล้งพระสมุห์สมพร ปริญาโณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏิ เนื่องจากก่อนหน้านี้พระสมุห์สมพร มีเรื่องขัดแย้งกับผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จนทางคณะสงฆ์มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการมาทำการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในปัญหาที่เกิดขึ้น โดยระบุว่าต้องแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ในระหว่างการสอบสวนให้พระสมุห์สมพรฯ ยังคงเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏิอยู่จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(6 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากปัญหาวัดกุฏิ ต.ท่าเรือ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชแล้ว ยังมีปัญหาของวัดศาลามีชัย 1 ใน 11 วัดที่ทางจังหวัดและ มทบ.41 เข้าไปจัดระเบียบเกี่ยวกับผลประโยชน์ของวัด หลังจากเกิดคดีฆ่าฝังดินสามเณรปลื้ม กลางลานวัดวังตะวันตก โดยมีคำสั่งยกพระครูวิชัยนันทคุณ อายุ 85 ปี 64 พรรษา เป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ พร้อมมีคำสั่งให้พระใบฎีกานพดล รองเจ้าอาวาส เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัยแทน เมื่อเดือนกรกฏาคม 2560 ที่ผ่านมา และทางคณะสงฆ์จะมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัยในวันที่ 7 พ.ย. 2560 โดยทราบว่าเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งจากวัดท้าวโคตร ซึ่งจะทำให้พระใบฎีกานพดล รักษาการเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัยพ้นตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสไปโดยปริยาย ทำให้ญาติโยมจำนวนหนึ่งไม่พอใจ เพราะต้องการให้ทางคณะสงฆ์แต่งตั้งพระใบฎีกานพดล ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัยอยู่แล้วขึ้นเป็นเจ้าอาวาส และมีกระแสข่าวว่าจะมีการรวมตัวประท้วงเรียกร้องต่อคณะสงฆ์เช่นกัน
พระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) กล่าวว่าหลังจากเกิดคดีฆ่าฝังดินสามเณรปลื้มวัดวังตะวันตก เมื่อเดือน มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา ทางรัฐบาลและมหาเถระสมาคมรวมทั้งพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้สั่งกับให้จังหวัดนครศรีธรรมราชรวมกับฝ่ายทหาร มทบ.41 และสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันแก้ไขปัญหาและจัดระเบียบเกี่ยวกับผลประโยชน์ของวัดต่าง ๆ โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร สำนักพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ เพื่อตรวจสอบจัดเรียบวัดเป้าหมาย โดยวัดศาลามีชัย เป็น 1 ใน 11 วัดที่ทางคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบเนื่องจากเป็นวัดที่มีผลประโยชน์สูงที่สุดในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะการเช่าที่ดินวัดและพบว่าพระครูวิชัยนันทคุณ อายุ 85 ปี 64 พรรษา เจ้าอาวาสวัดศาลามีชัยที่แก่ชราและอาพาธเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถบริหารและดูแลผลประโยชน์ของวัดได้ และปล่อยให้มีการเปิดตลาดนัดในใช้พื้นที่เขตพุทธาวาส และเพื่อให้การบริการจัดการแก้ไขปัญหาคณะกรรมการจึงมีมติยกพระครูวิชัยนันทคุณขึ้นเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์ พร้อมแต่งตั้งพระใบฎีกานพดล รองเจ้าอาวาส รักษาการเจ้าอาวาสวัดศาลามีชัย
“แต่ต่อมาพบว่าพระใบฎีกานภดล มีปัญหาเรื่องสุขภาพและไม่สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับผลประโยชน์ของวัดให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คณะกรรมการกำหนด และยังปล่อยให้มีการปล่อยให้เปิดตลาดนัดในเขตพุทธาวาสอีกครั้ง คณะกรรมการจึงมีการประชุมและสรุปว่าพระใบฎีกานภดลขาดประสิทธิภาพในการบริหารงาน ไม่มีความมั่นคงเด็ดขาดในฐานะรักษาการเจ้าอาวาส จึงให้มีการสรรหาพระภิกษุรูปใหม่มาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส หรือเจ้าอาวาสแทน ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารจัดการในเรื่องต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ”
เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช (มหานิกาย) กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของวัดกุฏิ เกิดปัญหาหลังจากที่เจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพ โดยมีเงินสดเหลืออยู่ในบัญชี 10 ล้านบาทเศษ ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งพระสมุห์สมพร ปริญาโณ เจ้าอาวาสวัดหมน ต.ท่าเรือ รักษาการเจ้าอาวาสวุดกุฏิอีกตำแหน่งหนึ่ง เพื่อให้เข้ามาจัดการเกี่ยวกับการบำเพ็ญกุศลศพของเจ้าอาวาสที่มรณภาพรวมทั้งการจัดงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าอาวาสให้แล้วเสร็จ โดยพระสมุห์สมพร ปริญาโณ อ้างว่าก่อนมรณภาพเจ้าอาวาสวัดกุฏิได้สั่งการด้วยวาจาให้นำเงินในบัญชีมาจัดงานบำเพ็ญกุศลศพจัดงานพระราชทานเพลิงศพของเจ้าอาวาสที่มรณภาพ 3 ล้านบาท มอบให้โรงเรียนการกุศลของงวัด 2 ล้านบาท ที่เหลืออีกให้เป็นของวัดกุฏิ แต่พบว่าพระสมุห์สมพร ปริญาโณ กลับใช้จ่ายเงินของอดีตเจ้าอาวาสในการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพจัดงานพระราชทานเพลิงศพของอดีตเจ้าอาวาสหมดเงินไปกว่า 4 ล้านบาทเกินคำสั่งเสียของอดีตเจ้าอาวาส ส่วนเงินที่เหลือนำไปสร้างเสนาสนะภายในวัดกุฏิจนเงินเหลือไม่มากนัก ซึ่งเป็นการก่อสร้างและใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น แต่ทำให้ชาวบ้านข้างเคียงมองว่าพระสมุห์สมพร ปริญาโณ มีผลงานสร้างเสนาสนะภายในวัดกุฏิมากมาย แต่ชาวบ้านลืมคิดไปว่าเงินที่ใช้จ่ายในการก่อสร้างหรือดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ไม่ได้เป็นเงินที่พระสมุห์สมพร ปริญาโณ หามาเองแต่ทั้งหมดเป็นเงินที่อดีตเจ้าอาวาสเป็นผู้จัดหามาทั้งสิ้น นอกจากนี้พระสมุห์สมพร ปริญาโณ ยังใช้อำนาจไม่ถูกต้องในการเข้าไปตรวจสอบการบริหารงานของโรงเรียนวัดรวมทั้งการใช้จ่ายเงินของโรงเรียนทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่อำนาจของตนเอง ซึ่งในทางปฏิบัติหากสงสัยว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นเกี่ยวกับการบริหารงานหรือเงินก็ต้องทำเรื่องขอให้ทางสำนักงานการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช.เป็นผู้ตรวจสอบ จนกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารโรงเรียนการกุศลของวัดกับรักษาการเจ้าอาวาส ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
“ เพื่อปัญหาความวุ่นวายที่เกิดขึ้นทางคณะกรรมการ ฯจึงมีมติให้คณะสงฆ์มีคำสั่งให้พระสมุห์สมพร ปริญาโณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฎิและให้กลับไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหมนเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของพระสมุห์สมพร ปริญาโณ ไม่ได้มีการปลดออกจากเจ้าอาวาสแต่อย่างใด เพียงแต่ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏิเท่านั้น ที่สำคัญทางคณะสงฆ์จะแต่งตั้งให้พระสมุห์สมพร ปริญาโณ ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดกุฏิไม่ได้ เพราะเป็นเจ้าอาวาสวัดหมนอยู่แล้ว จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสคนเดียว 2 วัดก็ไม่ได้ เมื่อเห็นว่าได้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏิเพื่อเข้ามาจัดการเกี่ยวกับการบำเพ็ญกุศลและพระราชเพลิงศพอดีตเจ้าอาวาสเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการ ฯและคณะสงฆ์เห็นควรให้กลับไปเป็นเจ้าอาวาสวัดหมนเพียงอย่างเดียวและยุติการปฏิบัติหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏิ ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติตามปกติ”
พระราชปริยัติเวที กล่าวต่อไปอีกว่า อาตมาอยากจะเรียนชี้แจงและทำความเข้าใจกับชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทุกคนว่าวัดไม่ใช่มรดกตกทอดว่าเมื่อเจ้าอาวาสรูปเดิมพ้นจากตำแหน่งด้วยสาเหตุใดก็ตาม ไม่ใช่ว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาสจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแทน หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าอาวาสจะต้องได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส มันไม่มีระเบียบที่ไหนกำหนดอย่างนั้น การที่จะให้พระภิกษุรูปใดขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแทนเจ้าอาวาสรูปเดิมเป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ที่จะร่วมกันพิจารณาพระภิกษุที่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถในการบริหารวัดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนข้ออ้างว่าชาวบ้านศรัทธาและต้องการให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น อาตมาขอเรียนว่าความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใดไม่เกี่ยวกับการเป็นเจ้าอาวาสหรือไม่ แม้แต่อาตมาเองเป็นเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดมุมป้อม แต่ใครที่มาวัดมุมป้อมมักจะมาหาพระในวัดอีกรูปหนึ่งไม่ได้มาหาอาตมา เพราะฉะนั้นเรื่องการปฏิบัติตนให้ชาวบ้านศรัทธากับความรู้ความสามารถในการบริหารมันคนละเรื่องกัน ขอย้ำว่าทางคณะสงฆ์จะปฏิบัติตามกระแสความต้องการของชาวบ้านที่รวมตัวเรียกร้องไม่ได้ หากเป็นเช่นนั้นต่อไปอยากให้พระรูปใดเป็นเจ้าอาวาสแค่รวบรวมชาวบ้าน 50 คน 100 คนมาเรียกร้องทางคณะสงฆ์จะต้องปฏิบัติตามและแต่งตั้งให้พระรูปนั้นเป็นเจ้าอาวาสทันทีหรืออย่างไร ขอให้พระภิกษุและญาติโยมทั้งหลายตั้งสติ คิดทบทวนและไตร่ตรองให้เข้าใจในระเบียบการบริหารงานของคณะสงฆ์ด้วย.
ภาพ\ข่าว ยุทธนะ เตมะสิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช
