- 06 พ.ย. 2560
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 6 พ.ย. 60 ร.ต.อ.จักรพงษ์ ต้องแต้ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าเซ็ลทรัล อุดรธานี ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ว่าได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยล้วงกระเป๋าของพนักงานห้าง จึงประสานทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.เมืองอุดรธานี รุดไปตรวจสอบ โดยพบนางสาว เอ นามสมมุติ (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้เสียหาย ให้การว่าขณะที่เดินอยู่ใช้Gของห้าง ได้มีผู้หญิงเดินมาชนตนแล้วเดินหนีไป ต่อมาตนได้ล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมของตน พบว่าเงินสดจำนวน 4,000 บาท ที่ตนใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้านขวาหายไป ตนจึงวิ่งตามหญิงคนที่ชนตน แล้วสอบถามว่าได้ล้วงกระเป่าเอาเงินของตน ในกระเป๋าเสื้อหรือไม่ ซึ่งในตอนหญิงสาวตนดังกล่าวปฏิเสธ ว่าไม่ได้เอาไป ตนจึงได้เรียกให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบ ซึ่งหญิงสาวผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธ แต่มีอาการแสดงพิรุธ จึงได้นำตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวน ทราบชื่อ คือ นางเวียงแก้ว อายุ30ปี ชาว สปป.ลาว ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ล้วงกระเป๋าเสื้อเอาเงินสด จำนวน4,000 บาท ในกระเป๋าเสื้อของ ผู้เสียหายไปจริง และได้นำเงินไปซุกซ่อนไว้ในกางเกงในที่ตนสวมใส่ เพื่อป้องกันการตรวจค้น โดยตนเดินทางจากนครหลวงเวียงจันทร์ ประเทศสปป.ลาว เข้ามาโดยทางเรือข้ามฝาก โดยไม่ผ่านจุดตรวจสะพานมิตรภาพ แล้วนั่งรถโดยสารจาก จ.หนองคาย มายังตัวเมืองอุดรธานี จากนั้นได้เดินตระเวนดูเหยื่อตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่สะพายกระเป๋าและนำกระเป๋าวางไว้ในรถเข็นหรือตะกร้า เวลาเดินเลือกซื้อสินค้า เมื่อพบเหยื่อตนจะเข้าไปชนแล้วทำการล้วงเอากระเป๋าหรือทำที เข้าไปเลือกสินค้าใกล้ๆเมื่อผู้เสียหายเผลอก็จะขโมยกระเป๋าหรือล้วงเงินในกระเป๋าเสื้อของผู้เสียหายไป แล้วจะออกมาจากห้าง หลังจากนั้นก็จะ นั่งรถโดยสารเพื่อเดินทางกลับ เมื่อไปถึงท่าเรือริมน้ำโขง ตนก็จะนำกระเป๋าและเอกสารต่างๆ ของผู้เสียหาย โยนทิ้งในแม่น้ำโขง ส่วนเงินก็จะเก็บไว้และนั่งเรือข้ามฝากกลับบ้านไป ตนทำมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งจะตระเวนตามห้างสรรพสินค้า ทั่วเมืองอุดรฯ เงินที่ได้มาจากขโมยนั้น ก็เอาไปใช้จ่าย เพราะตนไม่ได้เรียนหนังสือไม่มีงานทำ เคยแต่งงานกับหนุ่มชาวไทย มีลูกชาย2คน แล้วก็เลิกกันไป ตนจำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงลูกและ หาเงินรักษา แม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และครั้งนี้ตนเดินทางมาทำอีกเพื่อต้องการหาเงินไปให้ลูกเรียนหนังสือและซื้อยาให้แม่ที่ป่วย แต่ก็มาถูกจับกุมเอาไว้ได้ในที่สุด
ร.ต.อ.จักรพงษ์ ต้องแต้ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้นางเวียงแก้ว ได้เข้ามาก่อเหตุตามห้างสรรพสินค้าในพื้นที่เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 11 ส.ค.60 ที่ผ่านมามีผู้เสียหาย เข้าแจ้งความว่าถูกขโมยโมยกระเป๋าสตางค์ ขณะเดินเลือกซื้อสินค้าภายในที่ห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ มีทรัพย์สินกระเป่าสะพายแบบหญิง สีดำ ภายในมีเงินสด30,000บาท ฉลาก ธกส.มูลค่า 50,000 บาท และฉลากออมสินมูลค่า 5,000 บาท โดยในวันที่ 25 ส.ค. 60 ก็มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายขโมยกระเป๋าสะพายในห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ มีทรัพย์สินกระเป่าสะพายแบบหญิงสีน้ำตาล ภายในมีเงินสด 4,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงได้ไปตรวจสอบภาพวงจรปิดพบว่าช่วงต้นเดือนกันยายน กล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะที่นางเวียงแก้ว สวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงขาขาวสีดำ เดินหาเหยื่อภายในห้างตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ และพยายามจะขโมยกระเป่าสตางค์ที่อยู่ในรถเข็น ซึ่งลูกค้าของห้างกำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่ แต่ลูกค้าหันมาเห็น นางเวียงแก้วจึง ค่อยเดินออกมาแล้ววิ่งหลบหนีออกจากห้างไป แต่มาครั้งนี้ ก็ได้ทำทีชนกับผู้เสียหายแล้วล้วงกระเป่าของผู้เสียหายได้เงินสด4,000บาท แต่ผู้เสียหายไล่ตามจับตัวได้ทัน และเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวไปดำเนินคดี โดยแจ้งข้อหา ลักทรัพย์ ,วิ่งราวทรัพย์ ,หลบหนีเข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย โดยผู้เสียหายรายใด ที่เคยถูกล้วงกระเป๋าหรือถูกขโมยกระเป๋าสตางค์ ภาย ในห้างสรรพสินค้า ให้มาดูรูปพรรณ และใบหน้า ว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกันไม่ เพื่อจะได้ให้ผู้เสียหาย ทำการแจ้งความเพิ่มอีกต่อไป
กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
